Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ไร้รัก...อย่าขาดเพลง


 เจริญพร โยมสามวา สองศอก
     ก่อนอื่นต้องขอขอบใจเป็นอย่างมาก ที่โยมลงจดหมายอาตมา แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ขอขอบคุณขอบใจ อาตมาก็เขียนมาตามความรู้สึก ตามความที่ได้สัมผัสมา ยิ่งมารู้ว่าคุณลุงผ่องเป็นครูวรรณกรรม วรรณศิลป์แล้ว อาตมายิ่งเกรงใจที่ติงมา
     มาถึงเรื่องเพลงเรือนแพ ในท่อนที่ว่า "ล่องลอยคอยความรักนานมา" คุณลุงผ่องติงว่าเรือนแพล่องลอยไม่ได้ อาตมาว่าไม่จริง เหตุที่แพไม่ลอย เพราะว่าเจ้าของแพต้องผูกแพไว้กับหลัก แพจึงไม่ลอย คุณว่าจริงหรือเปล่า ลองอย่าผูกแพดูซิว่าแพจะลอยหรือเปล่า
     อย่างเช่นรอยไถก็เหมือนกัน ปัจจุบันนี้มีรอยไถชนิดหนึ่งที่ไถแล้ว ไม่ต้องหว่านเมล็ดพืชลงไปก็เก็บผลได้เลย อย่าให้อาตมาเอ่ยเลยว่ารอยไถอะไร
     อาตมามีความรู้น้อย แต่ก็ดีใจที่เห็นคุณสามวา สองศอก ยังเห็นความสำคัญของสำนวนไทยๆ เรา ซึ่งเด็กสมัยใหม่นี้มองข้ามความสำคัญของคำไทยเราไป
     ถ้ามีโอกาสก็จะเขียนมาร่วมรายการใหม่ ดีใจที่คุณสามวา สองศอก เห็นความสำคัญของสำนวนไทยเรา
                                                   พระประโยชน์ สุทธิญาโณ
                                                      ก.15 วัดยานนาวา
ตอบ พระประโยชน์
     เพลงเรือนแพที่ลุงผ่องนำมาจับผิดเนื้อร้อง ท่อนที่ว่า...เรือนแพ ล่องลอยคอยความรักนานมา...ก็เป็นมุมมองของลุงผ่องที่อีกไม่กี่ปีก็จะฉลองอายุครบ 100 ปี ลุงผ่องจะรู้สึกสนุกกับภาษาไทย ไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้วหรือร้อยกรอง และลุงผ่องเป็นคนที่มีบทเพลงอยู่ในหัวใจ
     ส่วนเพลงเรือนแพเป็นผลงานการประพันธ์ทำนอง โดยครูแจ๋ว-สง่า อารัมภีร ที่วันอาทิตย์นี้ คุณบูรพา-ดร.ญาดา อารัมภีร ทายาทครูแจ๋ว จะจัดคอนเสิร์ตครูแจ๋ว 77 ที่ศาลาเฉลิมกรุงมีเพลงเรือนแพให้ฟังด้วย ส่วนคำร้องเพลงเรือนแพเป็นของครูชาลี อินทรวิจิตร ที่เป็นครูเพลงที่มีเพลงที่ชาวบ้านร้องได้มากที่สุด
     เมื่อครั้งที่ลุงผ่องจับผิดเนื้อเพลงแม่จ๋า ที่ครูชาลีแต่งให้ธานินทร์ อินทรเทพ ขับร้อง ครูชาลีก็ไม่ได้โกรธเคือง เพราะถือว่าลุงผ่องอาวุโสกว่าหลายปี ครั้งนี้ครูชาลีก็คงจะไม่โกรธอีกเช่นกัน เพราะครูชาลีเป็นคนที่โกรธใครไม่เป็น
                  มากกว่าสองมาตรฐาน
เรียน คุณสามวา สองศอก
     ผมเฝ้าดูเหตุการณ์และพฤติกรรมต่างๆ ของบรรดาแก้วสารพัดพิษ 3 ประการ ได้แก่ พรรคนายใหญ่ แนวร่วมแม้วและกองกำลังหน้าเหลี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมุนของนายใหญ่ จากการอภิปรายและการทำงานในสภาด้วยความมุ่งมั่น โดยทำทุกอย่างเพื่อนักโทษชาวต่างชาติมอนเตเนโกรที่ผ่านมา
     หน้าที่ของ "แนวร่วมแม้ว" และ "กองกำลังหน้าเหลี่ยม" คือพยายามทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ พืช สิ่งของ ที่ทำความเศร้าหมองขุ่นมัวให้กับนายใหญ่ ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจา ใจ ใดๆ ก็ตาม
     ส่วนหน้าที่ของ "พรรคนายใหญ่" ก็คือเผาทำลายทุกอย่างด้วยวาจาและใจ ที่คิดหายใจเข้าออกเป็นอยู่อย่างเดียวว่า อะไรๆ ของรัฐบาลก็แล้วแต่เป็นของ "สองมาตรฐาน" ทั้งนั้น!!?
     จนกระทั่งถึงวันนี้ผมก็อดรนทนไม่ได้ ที่จะต้องทำตัวเป็น มหาบัณฑิต (แปลว่าผู้รู้มาก) แต่ไม่ใช่รู้มากคอยคิดเอาเปรียบใครต่อใคร แหกตาใครต่อใคร เช่นบรรดาพวกแก้วสารพัดพิษทั้งหลาย
     แต่จะใช้ ปากกาเป็นอาวุธ ชี้ให้คนไทยทั้งหลายในประเทศไทยเรานี้ ได้รู้ได้เห็นและเข้าใจได้อย่างง่ายๆ ในเรื่องของ "สองมาตรฐาน" ว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไรและเป็นเช่นใดกันแน่
     เริ่มต้นเอาจากสิ่งที่ง่ายๆ ใกล้ๆ ตัวและชัวร์ที่สุด ว่าทุกคนจะต้องรู้จักกับมันก็คือ "ไม้บรรทัดฟุต" ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Ruler ซึ่งตรงกับคำแปลอีกคำหนึ่งแปลว่า "ผู้ปกครอง" และรวมถึง "นักปกครองบริหารงาน"
     นายกรัฐมนตรีนั้นอยู่ในฐานะเป็นผู้ปกครอง นักปกครองบริหารงานรัฐกิจ จึงจำเป็นอยู่เองที่ต้องมีมาตรฐานการถือไม้บรรทัดฟุตดังกล่าว เอาไว้ใช้เพื่อให้พฤติกรรมการปฏิบัติของตนเองตรงตามแนว ไม้บรรทัด เหมือนดังเช่น สมญานามของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ "สุภาพบุรุษไม้บรรทัด" วัดตรงเผง
     ไม้บรรทัดฟุต นั้นมีสเกลมาตรฐานในการวัดอยู่ 2 สเกลด้วยกัน คือ "นิ้ว" และ "เซนติเมตร" ซึ่งสเกลดังกล่าวอยู่กันคนละข้างไม้บรรทัด โดยที่ 12 นิ้ว เป็น 1 ฟุต ข้างหนึ่ง และอีกข้างหนึ่ง 30.48 เซนติเมตร เป็น 1 ฟุต ซึ่งโดยทั่วไปมักจะเรียกกันโดยประมาณคือ 30 เซนติเมตร
     ดังนั้น 1 ฟุต เท่ากับ 12 นิ้ว เท่ากับ 30.48 เซนติเมตร
     เรื่องที่รัฐบาลพิจารณาให้เบี้ยเลี้ยงทหารปฏิบัติการสนาม ที่บรรดาพวกแก้วสารพัดพิษกล่าวหาว่าเป็น 2 มาตรฐาน โดยกล่าวหาว่าให้ ทหาร ศอฉ. ที่ปฏิบัติงานในการรักษาความสงบใน กทม.ที่ผ่านมา ได้ 400 บาท ขณะที่ ทหารภาคใต้ ที่ปราบปรามโจรใต้ ได้ 210 บาท
     ตามความเป็นจริงแล้ว เป็นเรื่องที่เหมือนกันกับการจับวัดบนสเกลทั้งสองข้างของไม้บรรทัดฟุต ที่ได้รับการพิจารณาทุกแง่ทุกคม (เว้นทุกเหลี่ยม!!?) แล้วว่าเหมาะสมเป็นธรรมและชอบธรรมบน 1 มาตรฐานไม้บรรทัดฟุต
     และกรณีของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ (โดยไม่มีกองกำลังติดอาวุธหนุนหลัง) กับกรณีคดีของการชุมนุมโดยไม่สงบ โดยหวัง สยบ (Suppress) รัฐบาล โดยแนวร่วมเสื้อแดงและกองกำลังเสื้อแดง (ที่มีอาวุธหนุนทั้งหน้าและหลัง)
     ที่กำลังถูก ดีเอสไอ ม้าใช้ของรัฐบาลนำเอา ไม้บรรทัดฟุต ไปวัดเปรียบเทียบดูว่าจะใช้มาตรฐานบรรทัดฟุตนี้วัดได้หรือไม่?
     หรือว่าจะต้องแยกไปใช้ไม้บรรทัดฟุตอีกประเภท "ไม้คมแฝก" ใช้วัดสำหรับบรรดาคนหัวแข็ง ผู้ที่ไม่รักษามาตรฐานในการชุมนุมเรื่อยเปื่อย ไปจนกระทั่งถึงการใช้ "ไม้ตาย" ในการให้ความเป็นธรรมบนดุลน้ำหนักที่ชั่งอยู่ทั้งสองข้างของตาชั่ง ดูว่า จุดหมุน (Fulerum) ควรจะอยู่ที่ใด
     จึงจะทำความยุติธรรมทำให้ "โมเมนต์ทวนเท่ากับโมเมนต์ตาม" เกิดการ ผ่อนสั้นผ่อนยาว และผ่อนหนักผ่อนเบา อย่างเหมาะสมบนความเป็นจริง
     ส่วนงบประมาณจะให้กระทรวงไหนได้เท่าไหร่นั้น ก็จะขอยกตัวอย่างให้ดูกันง่ายๆ ชัดๆ กันเลย ถึงเรื่องที่มากกว่าสองมาตรฐาน ก็คือ "เทอร์โมมิเตอร์" (Thermometer) ที่ใช้วัดอุณหภูมิ ซึ่งมีสูตรบัญญัติเอาไว้ "สี่มาตรฐาน" สเกล ได้แก่
                    C  = F-32 = R  = X-M
                   100   180    80   B-M
     โดยที่ C, F และ R เป็นสเกลวัดอุณหภูมิแบบต่างๆ คือเซลเซียส ฟาเรนห์ไฮต์ และโรเมอร์
     ส่วน X เป็นขนาดสเกล วัดอุณหภูมิของเทอร์โมมิเตอร์ชนิดใดๆ ก็ได้ ที่มี "จุดเยือกแข็ง" เท่ากับ M และ "จุดเดือด" เท่ากับ B
     เทอร์โมมิเตอร์แต่ละชนิด วัดอุณหภูมิในสภาพแวดล้อมที่ร้อนหนาวเดียวกัน ได้ค่าออกมาต่างๆ กัน เช่น วัดได้อุณหภูมิ 100 C ที่กระทรวงด้านความมั่นคง ที่ร้อนจนน้ำเดือดปุดๆ งบประมาณด้านรักษาความสงบภายในและการป้องกันประเทศ ก็ต้องมากขึ้นตามจุดเดือดในขณะนั้น
     ในส่วนกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงฟาห์เรนไฮต์ และกระทรวงโรเมอร์ อุณหภูมิก็จะวัดได้เป็น 212 F และ 80 R ก็ย่อมเป็น มาตรฐานเดียวกันกับ 100 C ที่มีวิธีการวัดแตกต่างกันออกไป ตามลักษณะของงาน
     สำหรับ กระทรวงด้านความมั่งคั่ง ตัวอย่างเช่น งานด้านการพัฒนาก่อสร้าง ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์และงานด้านอื่นๆ ลักษณะงานของกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงวัฒนธรรมใดๆ รวมไปถึงงานใดๆ ของกระทรวงงานที่ตั้งใหม่
     สมมุติเอาว่า ได้แก่ กระทรวง X ก็ต้องพิจารณาประกอบไปถึง "จุดเดือด" B และ "จุดเยือกแข็ง" M ของกระทรวง X ว่าควรจะ จัดสรรงบประมาณ ให้เท่าใด จึงจะพอเหมาะกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนชาวไทย ให้ได้มี ความเป็นอยู่อย่างมั่นคง มีความมั่งคั่ง และอยู่รอดปลอดภัยได้พอดีต่อกันทั้งระบบ
     ผมจึงอยากให้คนไทยทุกคนที่พอจะมีสติปัญญา โดยไม่ตั้งอยู่ในอุบายของบรรดาแก้วสารพัดพิษ ที่มุ่งร้ายหมายขวัญต่อประเทศชาติในเวลานี้ ได้ลองอ่านและทำความเข้าใจในเรื่องของ "มาตรฐาน" ดังกล่าว และเข้าใจถึงคำว่า "สองมาตรฐาน" ให้ถูกต้องว่า ทุกอย่างในโลกนี้ "การกระทำต่อสิ่งเดียวกัน" ที่บังเกิดความยุติธรรม จะมี "มาตรฐานเดียว" เท่านั้น 
     แต่ย่อมสามารถที่จะใช้วิธีการทำ หรือวิธีการวัดใดๆ ได้หลายอย่าง เรียกว่า "สองวิธีการ"  ไม่ใช่สองมาตรฐาน ตัวอย่างง่ายๆ ที่เข้าใจได้ง่ายอีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น รองเท้าเบอร์ 7 กับรองเท้าเบอร์ 42 เป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ไม่ใช่เป็นสองมาตรฐาน เพราะว่าขึ้นอยู่กับความนิยมใช้และการนิยมวัด ซึ่งถือว่าเป็น "สองวิธีการ"
     "มาตรฐานเดียว" เผด็จการเต็มรูปแบบ หรือว่า "สองมาตรฐาน" ประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ!!?                                                 
                                                            เสธ.เหลือง
                                                    ผู้ทรงคุณธรรมกองทัพบก           
ตอบ เสธ.เหลือง
     คำว่าสองมาตรฐานที่ฝ่ายเสียเปรียบมักจะนำมาโทษฝ่ายรัฐบาล ผมไม่เคยได้ยินใครอธิบายได้ลึกซึ้งอย่างที่เสธ.เหลืองเขียนมาในวันนี้ เกิดมาเพื่อที่จะคิดนี่เองถึงได้เป็นเสธ.ที่มีสีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเสธ.แดง
                                                         สามวา สองศอก         

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์