ช่วงนี้-จนถึงวันที่ ๒๒ ก.ค.เป็นเวลา ๘ วัน ผมเข้าคอร์ส "สู่ความเป็นผู้พ้นโรค" วันๆ ก็ไม่ได้ทำอะไร คร่ำเคร่งอยู่กับการต้มยาจีน แล้วก็นั่งเฝ้าไฟ รอให้เดือดจนตัวยาซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามีอะไรมิต่ออะไรบ้าง "ห่อเบ้อเร้อ" ปล่อยสารสรรพคุณออกมารวมกันเป็น "หยดน้ำชุบชีวิต" จาก ๘๐๐ ซีซี จนเหลือ ๒๕๐ ซีซี ดื่มไปมื้อแรกก่อนนอน ก็ไม่เป็นอันนอน เพราะเกิดปรากฏการณ์พิสดารเป็นอาการอย่างหนึ่งแผ่ซ่านจนสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งสารพางค์กาย ผมก็อธิบายไม่ถูก แต่สรุปจากความรู้สึกที่บอกกับตัวเองว่า
ถูกโรค-ถูกยา เห็นทีอาตมาไม่ตาย (ตอนนี้) แน่แแล้ว!
นี่ถ้าใครโผล่มาในเขตพิธีกรรมของผมที่ไทยโพสต์ช่วงนี้ คงได้กลิ่นยาต้มเข้าจมูกตั้งแต่ปากซอยยันปลายซอย เรียกว่าตลบอบอวลตลบฟ้า-ตลบดิน ที่ตั้งใจว่าจะทำเป็นความลับแต่แรก ก็เลยไม่ลับ เพราะกลิ่นยาฟ้องคน ใครต่อใครต้องมาชะโงก-ชะเง้อหาว่า
"นี่กลิ่นอะไรหนา แปลกประหลาด ไม่เคยผ่านจมูกสัมผัสมาก่อน แต่ชื่นจากนาสาถึงทรวง หูตาก็พลันสว่างไสว สงสัยจะเป็นตัวยาวิเศษมาจากยอดเขาซงซัวกระมัง?
ไม่ใช่ยาวิเศษจากยอดเขาซงซัวหรอกครับ แต่เป็นตัวยาจากความเมตตาของซิสเตอร์ ณ ดินแดนของพระเจ้า มอบหมายให้ซินแสท่านหนึ่งช่วยตรวจอาการภายนอก-ภายใน พร้อมทั้งเขียนใบสั่งยาให้ผู้มีความปรารถนาดีอีกท่านรับธุระไปจัดหาตัวยาจากย่านเยาวราชมาให้ พร้อมหม้อต้มพร้อมสรรพ
ผมมีหน้าที่เพียง ๓ อย่างเท่านั้นในรายการนี้ คือ ๑.ต้มยา ๒.กินยา และ ๓.อย่าเพิ่งตาย!
พูดได้คำเดียวครับ "ชีวิตผมเก็บตก" ด้วยมือของซิสเตอร์ ของซินแสผู้มีความเป็นมาน่าพิศวง และของครอบครัวหนึ่งที่รับภาระด้วยความหวังดีเต็มเปี่ยม มีอย่างเดียวที่จะตอบแทนน้ำใจของท่านเหล่านั้นได้ คือ
คอยเฝ้าหม้อยา อย่าปล่อยให้แห้ง ดื่มให้ครบตามเวลา และปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามที่ซินแสสั่ง
รสยานี่...อย่าบอกใครเชียว!!
ผมเป็นคนมีเพื่อน "หนุ่ม-สาว" ยุคใหม่เยอะ เบาะๆ ใน fb ก็หลายแล้ว เข้าใจว่าเมื่อผมพูดถึงเรื่องนั่งต้มยากินในยุค ๓ จี คงหน้าเหลอ บางคนอาจหัวเราะกรี๊กกกด้วยซ้ำ
ก็น่าหัวเราะกันหรอก มีหลายอย่างในโลกนี้ที่ยากจะทำให้เข้าใจได้ด้วยคำพูด จนกว่า "ชีวิตเผชิญ" นั่นแหละ จะให้ความเข้าใจกับตัวเอง โดยไม่ต้องใช้คำพูดอธิบาย
โบราณว่า "ลางเนื้อชอบลางยา" กินยาฝรั่ง รักษาหมอสมัยใหม่ "หายบ้าง-ตายบ้าง" บางคนไม่หาย แต่ไม่ตาย พอเวียนกลับมาใช้สมุนไพรบ้าง ยาไทยบ้าง ยาจีนบ้าง...หายวัน-หายคืน!
ยาสมัยใหม่ที่เรียกว่า "ยาฝรั่ง" ผมสังเกตว่าใช้ สะกด ระงับ ยับยั้ง บำบัด ทุเลา อาการเจ็บ อาการป่วยจากโรค ได้ระยะเวลาหนึ่งๆ เหมือนตัดหญ้า จะสั้น-สวยงามดีได้สักพัก แล้วก็จะงอกยาวกลับขึ้นมาให้เวียนตัด-เวียนโต อยู่อย่างนั้น แต่พวกสมุนไพร ยาจีน ยาไทย ที่เรียกว่ายาโบราณ ให้ผลทางรักษาช้ากว่า แต่เป็นยาที่เข้าไปรักษาถึงสมุฏฐานคือ ขุดรากถอนโคนถึง "ต้นเหตุ" ที่ทำให้เจ็บป่วย
หายก็หายขาด.....
ไม่หายก็ "ตายแล" กันไปเลย!
ผมเลิกราจากยาต้ม-ยาหม้อ มากินยาเม็ด ยาฉีดของฝรั่งก็ครึ่งศตวรรษได้มั้ง ตอนนี้เวียนกลับสู่วิถีดั้งเดิม เก็บยาฝรั่งเข้าลิ้นชักชั่วคราว มาต้มยากินอีก แต่เปลี่ยนจากสูตรยาไทยมาเป็นสูตรยาจีน
ยาต้มนี่ผมว่า "ขลังดี" นะ ว่าแล้วก็ขอเวลาแป๊บบบบนึง...ไปดูหม้อยาที่กำลังต้มคาไว้ก่อน.........
แน่ะ..เห็นมั้ย เผลอคุยกะท่านแป๊บเดียว เล่นซะเหือดน้ำเหลือแต่เนื้อ รินแล้ว คั้นแล้ว เหลือไม่ครบ ๒๕๐ ซีซีจนได้ ถ้าตับ ไต ไส้ พุง ผมไม่คืนกลับเข้าที่ ต้องโทษท่านแน่ๆ เลย!
ต้มยาเดี๋ยวนี้สบายมากครับ มีหม้อดินต้มยาไฟฟ้าขาย ไม่ยุ่งยากลำบากเวียนหัวเหมือนสมัยที่ต้องใช้หม้อดิน เตาฟืน-เตาถ่าน ประการเดียว ยังจำได้ตอนเป็นเด็ก ไม่สบายที แม่ก็ไปเจียดยาหม้อมาต้ม ต้มไปก็เคี่ยวยาให้น้ำงวดไป แค่ได้กลิ่นอยากตายมากกว่าอยากหาย กลิ่นยังขนาดนี้ แล้วน้ำยาที่ดำมะเมื่อมจะขนาดไหน
ตอน (ถูกบังคับ) กินด้วยแล้ว พ่อเจ้าประคุณลุนช่อง แม่ต้อง "เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำอยู่ร่ำไป"
มัน "ขมปิ๊ดปี๋" สุดใจขาดดิ้นเลยครับ!
ต้องกินเช้า-เย็น ครั้งละชามก๋วยเตี๋ยวตราไก่ ขืนอ้อยอิ่งปล่อยให้เย็น "ยิ่งเย็น-ยิ่งขม" ต้องกลั้นใจ "ตายเป็นตาย" ดื่มตอนอุ่นๆ รวดเดียวให้หมด แต่ถ้าใครดื่มได้รวดเดียว เอาเหรียญทองโอลิมปิกไปเลย เพราะขมจนลำคอเองยังต้องปิดวาล์ว ขืนรวดเดียวหมด สำลัก "ย้อนศร" ล้านเปอร์เซ็นต์
สูตร "ยาหม้อ" ของไทยนี่ ถ้าผิดไปจากหม้อดิน และชามตราไก่แล้ว สงสัยจะเป็น "ของเทียม" แฮะ เผลอๆ กินแล้วไม่หาย เพราะไม่ขลัง!
อ้อ...ยังมีอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ ถ้าขาดถือว่าหม้อนั้นไม่ใช่ยา นั่นคือ "เฉลว" ที่ปักบนใบตองคาดครึ่งปากหม้อเป็นเครื่องหมายการค้า "ยาไทย" เข้มขลัง ขนานแท้ และดั้งเดิม!
สงสัยกันอีกละซี ยุค BB ผมดันไปพูดถึงเฉลว เก๊กซิม....เฉลวคือสิ่งที่เขาทำด้วยตอก หรือหวาย หรือไม้ไผ่เหลาจนเป็นเส้นเล็กๆ นำมาหักขัดกันเป็นมุม มีทั้งแบบ ๓ มุม ๕ มุม ๘ มุม คล้ายรูปสัญลักษณ์ในธงอิสราเอลนั่นแหละ เฉลวนี้ก่อนจะปัก หมอยาเขาต้องเสกคาถาให้ยามีสรรพคุณคงที่ และแสดงให้รู้ว่า ในหม้อนี้ผ่านการบรรจุและตรวจตรายาครบตามสูตรแล้วจาก อย.ประมาณนั้น
คาถาที่ใช้เสกยาหม้อและปักเฉลวมีหลายอย่าง สุดแต่สำนักไหนจะใช้ ที่ใช้กันมากทั่วไปก็เป็น "บทสวดขัด" ของขันธปริตตคาถา ผมจะลอกมาให้ทราบกัน เผื่อท่านจะเอาไปใช้เสกยาบ้าง ดังนี้
บทขัดขันธะปะริตตะคาถา
สัพพาสีวิสะชาตีนัง ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ
ยันนาเสติ วิสัง โฆรัง เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง
อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะปาณีนัง
สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ
(คำแปล) บทขัดขันธะปะริตตะคาถา
พระปริตรอันใด ย่อมยังพิษอันร้ายแห่งงูร้ายทั้งหลาย ให้ฉิบหายไป ดุจยาวิเศษอันประกอบด้วยมนต์ทิพย์ อนึ่งพระปริตรอันใด ย่อมห้ามกันอันตรายอันเศษของสัตว์ทั้งสิ้น โดยประการทั้งปวง ในอาณาเขต ในที่ทั้งหมด ในกาลทุกเมื่อ เราทั้งหลายจงสวดพระปริตรอันนั้นเทอญ.
นั่นพิธีกรรมและรูปแบบ "ยาหม้อ-ยาต้ม" ของไทย ที่ต้องมีพิธีกรรมประกอบ ส่วนยาจีน ไม่ต้องมีพิธีปลุกเสก แต่ต้องเคร่งในสัดส่วนและเวลาการต้ม ของไทย กับของจีน จากประสบการณ์ผ่านกลิ่นสัมผัสจะต่างกันบ้าง ของไทยจะหนักไปทางขมนำ และมุ่งเน้นขุดรากถอนโคนโรคโดยตรง
แต่ของจีน เวลาต้มกลิ่นที่กำจร-กำจายจะให้ความหอม นอกจากมุ่งตัดรากถอนโคนโรคเหมือนกันแล้ว กลิ่นยังคล้ายมีตัวยาบำรุงประกอบไปด้วยกัน ไม่ขม แต่ขื่นนำ
พรรคพวกบางคนได้กลิ่น เดินมาชะโงกดู แล้วว่า "ต้มไข่พะโล้หอมฉุยเลยนะ"!
เอ้า...พักจากเรื่องต้มยา มาเรื่องจิปาถะบ้าง สัปดาห์ก่อน ผมบอกไปว่า ท่านใดต้องการ MP 3 "ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น" ที่อาจารย์ธีรทาส เขียนและพิมพ์แจกเป็นธรรมทานต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี ให้ท่านไปซื้อ "ซองกันกระแทก" ตามไปรษณีย์ แล้วเขียนชื่อ-ที่อยู่ของท่าน ส่งซองนั้นมาที่ไทยโพสต์ จะปิด-ไม่ปิดแสตมป์ไม่เป็นปัญหา แล้วผมจะส่ง "ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น" กลับไปให้ท่าน
ปรากฏว่า ท่านส่งซองกันมาไม่ขาดระยะ บางท่านใจดี ซื้อแสตมป์ดวงละ ๕ บาทยาวเป็นวาส่งมาให้ด้วย บอกว่า "ช่วยเหลือเป็นค่าส่งสำหรับคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ปิดแสตมป์มา" บางท่านก็ซื้อซองกันกระแทกส่งมาให้ บอกว่า "เผื่อมีใครต้องการก็ใช้ซองนี้ส่งไปให้ได้เลย"
แฟนไทยโพสต์นี่ใจดีกันทุกคน ก็อยากจะบอกว่า ท่านที่ต้องการนำไปฟัง ส่งซอง เขียนที่อยู่ตัวเอง แล้วส่งมาได้ตลอดครับ เพราะ "ครอบครัวกิจพานิช" ซึ่งจัดทำเป็น MP 3 เพื่อแจกเป็นธรรมทาน นำมามอบไว้ให้ ๒,๐๐๐ ชุด กะว่าจะเก็บไว้แจกตอนงานคอบรอบขึ้นสู่ปีที่ ๑๕ ของไทยโพสต์ เดือนตุลา
แต่แจกไป-แจกมา ตอนนี้เหลือไม่ถึงพันชุด ทางครอบครัว "กิจพานิช" บอกว่า ไม่ต้องกลัวจะหมด ฉะนั้น ท่านใดยังต้องการ จะมารับเอง หรือจะส่งซองมาเพื่อให้ผมส่งทางไปรษณีย์ไปให้...ได้ตลอด
และเมื่อ ๔-๕ วันนี้ คุณเกวลี ดวงเด่นงาม จากสำนักพิมพ์สุขภาพใจ ก็ส่ง "เสียงธรรมจากสวนโมกข์" มาให้ ๒ กล่อง เป็นเสียงของท่านพุทธทาสตามต้นฉบับดั้งเดิม จัดทำในแบบฉบับ CD AUDIO บอกว่า "ให้ผมแจกจ่ายแก่ผู้ต้องการ" ผมดูแล้ว กล่องละ ๒๕ แผ่น แต่เป็นชุดธรรมต่อเนื่องกัน จะแจกทั้งชุดก็มี ๒ กล่อง ครั้นจะแยกแจกคนละแผ่น ก็เป็นแผ่นละเรื่อง
ขอเก็บรวบรวมไว้แจกที่โรงพิมพ์ในเดือนตุลาก็แล้วกันนะครับ ผมดูแล้ว "เสียงธรรมจากสวนโมกข์" น่าสนใจมาก สำนักพิมพ์สุขภาพใจผู้ผลิตหนังสือธรรมะ มุ่งทำชุดนี้หวังให้ธรรมมากกว่ากำไรทางการค้า ท่านใดสนใจลองโทร.ไปที่ ๐๘-๓๙๙๑-๙๗๒๓ สอบถามเขาดูก็ได้ว่า จะซื้อได้ที่ไหน ราคาเป็นอย่างไรกัน?
เอาละครับ จบแค่นี้ ขออนุญาตกลับไปดูหม้อหยูก-หม้อยาของผม ก่อนจะแห้งคาหม้อ!








