ข่าวหน้า 1

Wednesday, 17 July, 2013 - 00:00

NGOประจานข้าวถุงไทย 34ยี่ห้อเปื้อนสารรมควัน!

 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคควงคู่ “ไบโอไทย” ลงทุน 7 แสนบาท เปิดผลชำแหละข้าวถุงประจานรัฐ พบ 74% ของตัวอย่างมีสารรมควันข้าว แบรนด์โค-โค่หนักสุด เกินมาตรฐานโคเด็กซ์ เจ้าของข้องใจใช้แล็บไหนตรวจ เถียงเกินมาตรฐานแล้วมีผลอย่างไร เพราะกินข้าวสุกไม่ใช่ข้าวสาร “กรมวิทย์” ชี้แค่ส่วนน้อย ไม่ต้องผวา ยี่ห้อระดับล่าง! 
     ข่าวลือในแวดวงโซเชียลมีเดียเรื่องข้าวไร้คุณภาพ และข้าวเน่าเริ่มมีเค้าลางความเป็นจริง เมื่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ร่วมกับศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อและมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ได้เผยผลการทดสอบคุณภาพข้าวถุง จากการเก็บตัวอย่างซื้อข้าวถุงระหว่างวันที่ 19-27 มิ.ย.ทุกยี่ห้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างโมเดิร์นเทรด ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง 6 แห่ง ได้แก่ เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, แม็คโคร, ท็อปส์, ฟู้ดแลนด์ และโฮมเฟรชมาร์ท, กับร้านสะดวกซื้อ 1 แห่ง คือ เซเว่น อีเลฟเว่น รวม 7 แห่ง ได้ข้าวถุง 46 ตัวอย่าง เป็นข้าวหอมมะลิ 100% จำนวน 15 ตัวอย่าง และข้าวขาวกับข้าวหอมอื่นๆ อีก 31 ตัวอย่าง
    น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้แถลงผลการเก็บข้อมูลว่า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง และมีสิทธิในการเลือกซื้อสินค้าที่ปลอดภัยในการบริโภค โดยผลการทดสอบข้าวถุง 46 ตัวอย่าง พบว่าทั้งหมดไม่พบการตกค้างของยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมต รวมทั้งไม่พบการตกค้างของยากันรา และมีข้าวถุง 12 ตัวอย่าง 26.1% ที่ไม่พบการตกค้างทางการเกษตรชนิดใดๆ ได้แก่ 1.ยี่ห้อลายกนก ข้าวหอมมะลิแท้ 100% 2.ข้าวพันดี ข้าวขาว 100% ชั้นดีพิเศษ 3.ธรรมคัลเจอร์ ข้าวหอมคุณภาพคัดพิเศษ 4.รุ้งทิพย์ ข้าวขาวเสาไห้ 5.บัวทิพย์ข้าวหอม 6.ตราฉัตร ข้าวขาว 15% 7.ข้าวมหานคร ข้าวขาวคัดพิเศษ 8.สุพรรณหงส์ ข้าวหอมสุรินทร์ 9.เอโร่ ข้าวข้าว 100% 10.ข้าวแสนดี ข้าวหอมทิพย์ 11.โฮมเฟรชมาร์ท จัสมิน ข้าวหอมมะลิ 100% และ 12.ชามทอง ข้าวหอมมะลิ 100%
    น.ส.สารีกล่าวอีกว่า ผลการทดสอบสารรมควันข้าว (เมธิลโบรไมด์) พบมีการปนเปื้อน 34 ตัวอย่าง หรือ 73.9% ของตัวอย่าง โดยอยู่ที่ระดับ 0.9-67 มิลลิกรัม/กิโลกรัม โดยข้าวถุงที่ปนเปื้อนสูงที่สุดคือ ยี่ห้อโค-โค่ ข้าวขาวพิมพา พบการปนเปื้อนสูงถึง 67.4 มก./กก. ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเด็กซ์) ที่กำหนดให้ไม่เกิน 50 มก./กก. และยังมีอีก 5 ตัวอย่าง ที่ตกค้างไม่เกินมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ แต่พบตกค้างสูงกว่า 25 มก./กก. แต่ไม่เกิน 50 มก./กก. คือ ข้าวแสนดี ข้าวหอม ปนเปื้อน 41 มก./กก.,ข้าวตราดอกบัว ข้าวเสาไห้  29.5 มก./กก., ข้าวตราดอกบัว ข้าวตาแห้ง 28.9 มก./กก., สุรินทิพย์ ข้าวหอมมะลิ 27.6 มก./กก. และข้าวถูกใจ ข้าวขาว 27.5 มก./กก.
    โดยการตรวจสอบคุณภาพครั้งนี้ ได้ตรวจใน 5 ด้านคือ 1.การตรวจสอบคุณภาพข้าวสารถุง ตามมาตรฐานข้าวสาร กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ 2.สารเคมีทางการเกษตร ยาฆ่าแมลง 2 กลุ่ม ได้แก่ ออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมต 3.ยากันรา 4.สารรมควันข้าว  และ 5.สารพิษจากเชื้อรา (อะฟลาท็อกซิน) ซึ่งกำลังรอผลการตรวจสอบอยู่ โดยได้ดำเนินการโดยศูนย์ทดสอบที่ได้รับมาตรฐานถูกต้อง แต่ไม่ขอเปิดรายนาม ซึ่งใช้งบประมาณถึง 7 แสนบาท
    “การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ คิดว่าไม่น่าถูกฟ้องจากบริษัทต่างๆ แต่หากถูกฟ้อง มูลนิธิฯ ก็มีบทเรียนที่ผ่านมาพอสมควรแล้ว เพราะการตรวจสอบไม่ได้เลือกปฏิบัติ และไม่กังวลที่เชื่อมโยงไปทางการเมือง เพราะมูลนิธิมีการทดสอบสินค้าที่จำหน่ายในท้องตลาดมาโดยตลอด” น.ส.สารีกล่าว
    นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการไบโอไทย กล่าวว่า แม้การตกค้างส่วนใหญ่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานของโคเด็กซ์ แต่ในหลายประเทศกำหนดเกณฑ์มาตรฐานสูงกว่าโคเด็กซ์ เช่น อินเดีย กำหนดไว้ไม่ให้เกิน 25 มก./กก. หรือจีน ที่เป็นคู่ค้าข้าวรายสำคัญกำหนดปริมาณการตกค้างของเมธิลโบรไมด์ในข้าวไว้ที่ไม่เกิน 5 มก./กก. แต่ผลทดสอบครั้งนี้ กลับพบข้าวถุงที่ตกค้างของเมธิลโบรไมด์เกิน 5 มก./กก. ถึง 13 ตัวอย่างที่ไม่สามารถส่งออกไปจีนได้
    ด้านนายกิตติพันธุ์ เหล่าประภัสสร ผู้จัดการบริษัท เสถียรรุ่งเรืองมาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสารยี่ห้อโค-โค่ ระบุว่า ต้องขอหารือกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคก่อนว่ามีกระบวนการตรวจสอบอย่างไร ใช้แล็บเอกชนใดตรวจสอบ และมีค่าเป็นอย่างไร หากมีปัญหาจริง บริษัทสามารถเรียกข้าวล็อตนั้นกลับมาได้ ซึ่งข้าวยี่ห้อนี้อยู่ในตลาดมานานกว่า 10 ปี
“ที่กำหนด 50 พีพีเอ็ม ถามว่าถ้าเกินกว่านี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นอย่างไร เพราะเป็นเพียงตัวเลข มันอันตรายหรือเปล่าก็ไม่มีใครบอกได้ และสารตัวนี้มันระเหยไปตามอากาศอยู่แล้ว เราไม่ได้กินข้าวสาร เรากินข้าวที่หุงเรียบร้อยแล้ว” นายกิตติพันธุ์ระบุ
    นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย เผยว่า สมาคมฯ ได้ประสานงานไปยังผู้ประกอบการข้าวโค-โค่ ให้เรียกสินค้าคืนจากท้องตลาด ซึ่งคาดว่ามีจำนวนไม่มากนัก โดยเฉพาะช่องทางจำหน่ายในท็อปส์ และต้องให้ความยุติธรรมกับผู้ประกอบการที่ถูกพาดพิง ซึ่งต้องตรวจสอบและพิสูจน์อีกครั้งหนึ่ง โดยสมาคมฯ จะประสานงานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบในด้านนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนพิสูจน์ และตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
    ขณะเดียวกัน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า การตรวจทั้งสิ้น 46 ถุง มีเพียง 1 ถุงเท่านั้นที่มีสารตกค้างเกินมาตรฐาน จึงไม่ทราบกระแสข่าวที่ระบุถึงการสุ่มตรวจข้าวไทยมีสารปนเปื้อนหลายถุงมาได้อย่างไร กรมในฐานะที่ควบคุมดูแลมาตรฐานข้าวหอมมะลิบรรจุถุง ยืนยันว่าข้าวไทยมีคุณภาพเป็นไปตามหลักสากล และไม่เกินมาตรฐานที่องค์กรต่างๆ ของโลกกำหนด
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่หากเกิดขึ้นจริงก็อยากให้มูลนิธิส่งตัวอย่างข้าวมาตรวจสอบที่ห้องทดลองของกรมวิชาการเกษตรและกรมการข้าว เพราะเป็นห้องทดลองที่ได้มาตรฐาน และจะได้ผลที่เป็นกลาง
นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า มีเพียงแค่ตัวอย่างเดียวที่เกินค่ามาตรฐาน และเป็นยี่ห้อในระดับตลาดล่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ส่วนอีก 5 ยี่ห้อที่ตรวจพบนั้นก็ไม่เกินค่ามาตรฐานที่โคเด็กซ์กำหนด ซึ่งเป็นสัดส่วนการปนเปื้อนในท้องตลาดที่น้อยมาก
“ผลการตรวจนี้ประชาชนไม่ต้องตระหนก เพราะดูจากสัดส่วนประชาชนมีความเสี่ยงที่ต่ำมาก และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลตรวจของกรมวิทยาศาสตร์ฯ  และคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากการสุ่มตรวจของเราเป็นมาตรฐาน โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใกล้มือประชาชนมากที่สุดและเป็นที่รู้จัก แต่ยอมรับว่าข้าวในท้องตลาดมีหลายผลิตภัณฑ์ การจะสุ่มตรวจทั้งหมดคงเป็นเรื่องยาก” นพ.นิพนธ์กล่าว
วันเดียวกัน ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การสาธารณสุข วุฒิสภา ที่มีนายเจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณากรณีการตรวจสอบข้าวปนเปื้อนและการสุ่มตรวจข้างบรรจุถุงสำเร็จที่วางขายในท้องตลาด โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันไม่พบสารเคมี ส่วนยีสต์และเชื้อรา และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ พบปริมาณน้อยกว่าจำนวนที่กำหนดให้มีได้ในอาหารพร้อมบริโภค ในขณะที่เซ็นทรัลแล็บไทยได้ปฏิบัติให้ข้อมูลการตรวจสอบ โดยระบุว่าต้องทำเรื่องขออนุญาตกรมการค้าภายเสียก่อน ทำให้นายเจตน์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าที่ไม่เปิดเผยข้อมูลเพราะผลการตรวจมีปัญหาหรือไม่
     นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในวันที่ 17 ก.ค. กมธ.จะพิจารณาปัญหาผลกระทบการใช้สารเคมีในการรักษาคุณภาพเมล็ดข้าว โดยเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพราะเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง.