ญี่ปุ่นขยับเสริมเขี้ยวเล็บต่อกรจีน

Wednesday, 18 December, 2013 - 00:00

ญี่ปุ่นขยับเสริมเขี้ยวเล็บต่อกรจีน

  คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ เพิ่มงบใช้จ่ายทางทหารบานเบอะ เสริมเขี้ยวเล็บทั้งโดรน, เครื่องบินจู่โจมล่องหน และเรือดำน้ำ เตรียมไว้ปกป้องหมู่เกาะห่างไกลที่มีข้อพิพาทกับจีน
    รัฐบาลสายเหยี่ยวของนายกฯ ชินโซะ อาเบะ ประชุมกันเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม และให้ความเห็นชอบการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมระหว่างปี 2557-2562 เป็น 24.7 ล้านล้านเยน (7.7 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 5% จากงบระยะ 5 ปี โดยเป็นการเปลี่ยนยุทธศาสตร์มาให้ความสำคัญกับดินแดนทางใต้และตะวันตกมากขึ้น
    ญี่ปุ่นมีความหวั่นวิตกมากขึ้นต่ออำนาจที่เพิ่มพูนขึ้นของจีน ซึ่งมีข้อพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะเซ็งกากุหรือที่จีนเรียกว่าเตียวหยู ในทะเลจีนตะวันออก รวมถึงยังเกรงภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือที่คาดคะเนไม่ได้เลย
    กองทัพญี่ปุ่นหยุดนิ่งกับที่มานานตามข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญรักสันติที่ใช้หลังญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจำกัดบทบาทของกองทัพและทหารไว้แค่เป็นกองกำลังป้องกันตนเองเท่านั้น แต่รัฐบาลของอาเบะกำลังเดินหน้าเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้กองทัพมีบทบาทปกติเหมือนทั่วไป นอกจากการเพิ่มงบและจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ครั้งใหญ่นี้แล้ว ญี่ปุ่นยังจะจัดตั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติแบบเดียวกับของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มอำนาจควบคุมในมือของนักการเมืองอาวุโสและข้าราชการกลุ่มเล็กๆ
    แนวนโยบายใหม่ที่ผ่านการอนุมัติเมื่อวันอังคารยังระบุให้มีกองกำลังป้องกันร่วมที่จะขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันระหว่างกองกำลังทางทะเล, บก และอากาศ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    อาเบะกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้กองทัพญี่ปุ่นรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนในเวทีระหว่างประเทศได้มากขึ้น "เราหวังว่าจะมีส่วนช่วยเหลือด้านการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นผ่านสันตินิยมเชิงรุก" เขากล่าว
    งบประมาณกลาโหมระยะ 5 ปีข้างหน้าเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 นี้เพิ่มขึ้นจากงบ 23.5 ล้านล้านเยน (7.3 ล้านล้านบาท) ระยะ 5 ปีที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2557 แต่ตัวเลขอาจลดลงได้ราว 7 แสนล้านเยนหากกระทรวงกลาโหมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายลง
    ยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ที่อยู่ในรายการ ซึ่งประกอบด้วย อากาศยานไร้คนขับ 3 ลำ, ยานสะเทินน้ำสะเทินบก 52 ลำ, เฮลิคอปเตอร์ออสเพรย์ 17 ลำ และเรือดำน้ำ 5 ลำ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการตรวจการณ์และเสริมการป้องกันหมู่เกาะ
    นอกจากนี้ยังรวมถึงเรือพิฆาต 2 ลำติดตั้งระบบต่อต้านมิสไซล์เอจิส และเครื่องบินรบเอฟ-35 ซึ่งเป็นเครื่องบินล่องหนรุ่นใหม่ 28 ลำซึ่งดีกว่าเอฟ-15เอส ที่ญี่ปุ่นใช้อยู่ในปัจจุบัน
    ที่กรุงปักกิ่ง หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงว่าจีนกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด "ประเทศเอเชียและประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงจีน ไม่อาจไม่ให้ความสนใจและตื่นตัวในระดับสูงต่อความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของญี่ปุ่น" เธอกล่าว "ญี่ปุ่นไม่ควรเรียกร้องหาสันติภาพแบบเลื่อนลอย แต่ควรมีความจริงใจ ทำจริงและแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพ"
    แนวนโยบายกลาโหมของญี่ปุ่นยังเรียกร้องให้เสริมระบบป้องกันมิสไซล์ด้วย เพื่อรับมือกับ "ภัยคุกคามร้ายแรงจวนตัว" ของเกาหลีเหนือ.