คำขวัญวันเด็ก 'นายกฯปู' ต้องทำตัวอย่างอย่าแค่พูด

Wednesday, 18 December, 2013 - 00:00

คำขวัญวันเด็ก 'นายกฯปู' ต้องทำตัวอย่างอย่าแค่พูด

   กลายเป็นเรื่องฮือฮาในโลกสังคมออนไลน์ทันที หลังจากนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคำขวัญวันเด็กประจำปี 2557 ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขียนด้วยลายมือตัวเองมอบเป็นคำขวัญวันเด็กว่า “กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง” ก็มีผู้นำเอาคำขวัญวันเด็กไปดัดแปลงและเปลี่ยนคำขวัญใหม่เป็น "อกตัญญู ไม่รู้หน้าที่ หนีสภา สร้างปัญหา ไทยล่มจม" จนมีชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง
    การนำคำขวัญวันเด็กไปดัดแปลงเปลี่ยนใหม่ แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ ไม่ควร และไม่น่าจะนำเรื่องของเด็กมาเกี่ยวโยงกับการเมือง แต่ในอีกมุมหนึ่งเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นก็แสดงให้เห็นมุมมองความนึกคิดจากสังคมที่มีต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารบ้านเมือง ในฐานะผู้นำประเทศได้เป็นอย่างดีว่าเป็นเช่นไร
    ต้องยอมรับว่าตลอด 2 ปีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และทำหน้าที่บริหารประเทศ คำถามหนึ่งและเป็นคำถามที่ผู้คนส่วนใหญ่สงสัย คือเรื่อง "ภาวะผู้นำ" ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งไม่เคยแสดงออกมาให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียวในการตัดสินใจเรื่องหนึ่งเรื่องใดอย่างทันท่วงที รวมทั้งไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเองว่าควรปฏิบัติอย่างไร จนทำให้หลายครั้งในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งวาระการตั้งกระทู้ถาม การพิจารณากฎหมาย การอภิปรายต่างๆ ฝ่ายค้านต้องพยายามเรียกร้องให้นางสาวยิ่งลักษณ์ซึ่งเป็นผู้บริหารประเทศ ผู้กำหนดทิศทางนโยบายรัฐบาล และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับฟังปัญหาบ้าง
    แม้แต่ในการเปิดเวทีรับฟังความเห็นในหัวข้อ "ประเทศไทยของเราจะไปทางไหน" เพื่อวางแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย แก้ปัญหาระยะยาวภายหลังมีการเลือกตั้งที่รัฐบาลจัดขึ้นถึง 2 ครั้ง 2 ครา ทั้งที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2556 และที่ห้องรัตนโกสินทร์ โรงแรมเดอะสุโกศล เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ก็ไม่ได้ไปร่วมการเสวนาเพื่อรับฟังความเห็นด้วยตัวเอง แต่มอบหมายให้นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินการ
    ทั้งที่เวทีเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ในการหาทางออกให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติทางการเมืองเพื่อเข้าสู่การปฏิรูปอย่างแท้จริง นางสาวยิ่งลักษณ์ในฐานะผู้บริหารประเทศควรที่จะไปรับฟังเสียงสะท้อนด้วยตัวเอง เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที ไม่ใช่นั่งรอรายงานผลสรุปจากนายธงทอง แต่นางสาวยิ่งลักษณ์กลับเลือกที่จะลงพื้นที่ตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 17-22 ธันวาคม 2556
    จริงอยู่ การลงพื้นที่ตรวจราชการพบปะชาวบ้านเพื่อรับฟังปัญหาเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในฐานะนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารประเทศ แต่หากมองในมุมความจำเป็นเร่งด่วนในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองตึงเครียดเช่นนี้ สมควรแล้วหรือ เหมาะสมแล้วหรือ และขณะนี้รัฐบาลอยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ นางสาวยิ่งลักษณ์อยู่ในสถานะนายกรัฐมนตรีรักษาการ ที่สำคัญคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศวันเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว นางสาวยิ่งลักษณ์ก็สังกัดอยู่พรรคการเมืองหนึ่ง จะไม่เข้าข่ายชิงความได้เปรียบในการหาเสียงหรือ
    นางสาวยิ่งลักษณ์พร่ำพรรณนาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า "ส่วนตัวสนับสนุนให้มีการปฏิรูป เพราะเราได้เสนอให้มีเวทีปฏิรูปมาก่อนหน้านี้แล้ว" รวมทั้งเชิญชวนให้ทุกเวทีเปิดให้มีการพูดคุยมากขึ้น เพื่อให้เห็นกรอบเวลาของการปฏิรูปว่าจะทำให้เกิดเวทีปฏิรูปได้อย่างไร และยืนยันว่าตัวเองเป็นคนไทย เกิดบนแผ่นดินไทย อยากทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน น้อมรับในทุกบทบาทที่พี่น้องประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินให้ และจะขอยืนเคียงข้างรับใช้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนนั้น แต่นางสาวยิ่งลักษณ์กลับไม่เข้าร่วมกับสิ่งที่ตัวเองมองว่าเป็นทางออก ทางแก้ปัญหาของชาติ
    คำขวัญวันเด็กประจำปี 2557 ที่นางสาวยิ่งลักษณ์มอบให้กับเด็กๆ ทั่วประเทศ ว่า “กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง” หากเด็กทำได้ทุกถ้อยคำที่นายกรัฐมนตรีมอบให้ เชื่อว่าประเทศชาติจะต้องพัฒนาก้าวหน้าไกล และมีความมั่นคงทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ แต่เหนืออื่นใดก่อนที่จะให้เด็กทำตามคำขวัญที่มอบไว้ให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารบ้านเมือง ในฐานะผู้นำประเทศ ก็ควรจะต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างของเด็ก ไม่ใช่เพียงแค่ใช้คำสวยหรู สร้างภาพ ลอยตัวหนีปัญหาไปวันๆ.