วันนี้-วันอังคารที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ตรงกับวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๘/๘ ปีขาล ตามปฏิทินโหราศาสตร์ ท่านอาจารย์เทพ สาริกบุตร บอกถึง "ปรากฏการณ์ดวงดาว" ไว้ว่า ดาวอังคารยกเข้าราศีกันย์ ๐๘.๐๕ น. และในระยะ ๖-๗ วันนี้ มักมีเหตุขัดแย้งทะเลาะวิวาทในหมู่ผู้แทนราษฎร ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร และผู้ยากไร้ ทั้งมักเกิดการก่อความไม่สงบ อุบัติเหตุ อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติร้ายแรง
อังคารเข้าราศีกันย์ท่านว่าเป็นมหาจักร แถมจ๊ะเอ๋ดาวเสาร์ที่นอนรอท่าอยู่ก่อนแล้วที่ราศีกันย์ จึงเป็นอังคารร่วมเสาร์ เป็น ๗ คือเล็งกับดาวมฤตยูที่อยู่ร่วมกับดาวพฤหัสบดีที่ราศีมีน ผมได้ยินบรรดาโหราจารย์หลายท่านกระแอม-กระไอ เป็นการส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้ามาเป็นเดือนแล้วทำนองว่า
"เซอร์ไพรส์นะท่าน ระวัง...เซอร์ไพรส์!?"
ผมก็ตื่นเต้น อยากรู้เหมือนกันว่า เซอร์ไพรส์นั้น มันคืออะไร เห็นทีต่อไปนี้คงต้องนอนไป คอยฟังเสียงหวอไป ปุ๊บปั๊บจะได้หลบลงไปตั้งหลักใต้ถุนได้ทัน
แต่เท่าที่สังเกต แดงทักษิณในสภา ผ่านทางพรรคเพื่อไทย และนอกสภา ผ่านทาง นปช.เขาเริ่มปฏิบัติการ "แยกกันอยู่-รวมกันตี" เป็นการชิมลาง-หยั่งกระแสแล้ว ยิ่ง ๒๖ ก.ค.นี้เป็นวันเกิดทักษิณ แต่ละเครือข่ายจึงเคลื่อนไหวประกวด-ประชันสร้างผลงานให้เข้าตา เป็นการสะสมแต้มสวามิภักดิ์ด้วยหวังว่า
"ทักษิณกลับมาละมึ้งงงง ถึงตาพวกกูมั่งละ!"
คนที่ถูก "จองกฐิน" ตั้งแต่ยังไม่เข้าพรรษามากที่สุด เห็นจะเป็น "นายธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดี DSI การที่ DSI ยุคท่านทำงานเป็นที่พึ่ง-ที่หวังของสังคมได้ ไล่จับโจรกบฏเมืองชนิดไม่สนที่จะแทงหวยทักษิณ จึงเป็นเหมือนดอกกัลปพฤกษ์ที่ขบวนการเจ้ามูลแม้วทั้งบนดินและใต้ดินจ้องสอย
พูดถึงวันเกิดทักษิณ คนที่จัดงานให้คงมีหลายวง หลายจังหวัด แรกๆ เพื่อน มีข่าวว่าจะจัดกันที่จังหวัดน่าน โฆษณาเรียกความสนใจไว้ว่า "ทักษิณจะโฟนอินเข้ามาด้วย"
แล้วเมื่อวาน (๑๙ ก.ค.) ก็เห็น "นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" ออกข่าวว่า ที่เชียงใหม่จะจัดงานฉลองวันเกิดให้ที่ "วัดโรงธรรม" และแม้วจะโฟนอินเข้ามาอีกเหมือนกัน!
วัดโรงธรรม ที่เชียงใหม่ ดูเหมือนจะเป็นวัดที่บรรจุอัฐิบรรพบุรุษของทักษิณ ข้าทาสบริวารยังอุตส่าห์หวังดี จัดงานวันเกิดให้ที่บริเวณ "สุสานประจำตระกูล" นับว่าเป็นนิมิตหมายที่หลายคนบอกว่า น่าจะต้อง...แปลความ
ว่าแต่ว่า ทักษิณตัวเป็นๆ แน่นะ.....
ผมไม่ค่อยแน่ใจ ตอนนี้จะมีแรงโฟนอินไหว?
ท่าน ส.ส.สุรพงษ์ โต นี่ ระยะหลังๆ ดูจ๋อยไปนะครับ ไม่ซู่ซ่าเหมือนตะก่อน ยิ่งตอนมีข่าวประชาธิปัตย์ "ลูกผี-ลูกคน" ในคดีใช้เงินบริจาค ๒๙ ล้าน ผิดประเภท และคดีนิติกรรมอำพราง ๒๕๘ ล้าน ใครๆ ในพรรคเพื่อไทย และขบวนการแม้วทั้งหลายดีอก-ดีใจ ลุ้นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค
แต่ท่านสุรพงษ์ "อุเบกขา" ไม่พูดจาอะไรเลย!
ผมแอบชมสปิริตท่านในใจ เป็นสุภาพบุรุษดี เห็นคนจะล้มแล้วไม่เหยียบย่ำ-ซ้ำเติม ถึงไม่เห็นแก่หน้าใคร แต่ด้วยใจของคนก็คงสำนึกว่าเคยอาศัยร่มไม้ชายคาพรรคนี้คุ้มหัว ดีที่สุดจึงถืออุเบกขา นี่คือที่ผมคิด
จนกระทั่งมาดูรายชื่อ ๔๘ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ปี พ.ศ.๒๕๔๗-๔๘ ภายใต้เงื่อนไขว่า ถ้าประชาธิปัตย์ถูกยุบพรรค กก.บห.ชุดนี้ ก็จะต้องถูกตัดสิทธิ์การเมือง ๕ ปีด้วย ผมถึงข้ามสะพานซังฮี้ไปถึงบางอ้อ
ก็ ส.ส.สุรพงษ์ ตอนนั้นยังอยู่ประชาธิปัตย์ และเป็น ๑ ใน ๔๘ กก.บห.ด้วย ก็เลย "ซวยกุลุดม้อข้ามพรรค" แล้วอย่างนี้จะให้ท่านสุรพงษ์ "ลุ้น" แบบไหนดี
ลุ้นให้ประชาธิปัตย์ยุบหนอ หรือพองหนอดี?
พูดถึงเรื่องพรรค ตอนนี้ ถึงประชาธิปัตย์ดูย่ำแย่ หมอไม่รับรองอาการ แต่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยจะดีไปกว่าซักเท่าไหร่ มองดูภายนอกเผินๆ อาจไม่เห็นอะไร แต่ถ้าแหวกไรขนเข้าไปนิดเดียวก็จะเห็น
"เน่าใน" พอๆ กัน!
ลองไล่เลียงดู ตั้งแต่ยุบพลังประชาชน หัวหน้าตาย "ทางการเมือง" ไป ๒ คน คนแรกนายสมัคร สุนทรเวช คนที่ ๒ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาก่อตัวใหม่เป็นพรรคเพื่อไทย บัดนั้น จนบัดนี้
ก็ยังเป็นพรรคที่ "ไม่มีหัว"!
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ คนผมดกไม่กระดิกนั่นน่ะ รู้กันทั่ว รวมทั้งเจ้าตัวเองว่า "เป็นหัวหน้าอุปโลกน์" สมมติว่าได้เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาลก็มีปัญหา เพราะนายยงยุทธไม่ได้เป็น ส.ส.ดังนั้น พวก ส.ส.ก็ต้องลุ้น ชุลมุนไปเฝ้าไข่นายใหญ่ หวังได้รับการชี้ตัวให้เป็นนายกฯ ถึงตอนนั้น อาจยกก๊กตีกันยิ่งกว่าเด็กอาชีวะ บอกไม่เชื่อ
ตอนนี้เพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านในสภา ค่าที่ว่าเป็นพรรคไม่มีหัวหน้าตัวจริง ก็เลยไม่มี "หัวหน้าฝ่ายค้าน" ได้ยินชื่อคนนั้น-คนนี้มาตลอดว่าจะมาเป็นหัวหน้าตัวจริง พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ บ้าง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ บ้าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง บ้าง นายเสนาะ เทียนทอง บ้าง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก บ้าง พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร บ้าง กระทั่งล่าสุด ไม่รู้ใครเอาชื่อ "ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล" มาปูด
คุณชายท่านโกรธ ที่เอาชื่อท่านไปเปื้อนกับคนและพรรคที่มีปัญหาเรื่อง "ล้มเจ้า-ล้มแผ่นดิน"!
สรุปก็คือ จนถึงนาทีนี้ การเมืองจะพลิกผัน ปุบปับเลือกตั้งกันใหม่วันไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่พรรคเพื่อไทยยังเป็น "พรรคหัวขาด" แล้วแบบนี้ ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย สภาพจะต่างกันตรงไหน ในสนามการเมืองข้างหน้า
ตาอิน ก็จะตายทั้งพรรค ตานา ก็มีแต่ตัวหัวไม่เห็น มันก็จะเสร็จ "ตาอยู่" ที่แฝงมาในนามว่า "เนวิน" ที่แรงทั้งกำลังภายนอกของคำว่า "บารมีเงิน" และกำลังภายในของอำนาจมหาดไทย สร้างขุมข่ายอำนาจและฐานมวลชนซึมแทรกจากจังหวัดลงอำเภอ ลงตำบล ลงหมู่บ้าน ลง อบจ.-อบต.
ด้วยข้ออ้าง "ต่อต้านปฏิบัติการทักษิณ"!
จมูกใครก็ไม่ไวเท่าจมูก "นักเลือกตั้ง" แต่ละพื้นที่ ฉะนั้น ตอนนี้ จึงมีข่าว ส.ส.เพื่อไทยบางภาค-บางจังหวัด แสดงความอึดอัดขัดข้องในระบบบริหารของพรรคบ้าง ไม่พอใจหัวหน้าคุม ส.ส.แต่ละภาคบ้าง กระทั่งข่าว ส.ส.บางคนเตรียมขยับขยาย "ไปตายดาบหน้า" บ้าง
ดาบที่มีฝักนามว่า "ภูมิใจไทย" อ้ารออยู่ไงล่ะ!
ทำไม "เพื่อไทย" จึงตั้ง "หัวหน้าพรรค" ไม่ได้ สงสัยมั้ย?
ไม่ต้องสงสัยหรอก มันง่ายๆ เพราะ "หัวหน้าพรรคตัวจริง" คือทักษิณเขาวางกลยุทธ์-กลศาสตร์ในการทำศึก "เพื่อตัวเขา" ไว้อย่างนั้น เพราะทักษิณ "เข็ด" เมื่อตอนเอานายสมัครมาเป็นหัวหน้าพรรคนั่นแล้ว
นายสมัครนั้น ปากท่านก็พูดว่านอมินีให้ทักษิณ แต่พอเป็นหัวหน้าพรรค-เป็นนายกฯ "ท่านก็เป็นตัวของท่าน" ทักษิณสั่งอะไรใช่ว่าจะได้ไปทุกเรื่อง จนตอนหลังนายสมัครผนึกแนวเข้ากับ ส.ส.อีสานกลุ่มหนึ่ง แล้วผนวกอำนาจกับกลุ่มเนวินในพรรค เรียกว่าเริ่มปฏิบัติการ "แข็งเมือง-แข็งอำนาจ" ทักษิณ
ทักษิณกระอักเลือด แต่คนข้างนอกไม่เห็น เพราะรีบเลียกินกลับเข้าไปเสียก่อน ทักษิณแค้นสมัครชนิด "ผีไม่เผา-เงาไม่เหยียบ" นับจากนั้น จึงวางแผน "ขจัดออกไป"
ที่สมัครต้องเก้อ ถูก "ล้มโหวต" ในการเลือกกลับเป็นนายกฯ แล้วเอานายสมชาย "น้องเขย" มาเป็นแทนนั่นน่ะ เป็นแผนบัญชามาจากทักษิณโดยตรง!?
ทักษิณจึงเข็ดจะเอาใครที่ไม่ใช่ "ขี้ในไส้" มาคุมอำนาจในพรรค จึงใช้นโยบาย "แบ่งแยกแล้วปกครอง" คือไม่ต้องการให้ ส.ส.รวมกันติด ไม่ต้องการให้ใครมีอำนาจสั่งการในพรรคได้เด็ดขาด ให้ ส.ส.แตกเป็นก๊ก เป็นเหล่า แล้วเอามารวมศูนย์ที่ตัวเองสั่ง
ก็ดูซี อย่าง ส.ส.วานซืน "จตุพร พรหมพันธุ์" ในเมื่อทักษิณให้น้ำหนัก ก็สามารถชี้นิ้วสั่ง ส.ส.๗-๘ สมัย แก่คราวพ่อให้ซ้ายหัน-ขวาหันได้ ขนาด ส.ส.สุรพงษ์ โต กลัวใครซะที่ไหน แต่กับจตุพร เด็กวานซืน สุรพงษ์ก่งก๊งไปเลย ต่อให้นายยงยุทธ-หัวหน้าพรรคด้วย..เอ้า.. ถ้านายจตุพรสั่ง "เอากางเกงไปซัก"
ก็คง "จ๋า...จะให้ซักขาเดียวหรือทั้งสองขาล่ะจ๊ะ"?!
ทักษิณมองออกว่า เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาของตัวแทนในสภาคือ "เพื่อไทย" ที่จะได้นั่งทำเนียบฯ จึงให้น้ำหนักและความสำคัญในการเล่นเกมไปที่ "ตัวแทนนอกสภา" คือ นปช.จะเห็นได้ว่า นปช.ก่อการอะไร แต่พรรคเพื่อไทยไม่เคยรู้เหนือ-รู้ใต้มาก่อน จนกระทั่งเกิดขึ้นแล้วจึงรู้ตามหลัง
เพราะนายสั่งให้เอาพรรคไปสนับสนุนกองโจร!
ในความจริงที่เป็นอยู่ ส.ส.เพื่อไทย "หลายคน" ก็สุดเอือม และสุดทนกับพฤติกรรมและพฤติการณ์ของทักษิณเหมือนกันที่ทำให้พรรคเพื่อไทยกับ นปช.กลายเป็น "เนื้อเน่า" ในร่างศพเดียวกัน
ดังนั้น "เพื่อไทย" วันนี้ ไม่มีโต มีแต่แตก ถึงเทศกาลเลือกตั้งใหม่ ส่วนหนึ่งก็จะไป ที่ไม่ไป ก็จะอยู่แบบ กลุ่มใคร-แก๊งใคร เป็นร้านย่อยในห้างใหญ่ ไปรวมศูนย์ที่ทักษิณ เว้นแต่จะมี "หัวหน้าพรรค" เป็นตัว-เป็นตนที่ทั้งทักษิณ และทั้งกลุ่ม-แก๊งทั้งหลายพร้อมใจวางตัวเป็นนายกฯ แต่ทั้งหมดนี้ภายใต้เงื่อนไข
ทักษิณยัง "หายใจ" อยู่!








