Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ความยุติธรรมที่ยังเป็นปัญหา


  เว็บไซต์ ผู้จัดการ วันวานที่ผ่านมา...ได้นำเสนอรายงานข่าวต่างประเทศชิ้นหนึ่ง ที่เพียงแค่เฉพาะการพาดหัวข่าวเท่านั้น ก็ก่อให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึก อันสุดแสนจะเจ็บปวด รวดร้าว น่าสยดสยอง เอามากๆ นั่นก็คือ คำว่า... ตำรวจปินส์ถ่อย ! ทรมานผู้ต้องหา-จับแก้ผ้า-ผูกเชือกดึงพวงสวรรค์ !!! !!! !!!
                                               ------------------------------------------------------
 ส่วนในเนื้อหาของข่าว แม้นว่าจะไม่ได้มีรายละเอียดอะไรมากมายนัก แต่เมื่อสรุปรวมความแล้ว ก็พอได้รับรู้ถึงความเจ็บ ความปวด ความรวดร้าว ของผู้ที่ถูกตำรวจฟิลิปปินส์แห่งสถานีตำรวจตอนโด กรุงมะนิลา กระทำการทารุณ หรือการทรมานผู้ต้องหาอย่างน่าสยดสยองได้ไม่ยาก นั่นก็คือ ด้วยการจับผู้ต้องหารายหนึ่งแก้ผ้าให้นอนราบในท่าเดียวกันกับท่าผู้หญิงคลอดลูก จากนั้นก็เอาเชือกผูกพวงสวรรค์ของผู้ต้องหา ดึงไป ดึงมา เพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ใดๆ เนื้อข่าวก็ไม่ได้ระบุออกมาชัดๆ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...เมื่อการกระทำเหล่านี้ซึ่งถูกแอบบันทึกเอาไว้ด้วยกล้องวิดีโอมือถือถูกนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ผู้บังคับการตำรวจฟิลิปินส์ก็เลยต้องสั่งพักราชการตำรวจทั้งโรงพักแบบฉับพลัน-ทันที...
                                                           -----------------------------------------------------
 อย่างไรก็ตาม...วิธีการทรมานผู้ต้องหาด้วยการ ดึงพวงสวรรค์ ของตำรวจปินส์ หรือฟิลิปปินส์นั้น ถ้าหากนำมาเปรียบเทียบกับตำรวจไทยแล้ว ตำรวจปินส์น่าจะล้าหลังไปกว่าตำรวจบ้านเราอย่างน้อยก็ประมาณ 2-3 เท่าขึ้นไป ของเรานั้น...เท่าที่เคยปรากฏเป็นข่าวคราวในระดับพาดหัว หรือไม่ก็จำไม่ได้ซะแล้ว แต่ไม่ใช่แค่ ดึง เพียงอย่างเดียว ยังก้าวไกลไปถึงขั้นทั้ง ดึง และทั้ง ลน อีกด้วย คือจะใช้ไฟแช็ก หรือเทียนไขก็ไม่ทราบชัด กระทำการ ลนไข่ หรือ ลนพวงสวรรค์ ของผู้ต้องหา ชนิดไม่ว่าใครก็ใครต่างหนีไม่พ้นที่จะต้องยอมศิโรราบให้กับตำรวจไทยไปเป็นรายๆ...
                                                             ---------------------------------------------------
 ที่ก้าวหน้า ก้าวไกล ยิ่งไปกว่านั้น...และเคยตกเป็นข่าวฮือฮาตั้งแต่เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ก็คือไม่ใช่การใช้วิธี ดึง หรือ ลน แต่หันไปใช้การ ล้วง กันแทนที่ ถ้าจำไม่ผิด...ดูเหมือนจะเป็นตำรวจโรงพักลุมพินี หรือโรงพักในเขตกรุงเทพมหานครของเรานี่แหละ ลากผู้ต้องหาออกมาสอบปากคำในช่วงดึกดื่นเที่ยงคืน จากนั้นก็บังคับให้ถอดกางเกง เอาไฟฉายส่องตูด แล้วเอามือหรือนิ้วไม่ทราบได้ควานเข้าไปในรูทวารคราวแล้ว คราวเล่า จนผู้ต้องหาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้กว้างขวาง มีอิทธิพลอยู่ในวงการมวยและวงการนักเลงอยู่พอสมควร ต้องร้องโหยหวน ครวญคราง
 อดไม่ได้ที่จะต้องวิ่งมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าว จนกลายเป็นกรณีฮือฮาอยู่ในช่วงระยะนั้นพอสมควร...
                                                              --------------------------------------------------
 แต่ไม่ว่าจะใช้วิธี ดึง วิธี ลน หรือวิธี ล้วง ความพยายามกระทำการใดๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของบรรดาตำรวจในโลกนี้ ว่าไปแล้ว...ก็คงไม่ได้ถึงกับแตกต่างอะไรกันมากมายซักเท่าไหร่นัก จนถึงกับมีคำพูดติดปากใครต่อใครว่า ขึ้นชื่อว่า ตำรวจ แล้ว...ในโลกๆ นี้ ล้วนแต่เหมือนๆ กันไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจในประเทศเผด็จการ ประชาธิปไตย สังคมนิยม หรือทุนนิยมก็แล้วแต่ บทบาทของตำรวจอันเป็นบทบาทที่จะต้องเกี่ยวข้องกับความถูก-ความผิด ความเป็นธรรม-ไม่เป็นธรรม หรือความยุติธรรมเบื้องต้น ในสังคมนั้นๆ จึงมักจะก่อให้เกิดปัญหาในสังคมแต่ละสังคม อันเนื่องมาจากความผิดพลาดโดยจงใจ หรือไม่จงใจก็แล้วแต่ ของผู้ที่มีหน้าที่เป็น ตำรวจ หรือผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ นั่นเอง...
                                                           ----------------------------------------------------
 การหาทางทำให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง เที่ยงธรรม เป็นธรรม ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน หรือตั้งแต่ต้นธารของกระบวนการยุติธรรมกันเลยนั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่เช่นนั้น การปฏิรูปตำรวจ ในบ้านเรา ก็คงเสร็จสิ้นไปนานแล้ว ยิ่งถ้าหากเล็งผลเลิศไปถึงขั้นคิดจะให้ตำรวจทุกคน ทุกราย ดูน่ารัก น่าใคร่ เป็นที่พึ่ง ที่หวัง ไปหมดซะทุกคน ก็ยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ อย่างมากก็คงได้แค่ประเภทตำรวจท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่ที่อุตส่าห์ลงทุนปฏิรูปตัวเอง ด้วยวิธีเต้นแร็พออกทางเว็บไซต์ ยูทูบ อะไรทำนองนั้น คืออาจจะพอดูน่ารัก น่าใคร่ ในแง่รูปแบบ แต่ในแง่เนื้อหาแล้ว...รายการดีดไข่ ดึงพวงสวรรค์ ล้วงตูด มันยังคงต้องดำรงอยู่เหมือนเดิมอีกนั่นแหละ...
                                                         -------------------------------------------------------
 แต่จะนำเอาเนื้อหาแบบไหน? อย่างไร? มาดำเนินการปฏิรูปกลไกตำรวจให้พอเกิดความเป็นที่พึ่ง ที่หวัง ในแง่ ระบบ ได้บ้าง ไม่ใช่ในแง่ ปัจเจกบุคคล แต่ละคน แต่ละราย ซึ่งย่อมต้องมีดี มีเลว ปะปนอยู่ในทุกแวดวง ทุกองค์กร แค่เรื่องนี้ก็ต้องเรียกว่า...เหนื่อยแล้ว!!! ขนาดตำรวจด้วยกันแท้ๆ ก็ยังคงมึนซ์ซ์อยู่ไม่หาย ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการออกขวา ออกซ้าย ด้วยการกระจายอำนาจ การลดช่วงการบังคับบัญชา หรือการกระจายคุณธรรม ศีลธรรม ด้วยการอบรม บ่มเพาะ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่ระดับยอดไปยันถึงฐานกันดี ฯลฯ ยิ่งถ้าหากทิศทางสังคมมันไหลไปสู่การเอื้ออำนวยให้เกิดอาชญากรรมในทุกระดับ ทุกประเภทด้วยแล้ว การทำให้ตำรวจเป็นผู้ดีพร้อม ในขณะที่อาชญากรรมทางการเมือง อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สังคม ยังคงแผ่ขยายครอบงำสังคมในทุกๆ ด้าน มันก็ออกจะเป็นการฝันหวานกลางฤดูฝนเกินไปหน่อย...
                                                           ----------------------------------------------------------
 โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากมุ่งแต่จะปฏิรูปตำรวจเพียงจุดเดียวโดดๆ โดยไม่ได้นำเอาความต่อเนื่องของกระบวนการยุติธรรมขั้นตอนต่อไปมาแยกแยะตรวจสอบให้ละเอียด เพื่อให้สามารถมองเห็น ภาพรวม อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน โอกาสที่จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า การปฏิรูป หรือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีนั้น ยิ่งน่าที่จะลำบากเข้าไปใหญ่ เพราะหลายต่อหลายครั้ง...หรือแม้กระทั่งครั้งที่เพิ่งผ่านมา การจับกุมราษฏรจนๆ ในกรณีซีดีละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ก็ดูจะสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่ใช่แค่เฉพาะตำรวจเท่านั้น แต่โดยกระบวนการยุติธรรมแทบทั้งกระบวนการนั่นแหละ ต่างก็รอเวลาที่จะต้องดำเนินการ ปฏิรูป ไปด้วยกันทั้งสิ้น...
                                                           ----------------------------------------------------------
 อันที่จริง...ก่อนหน้าที่จะเกิดการปฏิวัติ คมช. และหลังจากนั้นได้มีผู้หลัก-ผู้ใหญ่ในวงการกฎหมายหลายต่อหลายราย เคยแสดงออกถึงความกระตือรือร้นที่จะนำเอา กระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ มาแยกแยะ สะสาง     ตรวจสอบกันโดยละเอียด นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น คือตั้งแต่ตัวบทกฎหมาย อันถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าตั้งแต่ระดับต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำเพื่อที่จะนำไปสู่ การสังคายนาครั้งใหญ่ แบบทั่วทั้งระบบ แต่ก็ด้วยสาเหตุประการใดก็ไม่อาจทราบได้ ความเคลื่อนไหวที่ว่าก็ค่อยๆ เหี่ยวปลาย ลงไปตามลำดับ โดยเฉพาะเมื่อผู้คนในวงการกฎหมายเหล่านั้นถูกนำมาแปรสภาพให้กลายเป็น แนวป้องกันทางการเมือง ในช่วงระยะสั้นๆ การแก้ไขปัญหาความเป็นธรรม การฟื้นฟูความถูกต้อง เที่ยงธรรมของกระบวนการยุติธรรมในระยะยาว มันจึงค่อยๆ เลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย...
                                                              ----------------------------------------------------
 ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก จูเลียส ซีซาร์... อาวุธและกฎหมาย...จะเจริญเติบโตไปพร้อมๆ กันไม่ได้...
                                                               -------------------------------------------------------

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์