ยิ่งลักษณ์ที่นับวัน 'ยิ่งลึก(ล้ำ)'?

Monday, 21 January, 2013 - 00:00

ยิ่งลักษณ์ที่นับวัน 'ยิ่งลึก(ล้ำ)'?

  การศึกษามีหลายทาง-หลายรูปแบบ อ่านจากหนังสือก็ได้ความรู้-ความรู้สึก ดูจากภาพก็ได้ความรู้-ความรู้สึก อย่างสัปดาห์ที่แล้ว ผมเห็น "ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ" เข้าพบนายกฯ ยิ่งลักษณ์ หลังครบเทอมเลขาฯ อาเซียน ก็ได้ความรู้สึกว่า.....อืมมมมม เห็นเค้า "ว่าที่นายกฯ" คนต่อไปรำไรๆ
    ต่อมาก็เห็น ๒ หญิง "ยิ่งลักษณ์-สุดารัตน์" เผชิญหน้าออกสื่อพร้อมกัน ก็ได้ความรู้สึกด้านเวทนาจากภาพว่า "แข่งเรือ-แข่งพาย แข่งกันได้ แต่แข่งบุญ-แข่งวาสนา แข่งกันไม่ได้" จริงๆ ด้วย!
    นายกฯ ยิ่งลักษณ์กับคุณหญิงสุดารัตน์นั้น ร่วมพรรคเพื่อ "แดงทั้งแผ่นดิน" ด้วยกันก็จริง แต่ก็นั่นแหละ คนภายนอกจะไปรู้เรื่อง "ภายใน" ของคนในวังวนระบอบทักษิณเขาได้อย่างไร?
    ยิ่งเป็นเรื่องของหญิงๆ ด้วยแล้ว นอกจากแข่งนำ-แข่งวาสนาแล้ว การแข่งสวย แข่งเก่ง แข่งอำนาจ แข่งบารมี ถึงกระจกวิเศษจะชี้ขาด แต่หญิงไหนใครเล่าจะทำใจได้ และยอมกันได้ 
    สุดารัตน์นั้น อยู่ในระดับ "ขิงแก่" ทางการเมือง ถูกคาดหมายถึงขั้นจะเป็นนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศ ว่ากันว่าสติปัญญาและชั้นเชิงทั้งใต้ดิน-บนดินฉกาจฉกรรจ์ จนนักข่าวตั้งฉายาให้ว่า "สวยแต่เจ็บ" ยิ่งสมัยทักษิณเรืองอำนาจ เธอคือ
    กระบี่หญิงมือ ๑ คู่บารมี!
    ส่วนยิ่งลักษณ์ ว่ากันจริงๆ แล้ว แค่ "หน่ออ่อน" เพิ่งแทงยอด ยังไม่อยู่ในฐานะยกขึ้นเทียบสุดารัตน์ในระดับ "ขิงอ่อน" ด้วยซ้ำ
    มัน "มวยคนละรุ่น" ทั้งอาวุโสพรรษา ทั้งจริตจะก้านที่เรียกว่าชั้นเชิงทางการเมือง ทุกคนลงความเห็นว่า ขืนเอามาประกบกันเมื่อไหร่...ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ผุด-ไม่ได้เกิดไปตลอดชาติ
    แต่เอาเข้าจริง คนที่ถูกคาดหมาย กลับไม่ได้เป็นนายกฯ หญิงคนแรก แต่คนโนเนม นอกสนาม คนที่หยามกันว่าโง่ พูดภาษาการเมืองเป็นแค่ตะโกนคำว่า พี่น้องค้าาาา...พี่น้องค้าาาา แต่แค่ ๔๙ วัน ขึ้นชั้น "นารีขี่ม้าแดง" เข้าป้ายเฉย!
    มันเจ็บจนจุกร้องไม่ออก แต่ด้วยคำสั่งที่สุดารัตน์ไม่สามารถปฏิเสธได้ ทั้งที่คนเพื่อไทยรวมหัวไม่เอาเธอ แต่เอา พล.ต.อ.พงศพัศเป็นตัวแทน "แดงทั้งแผ่นดิน" ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.
    เธอก็ต้องร่วมสร้างภาพ "แดงสามัคคี" ช่วยเสาไฟฟ้าของพี่คนดีจากแดนไกล หวังเอาชนะขวดไวน์เดินได้จากพรรคคู่แข่ง!
    ดังนั้น จึงเห็นภาพคุณหญิงสุดารัตน์ลักษณะ "หน้าชื่นอกตรม" ออกจอประกบนายกฯ ยิ่งลักษณ์ที่เห็นกล้องแล้วเหมือนปลากระดี่-ปลาช่อนตอนน้ำหลาก เริงร่า-สดใส เป็น ๒ หญิง ซ้าย-ขวา ช่วยกันจูง "จูดี้" ดิ๊กๆ หาเสียง
    ผมเห็นจากภาพ ๒ หญิงประชันบท ทั้งที่ทำเนียบฯ ทั้งที่สวนลุมฯ ในขณะที่ "ขิงอ่อน" ใช้ความเป็นธรรมชาติของตัวเองตอบสนองบรรยากาศรอบข้าง บริสุทธิ์ สดใส เริงร่า ไม่มีความรู้สึกเก็บกดซ่อนเร้นภายใน เจอใครก็ ฮี้ๆ ฮ้าๆ กระดี๊กระด๊า อ้าปากหัวร่อร่าจนเห็นลิ้นไก่ ตามประสา "ตัวตนของข้า" ไม่ปรารมภ์กับผู้ใด
    ซึ่งมันก็ดีไปอย่างกับคนตัวตนเปิดเผย แบบนี้เขาเรียกว่า "คนเหยียบโลก" ไม่ใช่ "คนแบกโลก" ไม่ทุกข์ ไม่โศก ไม่เครียด ยึดภาษิต "วันนี้ เราอยู่ดูโลกให้มันโสภิณ พรุ่งนี้ ไม่รู้จะอยู่-จะสิ้น จะมัวยินดี-ยินร้าย กับคำใครกัน"
    แต่เมื่อมองไปทางสุดารัตน์....ผมเห็นใจเธอจริงๆ!
    ในความเป็นขิงแก่เจนเวทีการเมือง แทนที่จะต้องสู้การเมืองกับคู่แข่งพรรคฝ่ายตรงข้าม แต่นี่..เริ่มประเดิมกลับต้องเชือดประชันบทกับคนพรรคเดียวกัน ด้วย "ความเก็บกด" ในหัวใจตัวเอง
    มันจึงลำบากทั้งการวางท่าที ทั้งการวางสีหน้า ดังนั้น ถ้าสังเกตจะเห็น ทั้งการพูด-การจา มันจึงดูจืดๆ เจื่อนๆ เคอะๆ เขินๆ กระทั่งมือไม้ตัวเองก็พลอยเกะกะไปด้วยซ้ำ ในขณะที่จูงจูดี้มาด้วยกัน แต่ชาวบ้าน-ชาวเมืองกลับกรี๊ดกร๊าด รุมกอดกันแต่ยิ่งลักษณ์ เหมือนไม่เห็นว่า
    มีตัวตนคนชื่อ "สุดารัตน์" อยู่ในโลกใบนี้ด้วย!?
    มวยมันแพ้ทางกัน หรือดวงมันข่มกัน ผมก็บอกไม่ถูก แต่สังเกตว่า นับตั้งแต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ดอดไปฝึกฝนเคล็ดลับวิชา "ไหมฟ้าปาฏิหาริย์" จากซือแป๋แห่งสำนัก ๔ เสาค้ำฟ้า จากที่ปรามาสกันว่า เธอเป็นคนโง่งม
    ก็ฉายแวว "โง่งมอมฉลาด" จัดจ้านขึ้นทุกวัน!
    อย่าว่าแต่ระดับสุดารัตน์ เมื่อทาบบทกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ยังต้อง "เซ่อ" ชนิดหาทางกลับบ้านไม่ถูก ผมว่าพวกแกนนำ-แกนหนอน ในเพื่อไทย ใน นปช.ทั้งหลายก็เถอะ แรกๆ คงนึกว่า ยิ่งลักษณ์คือ "หมาน่อยธรรมดา" ดึงปลอกคอไปทางไหนก็ได้
    แต่ที่ไหนได้ เป็น "หมาน่อยเขี้ยวตัน" ทั้งแท่ง ขนาดว่า นางมารฟ้าธิดาอสูร ต้องกรีดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บแสบ ถูกเด็กวานซืน "หลอกใช้" เป็นยามหอนเห่าเฝ้ารั้วรัฐบาล โยนเศษเลยให้แทะพอประทัง ก็หลงว่านายกฯ สยบ พากันกร่างว่าเป็นนายจ้างเหนือหัวรัฐบาลทุกลมหายใจ
    รัฐธรรมนูญก็บงการ รัฐบาลต้องกล้าๆ หน่อย ลุยวาระ ๓ ตั้ง ส.ส.ร.เขียนใหม่ ยุบองค์กรอำนาจ "รวมศูนย์" ทักษิณไปเลย!
    ครั้นคดีความก่อการร้าย "เผาบ้าน-เผาเมือง" เข้าสู่ระบบศาล ขนาดยืมมือ DSI โม่แป้งตะแบงผิด-ตะแบงถูก แต่นับวัน "กระบวนการยุติธรรมมีจริง" เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ พวกโจรเผาเมือง โจรก่อการร้าย โจรกองกำลังไม่ทราบฝ่าย...ชักเสียวสันหลัง
    เริ่มหันมาปลุกกระแสออกกฎหมายนิรโทษกรรมบ้าง ไปไกลถึงขั้นเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเลยบ้าง รูปแบบปฏิบัติการ มีทั้งข่มขู่-ทวงบุญคุณรัฐบาลเพื่อไทยผ่านยิ่งลักษณ์ และมีทั้งข่มขู่ "ส่งสัญญาณ" จลาจลบ้าน-จลาจลเมืองจะเกิดอีก ถ้าไม่ออกกฎหมายล้างโทษให้พวกเขา
    แล้วยิ่งลักษณ์ว่าไง "ในฐานะนายกฯ" ย่อมเป็นหนังหน้าไฟ ทั้งจากฝ่าย นปช.และทั้งจากฝ่ายประชาชนที่ไม่ยอมรับปฏิบัติการ นปช. จะว่าไง...ก็ดูกระบวนท่า "ไหมฟ้าปาฏิหาริย์" ที่เธอฟาดฝ่ามือออกรับกระบวนท่า "ฝ่ามือมาร นปช." ดูซี
    เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ....
    "การแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๙๑ เป็นหนึ่งในนโยบายรัฐบาล ซึ่งเราได้นำเสนอหลังจากที่สมาชิกรัฐสภากับภาคประชาชนได้นำเสนอต่อรัฐสภา และผ่านวาระ ๑-๒ ไป แต่ยังมีหลายคนมีความห่วงใยในเรื่องของการโหวตวาระ ๓ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนของรัฐสภาที่ต้องพิจารณา
    รัฐบาลได้น้อมนำพระราชดำรัส 'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' ในวันที่ ๕ ธันวาคม ดูว่าทำอย่างไรให้บ้านเมืองมั่นคงและอยู่รอดไปได้ด้วยความสงบ ซึ่งส่วนนี้น่าจะต้องให้เกิดการมีส่วนร่วม และการยอมรับของภาคประชาชนให้มากที่สุด
    ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (๑๑ ธ.ค.๕๕) จึงมีมติให้ทางกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงมหาดไทย ไปหารือในแนวทางการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยเสนอเป็น ๒ แนวทาง คือ การทำประชาเสวนาที่มีอยู่ในแผนของรัฐบาลแล้ว แต่ดิฉันอยากให้เห็นว่าเมื่อทำประชาเสวนาแล้ว จะได้การยอมรับจากประชาชนหรือไม่ ทำให้มีอีกแนวทาง คือการทำประชามติ จึงมอบหมายให้ไปศึกษาและนำเสนอ ครม.พิจารณาโดยเร็วที่สุด"
    สรุปคือ...แก้นั้น แก้แน่ แต่แก้ปีไหน ปลายปี ๕๖ ต้นปี ๕๗ ค่อยมาดูกันอีกที เผลอๆ จากคำว่า "กระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน" ของนายกฯ ผู้โง่งมเป็นกรด ก็ยังไม่แน่ว่า ทักษิณตายแล้วเกิดใหม่ จะยังได้แก้กันหรือไม่ ก็ประมาณนั้น
    ท่านจตุพรก็ดี ท่านณัฐวุฒิก็ดี ท่านเหวงก็ดี ท่านวีระกานต์ก็ดี ท่านอริสมันต์ก็ดี และอีกหลายๆ ท่าน อาจย้ายเข้าไปสถิตอยู่ในสถานวิมาน VIP เรียบร้อยหมดแล้วก็ได้!
    "เผามันไปเลยครับ...พี่น้อง ใครจะเอาอะไร ให้มาเอากะผม ที่ผมนี่ พี่น้อง....เผามันไปเลย...พี่น้อง เผาลูกเดียว"!!!
    เนี่ย...ใครพูด-ใครทำ ใครก็จำกันเอาเอง แล้วอย่างนี้ จะให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ที่เขาแค่เคียงคู่พี่สาวไปหลอกใช้ไถนากลางสมรภูมิครั้งนั้น ควรต้องถลำลึกตามไปด้วยอีก หรือควรถือโอกาสแยกน้ำกับน้ำมัน
    อยู่ด้วยกัน แต่ไม่ต้องรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ไพร่ก็คือไพร่ เข้าใจตรงนี้หรือเปล่าก็มิทราบ!?
    เอ้า...มาดูนายกฯ ในภาพผู้โง่งม "ต้มพวกเสื้อแดง" กันอีกช็อต เธอใช้เคล็ดลับวิชาไหมฟ้าปาฏิหาริย์ต้านรับกระบวนท่าฝ่ามือนางมารฟ้าธิดาอสูร ที่จะให้ ครม.รีบเสนอกฎหมายนิรโทษเข้าสภาฯ เธอกราดฝ่ามือออกไปช้าๆ ในลักษณะ...ไร้กระบวนท่า คือกระบวนท่า
     “ไม่รู้เรื่องเลย ยังไม่เคยคุยเลย พ.ร.ก.อะไรเหรอ?” เธอกล่าวพร้อมส่ายหน้าสงสัย เมื่อถูกผู้สื่อข่าวตั้งคำถามถึงข้อเรียกร้องแกนนำเสื้อแดง
    ขณะที่ นายวราเทพ หัวหน้าหมู่ตึกพิทักษ์กฎสำนัก กรีดฝ่ามือเป็นพลังหยุ่นเหนียวต้านมารแดงที่ฮือรุกเข้ามาใกล้ประมุขหญิงให้จำถอยร่นกลับไปว่า
    "รัฐบาลยังไม่มีการพูดคุยกัน และก็ยังไม่ทราบรายละเอียดแนวทางนี้ แต่ความเห็นส่วนตัว หลักการและเงื่อนไขการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม กำหนดไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๘๔ เช่น จะต้องมีเรื่องของการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ ความปลอดภัยประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติต่างๆ และเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้"
    ครับ...ดูๆ ไป มีนา-เมษา-พฤษภา เห็นท่าจะเลี่ยงไม่ได้ เมื่อ "น้ำมันพร้อม-ไฟพร้อม" สตาร์ทชึ่ง...เครื่องก็ติด แก้รัฐธรรมนูญ ยิ่งลักษณ์ก็ไม่รับลูก นิรโทษกรรม ยิ่งลักษณ์ก็ไม่รับลูก แบบนี้นางมารฟ้าธิดาอสูรคงเสี่ยงใช้แผน "กิน ๒ ต่อเข้าฮอส"
    ดีกว่ารอยกโขยง "เข้าคุก" ทั้งแก๊ง!