จะเป็นเพราะกระแสมหกรรมฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้เข้ามากลบ หรือ จะเป็นเพราะสาเหตุอื่นใดก็มิอาจสรุปได้...แต่หลังจากที่ ทีมฟุตบอลตระกูลคิม ไม่ว่าจะเป็นคิมเหนือ หรือคิมใต้ ต่างก็ไปไม่ถึงดวงดาวด้วยกันทั้งคู่...กรณีความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ อันเนื่องมาจากเรือรบโชนันของคิมใต้ถูกระเบิดขาด 2 ท่อน ณ บริเวณเกาะแบงยองใกล้น่านน้ำเกาหลีเหนือ ก็ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่จนอาจจะก่อให้เกิดความตึงเครียดไปทั่วทั้งคาบสมุทรเกาหลีเอาเลยทีเดียว...
---------------------------------------------------------
ดังที่ประธานาธิบดี ลี มุงบัก แห่งเกาหลีใต้ได้ยืนยันเอาไว้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะมาก่อนหน้านี้ว่า...เกาหลีใต้จำเป็นที่จะต้องแสวงหา มาตรการตอบโต้ที่รุนแรง ร่วมกับนานาชาติ เพื่อไม่ให้เกาหลีเหนือแสดงพฤติกรรมยั่วยุเช่นนี้อีกต่อไป และความหมายของคำว่า มาตรการตอบโต้ที่รุนแรง ก็ได้ถูกแปลความออกมาเป็นการกระทำโดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบายใดๆ อีกต่อไป นั่นก็คือ...การประกาศซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาในน่านน้ำทะเลเหลืองและทะเลญี่ปุ่นในอีกไม่กี่ชั่วโมงนับจากนี้ หรือ หลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศนาง ฮิลลารี คลินตัน และรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ นาย โรเบิร์ต เกตส์ ได้เดินทางไปเยือนกรุงโซลตามกำหนดการในวันพุธที่ 21 กรกฎาคมนี้...
---------------------------------------------------
แต่แทนที่การซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐจะทำให้ประธานาธิบดี คิม จองอิล แห่งเกาหลีเหนือถอดท่อสายยาง ท่อน้ำเกลือ โดดออกมาเต้นผางๆ ดังที่เคยเปล่งสีหนาทเดโชเอาไว้ก่อนล่วงหน้าว่า เกาหลีเหนือพร้อมที่จะตอบโต้กับทุกมาตรการที่มุ่งจะก่อให้เกิดความกดดันต่อประเทศตัวเอง ปรากฏว่า...ผู้ที่ออกมาแสดงอาการดิ้นเร่าๆ ส่งเสียงโหยหวนครวญครางสลับกับเสียงว้ากตะลุ้งตุ้งแช่ กลับเป็นประเทศจีนเจ้าของฉายาเล้งอยู่สะพานขาวแค่นี้เอง!!! ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศจีนที่ออกมาแสดงท่าทีประท้วง คัดค้าน ต่อการซ้อมรบครั้งนี้ถึง 5 ครั้งซ้อนๆ ภายในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ไชน่า เดลี กระบอกเสียงในเครือข่ายของ พีเพิล เดลี อย่าง เดอะ โกลบเบิล ไทมส์ ต่างออกมาประสานเสียงเรียกร้องให้ทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐหันไปคิดใหม่ และรีบเปลี่ยนการตัดสินใจโดยฉับพลันทันที โดยให้เหตุผลว่า...การกระทำดังกล่าวกลับจะเป็นการทวีความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีให้ร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีก...
---------------------------------------------------
แน่นอนว่าการให้เหตุผลของจีนเช่นนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีที่มา-ที่ไปใดๆ เอาซะเลย เพราะก่อนหน้านี้นับเป็นปีๆมาแล้วก็ว่าได้ ความตึงเครียดในพื้นที่น่านน้ำแถบคาบสมุทรเกาหลีย่อมเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่า...ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความระหองระแหงระหว่างคิมเหนือกับคิมใต้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หลายต่อหลายกรณีสืบเนื่องมาจากการกินเหลี่ยมกินเชิงระหว่าง กองทัพเรือสหรัฐ กับ กองทัพเรือจีน โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเผชิญหน้าระหว่างเรือสำรวจสมุทรศาสตร์ของกองทัพเรือสหรัฐกับเรือรบจีน 5 ลำ ในน่านน้ำบริเวณห่างจากเกาะไหหลำประมาณ 120 กิโลเมตร เมื่อต้นเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้สมาชิกรัฐสภาสหรัฐหลายต่อหลายราย ออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดี โอบามา หาทางตอบโต้การกระทำของจีนที่ออกไปทาง หยามน้ำหน้า กองทัพเรือสหรัฐอย่างเห็นได้โดยชัดเจน โดยเฉพาะการนำเอาเรือรบแต่ละลำเข้าประชิด ขัดขวาง เรือลาดตระเวณระดับ USNS Impeccable ในระยะห่างไม่ถึง 50 ฟุต จนทหารสหรัฐต้องฉีดน้ำดับเพลิงเข้าใส่แทนการลงมือ ลงตีน เพราะดันไม่ได้ติดอาวุธร้ายแรงเอาไว้ก่อนล่วงหน้า...
------------------------------------------------------
แต่ที่หนักยิ่งไปกว่านั้น...หรือ อาจจะหนักไม่น้อยไปกว่าการใช้แม่ไม้มวยไทยประเภทยกตีนลูบหน้า นั่นก็คือ กรณีที่เรือดำน้ำจู่โจมชั้นซ่งของจีนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังดีเซลแท้ๆ แต่ยังอุตส่าห์กระทำการหมิ่นเชิงชายต่อเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐซึ่งได้ชื่อฉายาว่าเป็น ฐานทัพลอยน้ำ เคลื่อนที่ในช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ด้วยการลอยลำเหนือผิวน้ำห่างจากรัศมีทำการของเรือ คิตตี้ ฮอว์ค ที่ออกปฏิบัติการอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก เพียงแค่ 5 ไมล์เท่านั้น ซึ่งช่วงระยะห่างดังกล่าวในแง่ปฏิบัติการทางทหารแล้ว ถือได้ว่าเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐที่เพียบพร้อมไปด้วยกองเรือจู่โจมคอยคุ้มกัน แถมยังมีเฮลิคอปเตอร์เอาไว้ป้องกันการจู่โจมของเรือดำน้ำซะอีกด้วย แต่ต้องตกอยู่ภายใต้ระยะการยิงของขีปนาวุธและตอร์ปิโดประจำเรือดำน้ำของจีน โดยที่กองเรือสหรัฐไม่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเรือดำน้ำลำนี้ได้ก่อนล่วงหน้าเอาเลยแม้แต่น้อย...
--------------------------------------------------
ด้วยเหตุการณ์การเผชิญหน้าระหว่างกองทัพเรือสหรัฐและกองทัพเรือจีนในน่านน้ำบริเวณนี้ครั้งแล้ว-ครั้งเล่านั่นเอง ที่ทำให้นาย ฉินกัว โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน หยิบเอามาเป็นเหตุผลในการคัดค้านการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ โดยข้อสรุปที่ว่า...จีนขอต่อต้านต่อการนำเรือรบและเครื่องบินรบมาทำกิจกรรมใดๆ ก็ตามในเขตทะเลเหลือง และบริเวณใกล้ชายฝั่งของจีน เพราะการกระทำเช่นนั้นถือเป็นการคุกคามความมั่นคงของจีนโดยตรง...เช่นเดียวกับพลโท หม่าเสียวเทียน รองเสนาธิการกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนที่ได้ออกมาระบุว่า จุดที่สหรัฐและเกาหลีใต้จะซ้อมรบร่วมกันนั้น...อยู่ใกล้กับทะเลจีนมาก ดังนั้น จีนจึงขอประกาศต่อต้านการซ้อมรบครั้งนี้...
-----------------------------------------------------
แต่ก็อย่างว่า...การเรียกร้องหรือต่อต้านเช่นนี้ ดูๆ น่าจะสายไปซะแว้วว์ว์ เพราะตั้งแต่เช้าวันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George Washington และเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยพลังนิวเคลียร์ของกองทัพเรือสหรัฐก็ได้เคลื่อนที่ออกจากฐานทัพในอเมริกามุ่งตรงมาสู่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อปฏิบัติการซ้อมรบร่วมเรียบโร้ยย์ย์แล้ว โดยที่ เจฟฟ์ มอร์เรล โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ได้สรุปเอาไว้สั้นๆ ถึงปฏิกริยาความไม่พอใจของจีนต่อการซ้อมรบร่วมครั้งนี้ว่า...โดยปกติทั่วไป...การซ้อมรบของสหรัฐนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน? เมื่อไหร่? กับใคร? และอย่างไร? ถือเป็นการตัดสินใจของกองทัพเรือสหรัฐ โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และโดยรัฐบาลสหรัฐ...เรียกได้ว่า...พอๆ กับยกเท้าลูบหน้าเอาคืนยังไงยังงั้น...
--------------------------------------------------------
สรุปแล้วก็เอาเป็นว่า...ถึงแม้นว่าสหรัฐกับจีนนั้นมักจะต้องเล่นบทตบๆ-จูบๆ กันมาโดยตลอด แต่การหันมาตบด้วยตีน หรือ หันมาใช้ตีนตบบ่อยครั้งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ก็ย่อมทำให้บรรยากาศต่างๆ ในภูมิภาคแถบนี้ต้องร้อนเร่าและตึงเครียดตามไปด้วยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อันที่จริงแค่คิมเหนือกับคิมใต้แยกเขี้ยวเข้าใส่กันก็ร้อนพออยู่แล้ว!!! แต่นี่ดันมามีอภิมหาอำนาจสูงสุดอย่างสหรัฐและมหาอำนาจใหม่อย่างจีนออกมาตีหน้ายักษ์ ว้ากกันไป
ว้ากกันมา ถึงจะไม่ลงมือ ลงตีน กันจริงๆ แต่ถือได้ว่า...มันคงไม่ต่างไปจากการ ส่งสัญญาณอันตราย ให้กับโลก
ทั้งโลกว่า ความสุข ความสงบ ความมีสันติภาพในหมู่มวลมนุษยชาตินั้น ยังเป็นอะไรที่ห่างไกลความจริงอีกเยอะเลย...
--------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก เพลโต (อีกครั้ง)...ผู้ที่ตายไปแล้วเท่านั้น...ถึงจะได้มีโอกาสพบเห็นอวสานแห่งสงคราม...
--------------------------------------------------








