อีก 5 วันก็จะถึงวันที่ 26 ก.พ. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะ "พิพากษา" คดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระเหเร่ร่อนอยู่ต่างประเทศ หลังจากถูกยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และตลอดสัปดาห์นี้ อยู่ในช่วง "10 วันอันตราย" การเมืองเร่งอุณหภูมิเดือดขึ้นเป็นลำดับจากแรงขย่มของ "กลุ่มคนเสื้อแดง" สร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชน นักลงทุน นักธุรกิจไปทุกหย่อมหญ้า แม้รัฐบาลจะออกมาตัดไฟว่า "จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น" ก็ตาม
เศรษฐกิจไทย ปี 2552 ที่ถูกวัวบ้าขวิด จะได้รู้กันแล้วในวันที่ 22 ก.พ.นี้ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะแถลงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4 และทั้งปี 2552 พร้อมกับประมาณการณ์ปี 2553 แต่จากปากคำของ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ยืนยันว่า 26 ก.พ.นี้ "ไม่มีอะไรรุนแรง" และ "เศรษฐกิจไทยปี 2553 น่าจะโตได้ 4%"
0 ประเมินเหตุการณ์วันที่ 26 ก.พ.จะมีผลกระทบอย่างไร
ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ แต่ไม่ใช่ฝันนะ เพราะผมรู้จักคนมาก ประเมิน ทำข้อมูลของผมว่า ไม่มีอะไรรุนแรง ก็เพราะว่าที่เคยทำกันเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ไม่ขอประณามใครนะ ทั้งการล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา เขาไม่ได้เป็นฮีโร่ และชาติเสียหายมาก แม้แต่การยึดสนามบินของคนเสื้อเหลือง เขาก็รู้ว่าประเทศชาติเสียหายเท่าไร
ผมไม่ใช่สีเหลือง สีแดง ผมรับฟังความเห็นต่างได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการประชาธิปไตย คือ มีเสรีภาพ มีความเสมอภาคในทุกเรื่อง และสาม คือ คุณไม่จำเป็นต้องมีความเห็นเหมือน มีความเห็นต่างกันได้ แต่เรายังเป็นพี่น้องกันอยู่ อย่าฆ่าแกงกัน
ผมรู้จักคนมาก ทั้งแดง ทั้งเหลือง ผมมีความเชื่อว่า ผู้นำที่จะมาเดินขบวน หลังจากเหตุการณ์ผ่านมา เขาเข้าใจว่าทำอะไรไป อะไรบ้างที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชาติ การปิดกั้นการจราจร จะระเบิดรถแก๊สเมื่อเดือนเมษายน ถูกประณามไปทั้งโลก เพราะนั่นไม่ใช่ประชาธิปไตย เป็นวิธีการที่ป่าเถื่อน ทุกคนรู้ เราต้องไม่ทำ และเราต้องเชื่อว่าเขารักชาติเหมือนเรา อย่าเห็นเขาเป็นศัตรู หลายอย่างผมเห็นด้วยกับพวกเสื้อแดงนะ เช่น การต่อต้านผู้มีอำนาจในอดีตไปบุกรุกป่าสงวน อันนี้ต้องเอาคืน
0 แต่ก่อนถึงวันที่ 26 ก.พ.มีความพยายามจากกลุ่มเสื้อแดงที่จะทำให้ประเทศชาติเสียหาย
ข่าวก็ออกมาเป็นอย่างนั้น บางทีมันก็ไม่ค่อยตรงกันกับที่ผมรู้ ที่ผมรู้มันไม่รุนแรง แต่ถ้าคุณทำผิดกฎหมาย เราก็ต้องดำเนินการ
0 รัฐบาลมีความพร้อมในการรับมือแค่ไหน
รัฐบาลพร้อมมาก พร้อมกว่าทุกครั้ง แต่เราพยายามหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ
0 ด้านเศรษฐกิจ มีการเตรียมรับมือผลกระทบอย่างไร
ต้องเข้าใจว่าต่างชาติเขาไม่ได้วิตกเรื่องเดินขบวน เขาก็เดินกันทั้งนั้น แต่เสรีภาพต้องไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น ถ้าเผื่อมันไม่รุนแรง เขาก็มากันตามปกติ การลงทุนการค้าขายไม่เกี่ยวกัน ถ้าเขาเดินทางมาแล้วเกิดเหตุไม่ดี เขากลัวไม่ปลอดภัย ก็ไม่กล้ามา เรื่องนี้ไม่เป็นสาเหตุให้ตัดสินใจให้มาทำการค้าขายในไทย แต่ตอนนี้อาจจะชะลอไปก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์
0 ภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวหรือยัง
ฟื้น เท่าที่คุยกับนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว เขาก็ยังมาอยู่ เมื่อวันที่ 1-4 ธ.ค. ได้ไปหารือกับคณะกรรมการบริหารของยูโรเปี้ยน เซ็นทรัลแบงก์ หรืออีซีบี ที่เขายุบอำนาจธนาคารชาติของยุโรป 27 ประเทศมาไว้ที่เดียว อยากรู้เศรษฐกิจ 27 ประเทศในยุโรปไปที่นี่ที่เดียว รู้หมด ผมก็ไป ก็ได้ตัวเลขมาว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นช้า ถ้าของโลกช้า ประเทศเล็กๆ ที่ต้องพึ่งพาเขา ก็เหมือนกัน แต่ในเอเชียจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงกว่าของโลก จีนกับอินเดียก็ 9-10% มาเฉลี่ยกับของอาเซียนก็โตในระดับที่ดี
0 ของไทยจะโตมากกว่า 3.5% ได้มั้ย
มีคนพยายามคาดคั้นให้ผมฟันธงตัวเลขสักตัวได้มั้ย เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยก็ประเมินไม่เท่ากับสภาพัฒน์ฯ เพราะเป้าหมายของแต่ละหน่วยงานไม่เหมือนกัน คำทำนายก็ไม่เหมือนกัน แต่คนที่บริหาร Policy Maker ควรจะกำหนดนโยบาย ควรจะมี Macro Model ผมก็บอกว่าน่าจะ 4%
0 นายกรัฐมนตรีบอกว่า 4.7%
ท่านนายกฯ ก็มองตามไอเอ็มเอฟ แต่ถ้าได้ 4.7% ผมจะซื้อไก่สักตัวมานั่งกินคนเดียว (หัวเราะ)
0 เป็นห่วงเรื่องเงินเฟ้อมั้ย
เงินเฟ้อมี 2 อย่าง จาก cost push อันนี้ห่วงเหมือนกัน แต่แบงก์ชาติเขาจะเอา core inflation จะไม่คำนึงถึงน้ำมัน เพราะอยู่นอกเหนือจากการควบคุม มันก็ต้องดูตามสภาพการณ์ จึงต้องดูอัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากการใช้จ่ายของคนในประเทศ หรือ demand pull ซึ่งตัวนี้ยังไม่ค่อยน่าห่วง ประเทศเริ่มฟื้น แต่การจับจ่ายใช้สอยยังไม่มาก
การเบิกจ่ายที่ยังล่าช้า อันนี้ผมไม่พอใจมากนะ การเบิกจ่ายงบประมาณ งบไทยเข้มแข็ง งบเหลื่อมปี ช้ามาก ข้าราชการทำงานช้ามาก ผมเลยขอพูดในที่ประชุม ครม.ว่า ให้หน่วยราชการทำงานมากกว่านี้ เช่น งบเหลื่อมปี ยังใช้ไม่เสร็จ ขอกันงบเหลื่อมปีไว้แล้ว ตอนนี้มีกว่า 1.7 แสนล้านบาท เบิกไปแค่หมื่นกว่าล้านเอง
0 จะเร่งรัดการเบิกจ่ายงบตรงนี้ยังไง
รัฐมนตรีต้องไปเร่งงบไทยเข้มแข็ง เบิกช้า เพราะยังไม่มีรายละเอียด ยังไม่เอาข้อมูลให้สำนักงบประมาณ คนที่สำนักงบอนุมัติไปแล้ว ต้องไปตั้งเบิกกับบัญชีกลาง ต้องมาทำสัญญาก่อน แต่ช้ามาก ก็เลยวางกฎว่า ต่อไปนี้ถ้าใครที่ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ถ้าคุณไม่เอารายละเอียดมาให้สำนักงบภายใน 23 ก.พ.นี้ ผมจะพับโครงการนั้นไป พวกที่สำนักงบจัดไปแล้วภายใน 15 มี.ค. ถ้าไม่มาเซ็นสัญญากับกรมบัญชีกลาง ตัดออก งบไทยเข้มแข็ง บอกว่าต้องเบิกจ่ายก่อน 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คุณไม่เบิกใช้
0 โครงการลงทุนต่างๆ ต้องทบทวนอะไรบ้าง
ที่อนุมัติไปแล้วก็ไม่ต้องทบทวน เร่งให้ใช้งบประมาณ แต่งบไทยเข้มแข็งใช้น้อยมาก 5 หมื่นกว่าล้านบาท จากที่สภาให้กรอบไป 4 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นพี่น้องไม่ต้องตกใจว่ารัฐบาลจะเป็นหนี้มาก ถ้าใช้ 4 แสนล้านบาท เศรษฐกิจไทยโต 5-6% แล้ว ซึ่งควรจะใช้สักครึ่งหนึ่งของ 4 แสนล้านบาท
ส่วน 4 แสนล้านบาทหลัง ถ้าผ่านสภา อันนี้เอามาทำโครงการลวกๆ ไม่ได้ ต้องเป็นการลงทุนโครงการระยะยาว เพื่อลูกหลาน อย่าไปปนกัน ที่บอกว่าผมจะตัดงบไร้ฝุ่นอะไรนั่น ไม่เกี่ยว แต่ที่บอกไปคือว่า เงิน 4 แสนล้านบาทหลัง ต้องลงทุนในโครงการที่คุมค่าจริงๆ เท่านั้น จะเอาไปละเลงไม่ได้
0 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
วันที่ 23 ก.พ.นี้ จะรู้ว่ากี่ล้านจะต้องพับไป และจะได้รู้ว่าจะมีโครงการใหม่อะไรบ้าง
0 ในการลงทุน จะให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน
ผมเป็นประธานคณะกรรมการร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน หรือ ppp อะไรที่คำนวณผลตอบแทนได้ เอกชนเขาอยากมาลงทุน เช่น รถไฟทางคู่ เขาอยากลงทุน อันไหนที่เขาสนใจ เราจะเปิดประมูลนานาชาติ โดยรัฐจะต้องถือหุ้น 51% แต่เขาลงทุน เขาก็ต้องการบริหารด้วย
ผมมั่นใจว่ารัฐบาลนี้อยู่ 2 ปีแน่นอน ซึ่งโครงการต่างๆ จะต้องตอกเสาเข็มแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ การชลประธานที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น
0 มักจะไปติดตรงขั้นตอนของระบบราชการ
การเมืองต้องอยู่เหนือราชการ ไม่งั้นจะมีการเมืองไว้ทำลิงอะไรล่ะ นักการเมืองน่ะต้องทุบโต๊ะ ไม่ใช่ข้าราชการตั้งแท่นมาแล้วแก้ไม่ได้ ข้าราชการต้องสนองการเมือง เพราะคนเลือกเรามาให้มาทำนโยบาย ผมอยากให้รัฐมนตรีทำอย่างนี้ทุกคน แต่อยู่บนพื้นฐานความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ใช่ทุบโต๊ะบนผลประโยชน์ ส่วนข้าราชการคนไหน ใครทำไม่ได้ ต้องออกไป
0 แต่การที่ฝ่ายการเมืองไปจี้ จะมีข้อครหาตลอดเรื่องผลประโยชน์
ก็ดูเป็นรายตัวสิ ใครเป็นปัญหาก็ไปกระทืบเอารายตัวสิ ผมก็พูดกับฝ่ายค้านแล้วว่าคุณต้องทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลนะ พวกคุณต้องทำงาน ต้องตรวจสอบ นี่คือเป้าหมายของประชาธิปไตย ต้องตรวจสอบ ใครโกงต้องกระทืบ
0 ยังเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจในจุดไหน
ห่วงจุดที่ไม่ใช้เงิน ไม่ใช่ห่วงเงินเฟ้อ เศรษฐกิจดีขึ้นเพราะส่งออกดีขึ้น ท่องเที่ยวดีขึ้น แต่ถ้าการคลัง การใช้จ่ายเร่งมากกว่านี้หน่อย เศรษฐกิจจะดีกว่านี้
0 ส่งออกดี แต่การลงทุน ท่องเที่ยวยังห่วงปัญหาการเมืองในประเทศ
ไม่หรอก มันไม่ใช่เหตุผลที่ต้องนำมาตัดสินใจ แต่เรื่องมาบตาพุดมันใหญ่มาก ถ้าไม่จัดระบบให้เรียบร้อย คิดว่า 5 เดือนรู้เรื่อง การประเมินอันแรก คือ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สอง ประเมินผลกระทบต่อสุขอนามัย สาม ทำประชาพิจารณ์ยังไง สี่ ฟังความเห็นนักวิชาการสถานบันต่างๆ ห้า ฟังความเห็นจากเอ็นจีโอ ตอนนี้ศาลไปเบรก ไปว่าศาลไม่ได้ ศาลพิจารณาตามกฎหมาย แต่เราก็ต้องมาแก้ให้ตรงตามรัฐธรรม ซึ่งมีขั้นตอนอยู่แล้ว มันเป็นปัญหาของชาติ ทุกพรรคช่วยกันได้มั้ย อันนี้สำคัญกว่าเรื่องการเดินขบวน
0 การแก้ปัญหามาบตาพุดจะเรียบร้อยเมื่อไร
ผมอยากให้เสร็จภายใน 5 เดือน นับตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่ง ผมเป็นคนเดียวที่พูดอย่างนั้น คนอื่นพูด 6 เดือน 12 เดือน พูดไป
0 ที่ผ่านมาเกียร์ว่างกันเยอะ ปัญหาเลยหมักหมม
ไม่อยากวิจารณ์ที่ผ่านมา แต่ที่ผมเป็น ต้องการนำชาติ ต้องการทิศทาง ไปใช่อยู่ไปวันวัน แก้ปัญหาไปวันวันไม่ได้ แต่ต้องแก้ปัญหาโดยคิดถึงลูกหลานในอีก 30 ปีข้างหน้า.








