Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ เปลี่ยนประเทศไทยด้วยการศึกษา


 เป็นความเจ็บปวดร่วมของคนไทยทั้งชาติ  ต่อสถานการณ์บ้านเมืองในห้วงระยะเวลากว่า 1 เดือน  จนแม้นวันเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา  

                ทำให้วันนี้!!! ยังคงมีคำถามที่อยากได้คำตอบกึกก้องไปทั่วว่า

                เมื่อไหร่ประเทศชาติจะคืนสู่ความสงบ....???

                ประเทศไทยจะเดินไปทางไหน…???

                สถานการณ์จะจบลงอย่างไร...???

                     บ้านเมืองจะรอดพ้นวิกฤตหรือเปล่า…???

     ใช่เพียงเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้นหรือ???ทำให้คนไทยต้องเข่นฆ่ากันและกัน     ????ฯลฯ?????

      แม้....ผมพยายามจะทำใจ และเรียกความเชื่อมั่นของตัวเองกลับมา ด้วยการเฝ้าบอกในใจว่า   ท่ามกลางปัญหา และคำถามอันเป็นข้อกังวลของคนไทยทั้งประเทศนั้น  ก็ยังมีคนไทยมากมายหาได้นั่งรอคำตอบแบบงอมืองอเท้า  ทั้งนี้ภาพความเคลื่อนไหวของคนไทยเครือข่ายต่างๆ  ที่แสดงตัวออกมาเรียกร้องขอให้กลุ่มบุคคลที่สร้างความไม่สบายใจแก่สังคมไทยละ เลิก  การอ้างสิทธิเสรีภาพโดยปราศจากเหตุผล อีกทั้งหยุดการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิคนอื่น และเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศชาติโดยรวม พร้อมกับการเสนอแนะทางออกด้วยสันตินั้น  ถือเป็นภาพสะท้อนได้อย่างดี

     แต่...ผมก็อดที่จะรู้สึกกังวลใจไม่ได้  เพราะผมเป็นคนไทยคนหนึ่ง แถมสามารถยืดอกบอกได้ว่า เป็นคนกรุงเทพฯแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์  ไม่มีเทียมและไม่ใช่ของปลอมด้วยสิ เพราะเกิด และโตที่กรุงเทพฯ เรียนหนังสือจนจบปริญญาก็ในกรุงเทพฯ  ทำงาน  มีครอบครัวก็ในกรุงเทพฯนี่แหละ

     ในฐานะของคนกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ผมเองก็เพียรพยายามหาคำตอบเหมือนกันครับว่า บ้านเมืองจะเดินไปทางไหน ???

     ระหว่างความใส่ใจในการหาคำตอบ  เป็นธรรมดาครับที่เราจะต้องได้ยินเสียงวิเคราะห์วิจารณ์ต่างๆนานา  การวิพากษ์ในรูปแบบสารพัด ทั้งเสียงด่าเสียงติเตียน เพราะการไม่ได้ดั่งใจเป็นต้นเหตุ  แต่อย่างไรก็ดี  ผมพบว่า ทุกเวทีของการหาเหตุและผล เพื่อกระบวนการในการบริหารจัดการต่อปัญหาบ้านเมืองที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายแตกแยกเป็นสีต่างๆ  และที่สำคัญเหนืออื่นใด  ก็เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาซ้ำซากในอนาคตนั้น

     ทุกฝ่ายเห็นสอดคล้องตรงกันว่า  การศึกษาเป็นหัวใจหรือศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ   โดยมี การสื่อสารเป็นเครื่องมือและแรงขับเคลื่อนสำคัญนำพาสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย

     การวิเคตราะห์ว่าทำไมคนไทยออกมานอนกลางดินกินกลางถนน

     การศึกษาว่าทำไม เสื้อแดงทิ้งถิ่นฐานมาและเชื่อตามที่แกนนำชี้นิ้วสั่งการ

     บ้างอาจจะบอกว่า เงินเป็นตัวแปร  บ้างก็เห็นว่า  ระบบอุปถัมภ์เป็นองค์ประกอบ  บางทีก็ระบุว่า  การรับข้อมูลข่าวสารทางเดียวเป็นตัวผลักดัน 

      แต่สุดท้าย...คำตอบก็ชี้ไปในประเด็นที่ไม่มีใครปฏิเสธ ว่า   การศึกษาต่างหากเป็นตัวแปรสำคัญ และเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน

     ถ้า...คนไทยมีการศึกษาอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน 

     หาก...คนไทยสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกัน

     อีกทั้งระบบการศึกษาไทยเอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต และการทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง  ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวได้  

     วันนี้  เราคงไม่เห็นคนเสื้อแดงออกมาแสดงความรู้สึกว่าตัวเองเป็น ไพร่ที่ถูกรังแก  ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากอำนาจรัฐ  และเราคงไม่ต้องปวดหัวกับนักการเมืองที่ใช้ชาวบ้านเป็น เหยื่อแอบอ้างสร้างผลประโยชน์เพื่อตัวเอง หรือวันพรุ่งนี้ หรือต่อไปในอนาคตเราก็คงไม่ต้องประสบกับสภาพของม็อบต่างๆที่มาร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐ

     เพราะการศึกษาจะทำให้ทุกคนรู้เท่าทัน  และรู้รอบตัวที่จะนำพาชีวิต และชุมชนของตนเองให้ก้าวเดินไปอย่างยั่งยืนและมีความสุข  ระบบประชานิยม  การแจกเงิน  การหว่านพืชหวังผลของบรรดานักธุรกิจการเมือง จะไม่ส่งผลกระทบใดๆทำให้ประชาชนคิดผิดเพี้ยนหนีห่างไปจากสภาพของชีวิตที่บรรพบุรุษเคยสร้างด้วยสองมืออย่างภาคภูมิใจ

     การศึกษานี่เอง ที่จะทำให้ประชาชนในสังคมไทยได้ตระหนักว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การหย่อนบัตรเลือกตั้ง  

     การศึกษาจะชี้ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เข้าใจว่า  การเลือกใครคนหนึ่งเป็นผู้แทนราษฎรด้วยเพราะเกรงใจเขา  เพราะทำตามคนอื่นเขา  เพราะรับอามิสสินจ้าง  คือการทำลายประชาธิปไตยด้วยมือของตัวเอง      

                การศึกษาจะทำให้รู้จักคิด วิเคราะห์ ประเมิน  เปรียบเทียบ  ทบทวนปัญหาต่างๆได้อย่างรอบคอบถูกทิศถูกทางก่อนตัดสินใจ เลือกข้าง  หรือลงมือกระทำการใดๆ  โดยไม่ตกเป็นเครื่องมือของใคร     รวมทั้งไม่ตามแห่ถูกชักจูงโดยง่าย               

                ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า  ปัญหาบ้านเมืองจะจบลงอย่างไร แต่ผมเชื่อว่า  เรายังมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อชีวิตที่ดีกว่า และเพื่อประเทศไทยที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

                อย่างน้อยที่สุด  ผมรู้ว่า..ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น  คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2          ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และตั้งทิศทางให้เป็นเจ้าภาพขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาไทยให้เป็นจริง(เสียที) ด้วยรูปแบบที่จะบริหารจัดการแบบสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือที่รู้จักกันในนาม สสส.ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเอง เพราะทุกคนที่เป็นคณะกรรมการชุดนี้ล้วนประจักษ์แจ้งว่า  การศึกษาคือหัวใจของการปฏิรูปประเทศไทย ให้เป็นจริง

                ผมเองติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการชุดนี้ด้วยความสนใจ และลุ้นมาตั้งแต่การตัดสินใจของรัฐบาลซึ่งประกาศว่า  จะตั้งคณะทำงานปฏิรูปให้เหมือนองค์กรแบบสสส. เพราะมันตรงใจที่สุด  ยิ่งได้อดีตผู้จัดการสสส. คุณหมอสุภกร บัวสาย ร่วมด้วยช่วยอีกแรง ก็วางใจได้มากยิ่งขึ้นว่า การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สองนี้ จะไม่แค่อยู่ในกระดาษ หรือเอะอะก็ลงทุนซื้อคอมพิวเตอร์ ด้วยเชื่อตามที่เขาบอกว่า จะทำให้คนมีการศึกษาอย่างเท่าเทียมอีกต่อไป

                ครับ..มองความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในวันนี้  จะให้มองข้ามข้อเท็จจริงว่า   สังคมไทยยังต้องเรียนรู้ ศึกษาอีกเยอะกว่าจะได้ประชาธิปไตยอย่างที่ฝัน..คงไม่ได้ 

     ดังนั้น.. ห่วง  กังวล  สงสัยได้ แต่อย่าท้อแท้เด็ดขาดนะครับ  เพราะประเทศไทยจะดีได้ เราก็ต้องมีจิตสำนึกร่วม  เรียนรู้จากประสบการณ์ เพื่อความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนและมั่นคง..จริงไหมครับ

    

  นายใฝ่ฝัน     ปฏิรูป

    



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์