Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ “ สภาประชาชน” เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย


  นับเป็นสัปดาห์แห่งการต้องลุ้นวันต่อวันว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยที่เรารักและปรารถนาอยากเห็นการพัฒนาและปฏิรูปสู่ความเป็นหนึ่งของการเป็นชาติที่ได้รับการขึ้นทำเนียบว่า ประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

                ไม่อยากเห็นก็ต้องพบ  ไม่อยากฟังก็ต้องได้ยิน ไม่อยากดูก็ปฏิเสธไม่ได้กับภาพคนไทยต้องเสียเลือดเสียเนื้อ....เพราะ....พวกเรากันเอง  

                มิได้มีศัตรูจากภายนอกต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ต่างดินแดนเข้ามาทำร้ายเราเลยแม้แต่น้อย  แต่ประเทศไทยกลับกลายเป็นดินแดนที่ปราศจากความปลอดภัย ไม่น่าเดินทางเข้าไปเยี่ยมเยียนติดอันดับท็อปเท็นของโลก

                 หวังเหลือเกินว่า จนถึงวันนี้ทุกอย่างจะคลี่คลาย  สังคมไทยสามารถคืนสู่ความสงบ กระบวนการปรองดองเดินหน้า เฉกเช่นเดียวกับแผนการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งบัดนี้ดูเหมือนว่า คึกคัก มีหน่วยงาน เครือข่าย องค์กรต่างๆ พร้อมใจกันประกาศเจตนารมณ์ว่า

                ถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูปประเทศไทย               

                เพราะปัญหาวิกฤตของประเทศไทย  ความขัดแย้งทางการเมือง เป็นบ่อเกิดให้ทุกฝ่ายหันมาสนใจเรื่องการปฏิรูปประเทศไทยอย่างจริงจัง  หรือเพราะเงื่อนเวลาถูกบ่มเพาะจนได้ที่ตามหลักการกระมัง ทำให้วันนี้มีการนำประเด็น การปฏิรูปประเทศไทยขึ้นมาในวงสนทนา  เวทีสัมมนามากมาย  โดยไม่จำเป็นต้องรอรัฐหรือนักการเมืองเป็นผู้ริเริ่มอีกต่อไป

                ผมจำได้ว่า  นักวิชาการอย่างอาจารย์สมเกียรติ  ตั้งกิจวานิชย์ แห่งทีดีอาร์ไอ ได้เคยนำเสนอยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยน่าอยู่ผ่านเวทีเครือข่ายสถาบันทางปัญญาเมื่อปีที่แล้วในประเด็นหัวข้อ จุดคานงัด: ประเทศไทยเพื่อฝ่าวิกฤตการณ์สังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่ซับซ้อน

                ซึ่งอาจารย์ได้เสนอสูตรของการทำให้ประเทศไทยพัฒนาไปในเส้นทางที่ปรารถนาว่า จำเป็นต้องมีห้วงเวลาที่เหมาะสม

                วันนี้  ปีนี้  เหมาะสมด้วยเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวด  คงไม่มีใครคัดค้านหรือต่อต้าน

                ส่วนใครจะเป็นเจ้าภาพหรือ สถาบันใดจะเป็นผู้ขับเคลื่อนนั้น  คงไม่สำคัญเท่ากับว่า  คนที่อยากเห็นการปฏิรูปประเทศไทยเป็นจริงนั้น  มีเจตนาแน่วแน่  ตั้งใจแก้ไขในสิ่งผิด  เปลี่ยนแปลงความบกพร่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วยความจริงใจจริงจังแค่ไหน

                เลิกเสียทีเถอะครับ กับเอะอะตั้งคณะกรรมการ  ของบประมาณ  แล้วก็ทำงานกันอยู่ไม่กี่คน เสร็จแล้วออกมาเป็นเอกสาร เป็นเล่มหนาและหนักหลายกิโล  สุดท้ายก็พอใจปฏิรูปกันแต่ในกระดาษเท่านั้น

                ผมเห็นว่า  ข้อกังวล จนเป็นข้อเสนอ หรือความสนใจของทุกฝ่ายที่เห็นพ้องกันว่าควรมีการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทยนั้น เป็นเรื่องถูกต้อง  และเหมาะสมกับกาลเวลา เพราะสังคมไทยรับรู้ความเจ็บปวดร่วมกันอย่างแสนสาหัสตลอดระยะสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้นจะไม่ใช่ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการของฝ่ายทหารก็ตาม

                แต่ผมอดไม่สบายใจว่า รูปแบบของการทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยนั้น จะเป็นแบบฉาบฉวย  เฉพาะหน้า  เสมือนการแก้ปัญหาทางการเมืองหรือไม่

                ดังนั้น  ข้อเสนอในการขับเคลื่อน สภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย”  จึงเป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่ง  เพราะหัวใจของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยผมเห็นด้วยกับ สูตรสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา  ของ อาจารย์ประเวศ วะสี   ราษฎรอาวุโส ครับ นั่นคือ จะต้องทำจากฐานรากหรือเริ่มจากฐานเจดีย์หรือสามเหลี่ยม  ไม่ใช่จากยอดลงล่าง จากส่วนกลางสั่งการไปยังส่วนภูมิภาค เฉกเช่นที่ผ่านมาอีกต่อไป 

                สภาประชาชนเป็นรูปแบบที่ให้ภาคประชาชนเป็นผู้ขับเคลื่อนการปฏิรูป

          แตกต่างจากอดีต ที่การพัฒนาประเทศไทยต้องรอรัฐบาลเท่านั้น   หรือคาดหวังจากสภาผู้แทนราษฎร ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชนทุกครั้งไป

                ในความหมายของสภาประชาชน  อาจจะมีหลายคนที่เห็นไม่เหมือน หรือสอดคล้องว่า ควรจะเป็นการทำงานร่วมกับภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัครจากภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน  ภาคธุรกิจ  นักวิชาการ เครือข่ายองค์กรชุมชน  เครือข่ายแรงงาน สื่อมวลชน   ผู้ทรงคุณวุฒิจาก องค์กรอิสระ และสมาชิกวุฒิสภา ฯลฯ  แต่อย่างไรก็ตาม ในความเหมือนที่แตกต่าง  ผมเชื่อว่า ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันแล้วว่า  กระบวนการปฏิรูปประเทศไทยต้องลงมือปฏิบัติ

                สำหรับประเด็นของการปฏิรูป จะแจกจ่าย หรือเลือกดำเนินการเป็นลำดับก่อนหลังขึ้นอยู่กับความสำคัญเร่งด่วนหรือไม่อย่างไรนั้น  คงต้องช่วยกันถามตัวเองว่า  ความวุ่นวายในบ้านเมืองจนเกิดความแตกแยกกันอย่างหนักนี้  ใช่ประเด็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ  ช่องว่างของคนจนคนรวย การมีสองมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนปัญหาทุจริตคอรัปชั่นใช่หรือไม่อย่างไร ถ้าหากสามารถตอบคำถามดังกล่าวได้  บริบทของการปฏิรูปก็ไม่ใช่เรื่องยาก...จริงไหมครับ

                ความยากง่ายคือ การสร้างสำนึกการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการขับเคลื่อนสภาประชาชนให้เป็นของประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริงต่างหาก  เพราะมิเช่นนั้นแล้วประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยที่กล่าวกันว่า  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด  แต่ในภาคปฏิบัติกลับมีช่องโหว่ให้นักการเมืองเจ้าเล่ห์สามารถทำร้ายประเทศไทยได้มากที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเช่นกัน

                ทำอย่างไร สภาประชาชนจะเป็นของประชาชนและทำงานการปฏิรูป ไม่ใช่กลายเป็นแหล่งซ่องสุมทางการเมือง  องค์กรแสวงหาอำนาจเพื่อการต่อรองแสวงหาผลประโยชน์

                สภานี้ต้องให้ประชาชนแสดงปัญหาที่มีอยู่ให้ชัดเจนมากขึ้น จนนำไปสู่การสร้างนโยบายแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังสอดคล้องกับชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

          ถ้านึกไม่ออกล่ะก็  ผมอยากจะแนะนำว่า  การบริหารจัดการของ เครือข่ายเพื่อชุมชนเข้มแข็ง  ที่มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกภาคในเวลานี้ เป็นตัวอย่างที่น่าลงไปศึกษา  และถอดแบบมาเป็นบทเรียน สร้างองค์ความรู้แก่ทุกฝ่ายได้ดีที่สุดครับ

                ความจริงผมอยากจะเขียนตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งที่เขาช่วยกันคิดกันทำจนหมู่บ้านและตำบลของเขาน่าอยู่ เป็นการยืนยันว่า สังคมไทยปฏิรูปตัวเองได้แน่ หากตั้งใจจริง  แต่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ จะให้ผมวางมือเรื่องสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย...ได้ไง

              นายใฝ่ฝัน   ปฏิรูป



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์