สวัสดีครับ คุณสามวา
ผมคิดว่าปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในประเทศไทย มันช่างยากจะแก้ไข อย่างเมื่อ 20 กว่าปีก่อน สมัยที่ผมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ และเป็นหัวหน้าหน่วย ถูกส่งให้ออกไปควบคุมโรงงานต่างๆ ร่วม 30 กว่าโรงงานทั่วประเทศ และเคยได้รับเลือกให้เป็นพนักงานดีเด่น
เคยได้รับเงินรางวัลนำจับโรงงานที่ทุจริตร่วมแสนบาทมาแล้ว เพราะโรงงานเหล่านี้ลักลอบนำสินค้าที่ต้องควบคุม โดยไม่มีใบอนุญาตแจ้งขนย้ายจากกรมการค้าฯ และต้องเจอกับอิทธิพลทุกรูปแบบ อาวุธที่ใช้พกพาป้องกันตัวก็มีแต่ปืนสไนเปอร์ เอ้ย! ไม่ใช่ ปืนสำหรับใช้ยิงกระต่ายที่พก
พามาตั้งแต่เกิด ฮิฮิ..จนสนิมเริ่มเกาะแล้ว
การจะจับการทุจริตหรือการลักลอบขนสินค้าหนี มันต้องมีลีลาลูกล่อลูกชน อาศัยความสามารถเฉพาะตัวจนผมนึกขำตัวผมอยู่ แต่ก็ยังมิวายโดนเพื่อนร่วมงานด่า เพราะโรงงานต้องมีหน้าที่จัดที่พักให้ฟรี เลี้ยงอาหารฟรี บางครั้งเลี้ยงสุราฟรีด้วย (กรณีหลังนี้เตรียมรับมือการตุกติกได้)
และไม่รู้จะบังเอิญหรือเปล่า ผมย้ายไปอยู่โรงงานไหนดันมีเรื่องทุกที ฮิฮิ..ทำให้โรงงานเกิดอาการเหม็นขี้หน้า จากเลี้ยงข้าวฟรีก็เหลือแค่ให้ที่พักฟรีเท่านั้น จนเพื่อนที่ย้ายมาอยู่ทีหลังมันโกรธผมเป็นฟืนเป็นไฟ
ผมก็เลยเป็นหมาหัวเน่าและทำให้รู้สึกเบื่อ เสี่ยงก็เสี่ยง ขนาดต้องขอกำลังทหารจาก พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ผบ.ทบ.ในขณะนั้นมาช่วยตั้งด่าน ยังเอาแทบไม่อยู่ ยิ่งมาเจอเจ้านายทำตัวเป็นจ่าเฉย (ตอนนี้จ่าเฉยเริ่มถูกส่งออกปฏิบัติงานบ้างแล้วในบางจุด สงสัย ศอฉ.เกรงว่ากำลังตำรวจจะไม่เพียงพอ) ฮิฮิ..แต่อย่าอมเบี้ยเลี้ยงจ่าเฉยล่ะ
และเมื่อผมออกมาทำธุรกิจเอง ก็ไม่วายจะเจออย่างรุ่นพี่ผมได้ดิบได้ดีได้ เป็นถึงเลขาฯ ผู้ว่าฯ กทม. ไม่อยากบอกว่าเป็นผู้ว่าฯ คนไหน พอผมไปเสนอสินค้าและบริการไม่ยอมคุยกับผมโดยตรง กลับส่งเข้าห้องลับให้คุยกับใครก็ไม่รู้ พูดก็ไม่ชัด เสนอผมว่าถ้าทุกเขตซื้อสินค้าและใช้บริการของลื้อ จะให้กี่เปอร์เซ็นต์ แหม! เล่นมีห้องลับหน่วยงานลับเฉพาะกิจด้านนี้โดยเฉพาะเลยนะ ฮิฮิ.
ก็มันเป็นกันซะอย่างเงี้ยะ คุณสามวาคิดว่าการทุจริตจะสามารถแก้ได้หรือครับ และถามว่าเราจะเอางานไหมถ้าจะทำธุรกิจ
ส่วนเรื่องการเมืองเคยเจอภรรยาคุณหมอเลี้ยบ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่อดีตภรรยาคุณหมอเลี้ยบเป็นอุปนายกสโมสรนักศึกษา มีบทบาททั้งการเมืองภายในและนอกรั้วในมหาวิทยาลัย
สมัยเป็นนักศึกษาในขณะนั้น เจอกันบังเอิญขณะมาไล่บิ๊กสุ (พล.อ.สุจินดา) บ่นกับผมว่าเราไม่น่าจะออกมาประท้วงกันข้างถนนอีกแล้ว น่าเบื่อมาก ประชาธิปไตยไทยมันน่าจะเดินหน้าไปได้ไกลกว่านี้ และสาเหตุนี้เพราะเกิดอาการเบื่อ ก็เลยทำให้สามีคือคุณหมอเลี้ยบ หายหน้าไปจากการเมือง ฮิฮิ..เพราะคงโดนใบสั่ง
ส่วนใครที่บอกว่าเผด็จการก็ได้ ประชาธิปไตยก็ดี เพราะมันเหมาะกับสังคมไทย อย่างงี้ต้องไปโทษกระทรวงศึกษาธิการแล้วล่ะครับ ที่ออกนโยบายให้โรงเรียนต่างๆ ปูพื้นฐานให้เด็กๆ โดยการให้มีการเลือกตั้งในโรงเรียนทุกระดับชั้น บอกต้องอบรมให้เยาวชนเรียนรู้ และรู้สึกรักและหวงแหนประชาธิปไตย
มิน่าผมถึงไม่แปลกใจ ที่เขาปลุกระดมให้สู้เพื่อประชาธิปไตย คนถึงมาร่วมกันเยอะ และง่ายกว่าปลุกให้เอาดอกไม้ไปให้ทหารถึงรถถัง เพราะฉะนั้นอย่าไปทำให้เด็กสับสนกันเลยครับ และการที่ ศอฉ.ออกมาประกาศคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นึกว่าชาวบ้านเขากลัวทหารหรือครับ
ชาวบ้านบอกผมว่าร้อยโท ร้อยตรี ร้อยเอก ไม่กลัว กลัวร้อยละยี่สิบมากกว่า ฮิฮิ..เพราะหนี้นอกระบบมันท่วมกบาลอยู่
ส่วนน้องๆ เพื่อนร่วมรุ่นเสี่ยคึก (เทพไท เสนพงศ์) โทรศัพท์มากระซิบให้ผมฟัง และตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเสี่ยคึกถึงไปเกาหลี เพราะรู้อยู่ว่าเกาหลีเขาเก่งเรื่องทำศัลยกรรม ใครอยากหล่ออยากสวยไปทำที่เกาหลีไม่ผิดหวัง ก็เลยเข้าใจว่าเสี่ยคึกคงเตรียมไปทำศัลยกรรมที่ปากเพื่อเสริมหล่อ เพราะมีคนออกมาตำหนิว่าปากไม่สวย ฮิฮิ..กันเยอะ
ส่วนเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ หลายวันก่อนอ่าน ASTV ผู้จัดการรายวัน เขาขึ้นหัวข้อจนผมตกใจว่า "นายหัวชวนเต้นเป็นเจ้าเข้า" นึกไม่ออกว่าท่านอดีตนายกฯ ชวนหันไปเอาดีเป็นคนทรงเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ฮิฮิ..ที่แท้หนักใจในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นี่เอง
ก็เลยลาไปด้วยเพลงที่มีปัญหา ก็คือเพลง เรือนแพ ท่อนที่ว่า "เรือนแพล่องลอยคอยความรักนานมา" แหม! ที่หน้าบ้านผมริมน้ำก็มีแพเหมือนกับเขาเหมือนกัน มันก็ล่องลอยอยู่ในน้ำมาตั้งนาน จะให้มันจมหรือให้ใครเขาลากไปแบบเรือเอี้ยมจุ๊นล่ะครับ คนแต่งเขาแต่งถูกต้องแล้วครับ ฮิฮิ...
ขอแสดงความนับถือ
นายผีตองเหลือง
ตอบ คุณผีตองเหลือง
สรุปว่าเรื่องทุจริตคอรัปชั่นในเมืองไทย เป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะขนาดคุณยังถูกรุ่นพี่ส่งเข้าไปเจรจาในห้องลับ ขอแบ่งเปอร์เซ็นต์อย่างหน้าด้านๆ คุณก็เล่ามาเป็นตุเป็นตะแต่ไม่บอกว่าคุณตกลงแบ่งผลประโยชน์อย่างไร
คำร้องของ"ชาลี"
เรียน คุณสามวา สองศอกที่นับถือ
ผมได้อ่านคำวิพากษ์เพลง "จูบ" ผลงานของสุรพล โทณะวนิก ทั้งของผมและของพระอาจารย์ประโยชน์ สุทธิญโณ แห่งสำนักวัดยานนาวา ใน "ไทยโพสต์" ฉบับวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 อ่านแล้วก็เห็นว่าเป็นความสอดคล้องกัน คือยอมรับในความผิดพลาดนั้น และได้รับรู้ความถูกต้องของคำว่า "คราด" กับคำว่า "ไถ" ซึ่งก็นับว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไปด้วยในตัว
เรื่องที่ลุงผ่องหรือ "ท่าน ผ.พ.ท." (ปราชญ์แห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี) วิพากษ์เพลง "เรือนแพ" ผลงานของ "พี่หง่า (ชาลี อินทรวิจิตร)" ในท่อนที่มีเนื้อร้องว่า "..เรือนแพ ล่องลอยคอยความรักนานมา.." แล้วท่านบอกว่า เรือนแพ "ล่องลอย" ไม่ได้นั้น
แต่เดิมผมก็คิดจะนิ่งฟังเฉยๆ เพราะถ้าจะแก้ความกับ "ท่านพหูสูตภาษา" แล้ว ถ้าหาเหตุผลมาแก้ไม่ชัดเจน จะโดนท่านถล่มเอาล้มหงายไปง่ายๆ
แต่บังเอิญผมมาพบ "แนวร่วม" ที่มีความคิดพินิจพิจารณา หาข้อเท็จจริงมาเจรจากันให้เกิดผลที่ดีต่อภาษาและวัฒนธรรมของไทย อย่างพระอาจารย์ประโยชน์ (ซึ่งผมทราบมาว่าที่สำนักวัดยานนาวาที่ท่านจำพรรษาอยู่นั้น มีสถานีวิทยุเป็นส่วนสาธารณะ เพื่อเผยแผ่ธรรมะไปสู่ประชาชนด้วย ผมก็ขออนุโมทนาด้วยอย่างยิ่ง)
และที่สำคัญผมได้ลุกยุจากคุณสามวา สองศอก มาเป็นเชิงว่าถ้าลุงผ่องว่ามาอย่างนี้แล้วผมจะว่ายังไง
ผมคงไม่กล้าแย้งลุงผ่อง ก่อนที่จะเล่าเรื่องเบื้องหลังเพลงนี้สักนิด เพลงนี้มาจากเพลงประกอบในภาพยนตร์เรื่อง "เรือนแพ" มีพระเอกสามคนดังๆ ในยุคนั้น ประกบกับดาราดังฮ่องกง
คือ ส.อาสนจินดา ไชยา สุริยัน (สิ้นชีวิตไปแล้วทั้งสองคน) และจินฟง ภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างฉากเรือนแพในบึง และถ่ายจากเรือนแพจริงที่จังหวัดพิษณุโลก เพลงนี้บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี 2504 โดยชรินทร์ (งามเมือง) นันทนาคร เสียดายที่นางเอกคนเดียวในภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมจำชื่อไม่ได้นึกยังไงก็นึกไม่ออก ชื่อติดอยู่ที่ริมฝีปากนี่แหละ หนังเรื่องนี้ดังและเพลงเรือนแพก็ดัง
ในชีวิตของผมตั้งแต่เกิดมา ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในแพริมน้ำที่จังหวัดอ่างทอง ตอนอายุ 3-5 ขวบก็พอรู้ความ อายุ 8-10 ขวบมาอยู่กับน้าชายที่เป็นช่างเครื่อง (ช่างทำขนมหวานทุกชนิด) ที่แพปากคลองเมืองตรงข้ามวัดมณฑป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เคยไปอาศัยนอนในแพริมแม่น้ำน่านอยู่ 1 สัปดาห์ เพื่อวางพล็อตเขียนบทละครวิทยุให้กับ (หม่อมเบอะ) ม.ร.ว.ฐิติสาร สุริยงกับ (ป้าทอง) สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต ละครเรื่องนี้ชื่อ "มรสุมชีวิต" พระเอกชื่อทนงศักดิ์ ภักดีเทวา นางเอกชื่ออัมพร ปทีปะเสน (นักร้องดังทั้งคู่) ช่วงปี 2498
และเคยไปนอนในแพริมแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานีอยู่ 10 วัน เพื่อถ่ายทำสารคดีโทรทัศน์เรื่อง "สะแกกรัง แม่น้ำแห่งชีวิต" และสุดท้ายผมไปนอนแพริมแม่น้ำน่าน เพื่อทำสารคดี "บึงบรเพ็ด" ที่นครสวรรค์ 1 สัปดาห์
การที่เคยนอนแพริมน้ำมาหลายสายน้ำอย่างนี้ ผมพบว่าความอดทนของชาวแพมีมาก โดยเฉพาะในยามหน้าน้ำหลากไหลมาด้วยความแรง ยามเมื่อเกิดลมพายุฝนพัดกระหน่ำ และชาวแพจะต้องใช้กำลังช่วยกันเอาเชือกมะนิลา หรือลวดเส้นใหญ่ๆ "โต่ง" (คือผูกยึดแพไว้) มิฉะนั้นแพจะถูกกระแสลมพัดเอาเชือกโยงแพขาด แล้วแพก็จะ "ลอยละล่อง" ไปตามยถากรรม ฝากชีวิตไว้กับโชคชะตาของตนเองเท่านั้น
"เรือนแพ...ล่องลอยคอยความรักนานมา" จึงไม่แปลกเลยครับ เพราะฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ มีฉากที่สามคนพี่น้องช่วยกันต่อสู้กับพายุ ที่กำลังจะพัดเข้ามากระชากเรือนแพหลังน้อยของพวกเขา ให้ "...ล่องลอยไป..." พี่ชาลีเขียนเนื้อเพลงตอนนี้ จากภาพที่ปรากฏในจอมอนิเตอร์ที่กำลังตัดต่อในวังละโว้
ที่สำคัญเนื้อตอนหนึ่งที่มีว่า "..หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน ชีวิตกลางน้ำสุขสันต์ โอ้สวรรค์ในเรือนแพ.." นั้น เป็นเนื้อเพลงที่กลั่นออกมาจากความหิว ที่ตอนตีสามก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เพราะต้องแก้เนื้อที่เสด็จฯ ท่านบอกให้แก้ให้เสร็จเสียก่อน
ผมไม่ค้านลุงผ่องเลย ถ้าแพมันจะจอดเฉยๆ มันก็ได้แต่ "ลอย" จะ "ล่องลอย" ไม่ได้
แต่ถ้าไม่มีอะไรดึงไว้ มันก็ "ทั้งล่องทั้งลอย" เลยแหละครับ
ด้วยความนับถือ
คนไทยหัวใจเพลง
ตอบ คุณคนไทยหัวใจเพลง
เนื้อเพลงจูบที่แต่งให้คุณพิทยา บุณยรัตพันธ์ ขับร้อง และเพลงเรือนแพที่แต่งให้คุณชรินทร์ขับร้อง ทั้งสองเพลงที่พวกเรามานั่งเถียงกันเอง ครูชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติรับปากแล้วว่าจะเขียนถึงเบื้องหลังของสองเพลงนี้ แต่เนื่องจากปัจจุบันครูชาลีอายุย่างเข้า 88 ปีแล้ว ก็ต้องขอเวลาสักหน่อย
สามวา สองศอก








