ข่าวหน้า 1

Wednesday, 22 August, 2012 - 00:00

ปรับภาษีเหล้า-บุหรี่ รัฐถังแตก!รีดแสนล.

 ผลงาน ครม.ยิ่งลักษณ์ คอเหล้า สิงห์อมควันขยาด สั่งขึ้นภาษีเหล้าลิตรละ 400 - บุหรี่ซองละ 8 บาท  เปิดตัวเลขหอมหวาน 10 เดือนรีดได้เกือบแสนล้าน สรรพสามิตแจงหนุนรายได้ภาษีกรมเพิ่มปีละหมื่นล้านบาท  พร้อมขยายเวลาลดภาษี "ดีเซล" ต่อไปอีก 1 เดือน เผยอุ้ม 17 เดือน รายได้หายไปแล้ว 1.5 แสนล้าน
    นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเมื่อวันอังคารว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้มีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ โดยในส่วนของสุราขาว อัตราเก็บปัจจุบันตามมูลค่า 50% และตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 120 บาทต่อลิตร ให้ปรับเป็น 150 บาทต่อลิตร และสุราผสมที่เก็บตามมูลค่า 50% และตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 300 บาทต่อลิตร ให้ปรับเป็น 350 บาทต่อลิตร
    นอกจากนี้ ในส่วนของสุราบรั่นดี ในส่วนการเก็บตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์มีการเก็บ 400 บาทต่อลิตร เต็มเพดานที่กำหนด แต่ในส่วนของมูลค่ามีการเก็บ 48% ให้เพิ่มเป็น 50% เต็มเพดานที่กฎหมายกำหนด
    สำหรับการขึ้นภาษีบุหรี่ที่ปัจจุบันเก็บตามมูลค่า 85% แต่ไม่มีการเก็บตามปริมาณ ก็ให้มีการเก็บปริมาณ 1 บาทต่อมวน ซึ่งทำให้ภาษีทุกซองต้องเสียภาษีสรรพสามิตอย่างน้อยซองละ 20 บาท
    “การเก็บภาษีบุหรี่มวนละ 1 บาท จะทำให้บุหรี่ที่สำแดงราคาต่ำและเสียภาษีน้อย ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นซองละ 6-8 บาท โดยจากการเพิ่มภาษีสุราบุหรี่ครั้งนี้จะทำให้กรมสรรพสามิตเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นปีละ 1 หมื่นล้านบาท” นางเบญจากล่าว
    ด้านแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม. ระบุว่าการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบดังกล่าว เป็นไปตามแผนรณรงค์ให้มีการลด ละ เลิก สุราและบุหรี่ ที่มีการดำเนินการมาในช่วงก่อนหน้านี้ ส่วนเหตุผลที่ไม่มีการส่งสัญญาณการปรับขึ้นภาษีดังกล่าวในก่อนหน้านั้นก็เพื่อลดปัญหาการกักตุนสินค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับประชาชน โดยให้มีผลทันที
    โดยในส่วนของภาษีบุหรี่ มีการเสนอจัดเก็บภาษีเพิ่ม 8 ยี่ห้อ โดยเป็นของไทย 2 ยี่ห้อ คือสายฝนและ LM ซึ่งจะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเฉลี่ยซองละ 6-8 บาท รวมถึงยาเส้น ในส่วนของเหล้า ในส่วนของเหล้าในประเทศจะมีการจัดเก็บเพิ่มที่ 120 บาทต่อลิตร รวมถึงเหล้าขาว เหล้าโรง ขณะที่เหล้านอก บรั่นดี และจัดเก็บภาษีเพิ่ม 400 บาทต่อลิตร ยกเว้นไวน์ ซึ่งมีการจัดเก็บภาษีที่เต็มเพดานอยู่แล้ว
    นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวย้ำในที่ประชุมว่า ห้ามเผยแพร่มติดังกล่าวออกไปก่อนเด็ดขาด เพราะจะมีผลให้ผู้ประกอบการกักตุน เพราะหากมีข่าวรั่วออกไป ผู้ประกอบการแค่เปลี่ยนแสตมป์ก็ขายในราคาใหม่ได้แล้ว และจะต้องมีผลในเย็นวันอังคารที่ 21 ส.ค.ทันที
    ขณะที่นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกสำนักนายกฯ แถลงว่า ครม.เห็นชอบการปรับเพิ่มจำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปีสำหรับพนักงานของโรงงานยาสูบ (รยส.) ที่ทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เป็นเวลา 13 วันทำงาน ตามมติของคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ทั้งนี้ ให้ รยส.บริหารจัดการองค์กรภาพรวมโดยมิให้ผลกระทบต่อการผลิตยาสูบค่าใช้จ่ายองค์กรและคำนึงถึงฐานะทางการเงินเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของรัฐวิสาหกิจโดยรวม
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2555 (ต.ค.54-ก.ค.55) รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีสุราไปได้ 44,696 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่เก็บได้ถึง 3,605 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.8% ขณะที่ภาษียาสูบจัดเก็บได้ทั้งสิ้น 50,341 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3,553 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.6
    น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ขยายเวลายกเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อไปอีก 1 เดือน โดยให้สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.55 จากเดิมที่ ครม.เคยมีมติให้สิ้นสุดในวันที่ 31 ส.ค.55
      โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า เนื่องจากขณะนี้ราคาขายปลีกน้ำมันยังคงมีราคาสูง ซึ่งหากมีการปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันดีเซลในระยะนี้ จะทำให้ประชาชนมีภาระ ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นอีก จึงขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกินร้อยละ 0.005 โดยน้ำหนัก ในอัตราภาษี 0.005 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 4 ในอัตราภาษี 0.005 บาทต่อลิตร ออกไปอีก 1 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555
    ทั้งนี้ การลดการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ส่งผลให้กรมสรรพสามิตต้องสูญเสียรายได้ในส่วนดังกล่าวเฉลี่ย 9 พันล้านบาทต่อเดือน รวมแล้วตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.2554-31 ส.ค.2555 สูญเสียรายได้ไปกว่า 1.44 แสนล้านบาท และส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตต่ำกว่าเป้าหมาย 21,187 ล้านบาท คิดเป็น 6.52%.