สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
สมาชิก "ไม้หอม บุญสุภาพ" ยกมือจากอำนาจเจริญ ขออภิปรายเรื่องผู้แทนขี้โม้
เรียน ท่านประธานสภาประชาชนที่เคารพ
กระผมนายไม้หอม บุญสุภาพ สมาชิกสภาประชาชนจากจังหวัดอำนาจเจริญ วันนี้ขอยกมืออภิปรายเรื่องเหม็นขี้ฟันผู้แทนบ้านเรา
เป็นบุญของประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นนักปราชญ์ กล่าวคือ ทรงเป็นต้นตำรับเศรษฐกิจพอเพียง ฝนเทียม ระบบนิเวศของป่าไม้ การจัดการระบบแหล่งน้ำ
ทรงเป็นนักดนตรี นักประพันธ์เพลง นักการศาสนา และมีอีกหลายๆ เรื่องซึ่งไม่อาจกล่าวได้ทั้งหมด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวในโลก ที่ทุกประเทศรู้จักและกล่าวถึงพระปรีชาสามารถ
เป็นกรรมของประเทศไทย สำหรับภาคการเมืองการปกครอง ณ พุทธศักราช 2553 ทั่วโลกได้กล่าวถึงเช่นกัน แต่กล่าวถึงแบบพูดทีปิดจมูกที พูดทีหยะแหยงที แบบชนิด เห่ย เต็มทน (เห่ย = เห่ย + เชย) เห่ย ทั้งระบบโครงสร้าง และที่สำคัญคือคนที่เป็นผู้แทนยิ่ง เห่ย แบบยกกำลัง
น้ำเน่าเอาไปทำปุ๋ยชีวภาพ และรดต้นไม้ได้ เศษขยะยังนำมา RECYCLE ได้ แต่ ส.ส.เมืองไทยของเราในวันนี้ จะเอาไปทำอะไรได้บ้าง ก็แค่เป็นนักด่าทอ นักโจมตีให้ร้ายป้ายสี นักประพฤติชั่วเผาบ้านเผาเมือง วางมาดเป็นนักเลงท้าตีท้าต่อยไปทั่ว
ประชาชนเขาเลือกพวกคุณเพื่อให้ไปแก้ปัญหาประเทศชาติบ้านเมือง แต่พวกคุณสูทั้งหลายกลับเอาอาคารรัฐสภาไปใช้เป็นสถานที่ต่อรองผลประโยชน์ ห้องประชุมกลายเป็นห้องทำสงครามน้ำลาย เป็นเวทีพูดหยาบคาย พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดตลกโปกฮา
บัดซบที่สุดรัฐสภาเป็นเวทีต่อยมวย เฮโลวุ่นวายไร้ระบบระเบียบ (นายสนามมวยลุมพินีน่าจะมาศึกษาดูงาน) ประชุมแต่ละครั้งต้องตั้งแง่เกี่ยงงอน ขี้งอแง เหมือนเด็ก 2-3 ขวบ อ้อนแม่อยากกินขนมหวาน นับองค์ประชุมนับแล้วนับอีก มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ แต่ไม่มีปัญญาวุฒิ ขาดคุณสมบัติความเป็นผู้นำและขาดวุฒิภาวะ
เป็นเวรของประเทศไทย ที่มีการเมืองไทย และมีสภาผู้แทนราษฎรเป็นยุคสมัยที่ตกต่ำที่สุด ขยันพูดเรื่องดีให้เป็นเรื่องแย่ พูดเป็นตุเป็นตะ พูดเรื่องแย่ๆ ให้เป็นเรื่องดี จิตวิญญาณเสื่อมต่ำ พูดมูมมามโสมม ตะกละเอาแต่ได้ ตอนหาเสียงก่อนเป็นผู้แทน บอกว่าทำงานรับใช้ประชาชน เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ พอได้เป็น..เปลี่ยนผ้าขะม้าคาดเอวเป็นเสื้อสูทผูกไท กลับแสดงพฤติกรรมเพื่อตัวกูตัวสู ตอนหาเสียงพูดจาไพเราะ พอเข้าสภากักขฬะสามหาว ตอนอยากเป็นบอกจะพัฒนาบ้านเมือง พอได้เป็นกลับเผาเมือง
ท่านประธานท้วมที่เคารพ แม้ผมเป็นคนบ้านนอกคอกนา ก็ใช่ว่าผมไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ตามหลักของพันธุศาสตร์สิ่งที่มีชีวิตชั้นสูงจะมีลักษณะเฉพาะตัว คนอีสานจมูกแบน ใบหน้าป้อมๆ คนอินเดียทมิฬ ผิวดำ ดวงตาโต จมูกโด่ง ส่วนคนเผ่าอารยันเคราเยอะ ผิวขาว จมูกโด่ง ตาโต และพวกมองโกล นิโกรก็ดูยิ่งง่ายขึ้น
ทำนองเดียวกันผมปลูกมะม่วงแก้ว มันก็เป็นมะม่วงแก้ว ไม่เห็นมันกลายพันธุ์เป็นมะม่วงกะล่อน ข้าวหอมมะลิก็ไม่กลายพันธุ์เป็นสันปลาตอง แต่นักการเมืองของเมืองไทยมักชอบกลายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์ที่ไม่หยุดนิ่ง พวก DNA แปรป่วน
เมื่อก่อนสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ภูมิใจไทย เพื่อแผ่นดิน ชาติไทยพัฒนา เข้าๆ ออกๆ ถ้าสวนผลไม้ของผมที่อีสานกลายพันธุ์แบบนี้ ผมคงปวดหัวตาลายเป็นแน่ เกิดเป็นพันธุ์อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด ลองๆ ชิมดูรสชาติเบื่อเมา ที่สุดต้องโละสวนผลไม้พิษทิ้ง
ส.ส.บางกลุ่มกลายพันธุ์ยกทีม ลืมสกุลชาติสายพันธุ์ตัวเองดั้งเดิม ผู้แทนบางคนย้ายหลายพรรคจนนับหลงเรียงลำดับไม่ถูก อุดมการณ์เชิงการเมืองมันต้องปลูกฝังในจิตสำนึก นั่นก็หมายความว่าการกลายพันธุ์ทางการเมือง มันกลายพันธุ์ง่ายจริงๆ อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมือง ของนักการเมือง เป็นแค่ตัวหนังสือ หรือเป็นเพียงธุรกรรมวาจา เพื่อหาคะแนนนิยมพูดแล้วทำไม่ได้ จะพูดดีพูดเก่งอย่างไร แค่ไหน พูดจนลิงหลับ พูดน้ำไหลไฟสว่าง พูดโฆษณา
ยกก้อนขี้หมาใส่จาน แล้วบอกสรรพคุณรสชาติกลมกล่อม จนคนฟังเกิดอารมณ์เคลิ้ม และน้ำลายหกอยากกินขี้หมาเร็วพลัน แต่ตัวคนพูดไม่ยอมกินขี้หมาให้ดู ก็ได้ชื่อว่า "โมฆบุรุษ"
ท่านประธานท้วมครับ ที่กรุงเทพฯ เบื่อผู้แทนขี้โม้บ้างไหม ส่วนผมอยู่อำนาจเจริญเหม็นขี้ฟัน เหม็นขี้ฟันและเหม็นขี้ฟันพวกผู้แทนเต็มทน
.....................
เราต้องมาช่วยกันหาหนทางว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ประเทศไทยปลอดนักการเมือง อย่างน้อยสัก 5 ปีก็ยังดี.








