Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

วิธีพิจารณางบประมาณ ถึงเวลา..ต้องปฏิรูป


 ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยแล้ว ระเบียบวิธีการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณแผ่นดินโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนสมาชิกวุฒิสภานั้น ถือเป็นบทบาท หน้าที่สำคัญในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่จะตรวจสอบ กำกับ ดูแล การบริหารจัดการงานของฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล เพราะการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน หมายถึงการใช้จ่ายเงินของประชาชนทั้งประเทศ จากการทำหน้าที่เป็นพลเมืองซึ่งเป็นผู้เสียภาษีให้แก่รัฐผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง
     รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 ไม่ปรากฏข้อความหรือวรรคใดๆ ที่บัญญัติว่าการพิจารณาอนุมัติงบประมาณของรัฐสภา ต้องทำการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ เพื่อให้ผู้เสียภาษีหรือเจ้าของเงินได้รับรู้รับทราบ แต่มีการระบุอย่างชัดเจนว่า สภาผู้แทนราษฎรจะต้องวิเคราะห์และพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่าง พ.ร.บ.งประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 105 วันนับแต่วันที่ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมาถึงสภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบในร่าง พ.ร.บ.นั้นโดยปริยาย
     วาระการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณที่จำเป็นต้องขยายเวลาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นวันอังคารที่ 24 ส.ค. โดยมีวันพฤหัสบดีที่ 26 ส.ค.ศกนี้เป็นวันขีดเส้นตายครบ 105 วัน จึงนับเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ตกเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาการทำงานของสภาผู้แทนฯ จนถึงขั้นมีผู้เสนอแนะให้ "งด" การถ่ายทอดสดการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณในครั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้บรรดา ส.ส. หรือผู้แทนทั้งหลายฉวยโอกาสใช้เวทีการพิจารณางบประมาณเป็นเครื่องมือในการเล่นเกมการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาเสียงทางการเมือง           
     ภาพสะท้อนปัญหาการทำงานของ ส.ส.ที่ขาดจิตสำนึกสาธารณะ จนลืมหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะต้องเป็นผู้กลั่นกรอง ตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินของแผ่นดินให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส เหมาะสม ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และสนองตอบต่อความต้องการของส่วนรวมนั้น ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเฉพาะในยุคสมัยนี้ที่กล่าวกันว่า หาความสมานฉันท์ปรองดองกันไม่เจอเท่านั้น แต่ดูเหมือนเป็นวงจรอุบาทว์ที่สืบเนื่องมานาน จนแทบจะกลายเป็นความเคยชินของสังคมไทยที่นึกว่า การพิจารณางบประมาณคือเกมสาวไส้ระหว่างนักการเมืองฝ่ายค้านและรัฐบาล บ้างเห็นเป็นปาหี่การเมืองประจำปีว่าด้วยการขัดกันของผลประโยชน์ โดยชูประเด็นทุจริตคอรัปชั่นเป็นเครื่องมือในการห้ำหั่นกันและกัน แต่ลงท้ายเมื่องบประมาณผ่านวาระ 3 สถานการณ์ก็คืนสู่ภาวะปกติ
     ประชาชนคนไทยแทบจะไม่เคยพบเคยเห็นเลยว่า ส.ส.ได้แสดงคุณภาพของการเป็นผู้แทนราษฎร ตรวจสอบ ติติง และแนะนำว่า การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลจะมีผลกระทบต่อเจ้าของประเทศผู้เสียภาษีหรือไม่อย่างไร อีกทั้งแผนบริหารจัดการงบประมาณเป็นไปตามความต้องการของประชาชนหรือไม่ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติมากน้อยเพียงใด นอกจากนั้นไม่เคยมีการตั้งคำถามอย่างมืออาชีพจากฝ่ายนิติบัญญัติว่า งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ จะได้รับการพิจารณาจัดสรรให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนมากน้อยเพียงใด แต่ทุกบทบาท ทุกคำถามจากปาก ส.ส.ล้วนมีเรื่องการเมืองเพื่อการทำลายฝ่ายตรงข้ามเป็นวาระซ่อนเร้นเสมอ
     ด้วยกระแสของการปฏิรูปประเทศไทยในวันนี้ จึงน่าจะเป็นโอกาสทองที่เราจะต้องมาร่วมพินิจพิเคราะห์กันหรือไม่ว่า วิธีการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยนั้นสมควรต้องปฏิรูปเปลี่ยนแปลง เพื่อให้วัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญได้กระทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง มิใช่เป็นแค่จารีตประเพณีที่จะต้องกระทำให้เสร็จๆ ตามกรอบเวลาเฉกเช่นที่แล้วมา ทั้งนี้จุดบกพร่องที่ฝังแน่นทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ในกระบวนการพิจารณางบประมาณต้องมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขอันดับแรกคือ คุณภาพของ ส.ส. พร้อมกับการเพิ่มคุณสมบัติของกลุ่มคนที่จะต้องทำหน้าที่พิจารณางบประมาณแผ่นดิน ซึ่งไม่น่าที่จะจำกัดเฉพาะข้าราชการในสังกัดกระทรวงทบวงกรมต่างๆ โดยมีข้าราชการสำนักงบประมาณเป็นตัวหลักเท่านั้น
     ภาคการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพิจารณางบประมาณ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการพิจารณา หากเราอยากเห็นคุณภาพการจัดทำงบประมาณสอดคล้องสนองตอบต่อเป้าประสงค์ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า นักการเมืองตัวแทนของพรรคต่างๆ ยังคิดที่จะแสวงหาประโยชน์จากระบบการเมืองของประเทศแบบเก่าๆ เพื่อสร้างฐานะให้แก่ตนเอง โดยลืมว่าเงินงบประมาณที่แย่งชิงกันนั้นเป็นเงินของประชาชนที่เลือกพวกท่านเข้ามารักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน
     ถ้าอยากเห็นการพิจารณาเงินงบประมาณแผ่นดินกว่า 2 ล้านล้านบาทเป็นไปตามครรลองเพื่อพิทักษ์ดูแลตรวจสอบภาษีของประชาชนว่าใช้จ่ายอย่างมีคุณภาพ สนองต่อความต้องการของประเทศชาติประชาชนหรือไม่ โดยมีการถกปัญหานโยบายงบแบบขาดดุล ปัญหาการหาเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล มากกว่าเป็นเวทีชิงไหวชิงพริบ หรือแย่งพื้นที่หาเสียง ขอยืนยันว่าการงดถ่ายทอดสดทางทีวีไม่ใช่การเกาถูกที่คัน แต่การปฏิรูปวิธีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณอย่างเบ็ดเสร็จเท่านั้นคือคำตอบสุดท้ายและความยั่งยืน.

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์