ครม.เคาะราคารับประกันข้าวนาปี หอมมะลิให้ตันละ 15,300 บาท ส่วนข้าวเปลือกเจ้าได้แค่หมื่นเดียว แต่ยังไม่อนุมัติวงเงินชดเชย เหตุขึ้นทะเบียนเกษตรกรอืด ไฟเขียวระบายสต็อกมันฯ-ข้าวโพดอีกล็อต ธ.ก.ส.รองบไทยเข้มแข็งไม่ไหว ควักเงินจ่ายไปก่อน
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติการประกันราคาข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2552/53 ประกอบด้วย 1.ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 15,300 บาทต่อตัน เกษตรกรมีสิทธิ์ขอรับประกันได้ไม่เกิน 14 ตันต่อครัวเรือน 2.ข้าวเปลือกเจ้าหอมจังหวัด 14,000 บาทต่อตัน ไม่เกิน 16 ตันต่อครัวเรือน 3.ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาทต่อตัน ไม่เกิน 25 ตันต่อครัวเรือน 4.ข้าวเปลือกเจ้าปทุมธานี 10,000 บาทต่อตัน ไม่เกิน 25 ตันต่อครัวเรือน และ 5.ข้าวเปลือกเหนียว 9,500 บาทต่อตัน ไม่เกิน 16 ตันต่อครัวเรือน
ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่าเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ปลูกข้าวได้มากกว่าปีละ 1 ครั้ง ให้ใช้สิทธิ์รับประกันได้ไม่เกินครัวเรือนละ 2 ครั้ง ขณะที่การอ้างอิงราคา ให้อ้างอิงจากราคาซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (AFET)
นายวัชระ กล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมอบให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นตัวแทนรัฐบาลในการจ่ายชดเชยส่วนต่างระหว่างราคารับประกัน กับราคาอ้างอิงในตลาดให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนวงเงินการรับประกันข้าวทั้งหมด ครม.ยังไม่ได้มีการอนุมัติ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องพื้นที่ และจำนวนเกษตรกรที่จะเข้าร่วมทั้งหมด เนื่องจากอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียน โดยระยะเวลาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรตั้งแต่เดือน ก.ค.-ต.ค.2552 ยกเว้นภาคใต้จนถึง ก.พ.2553
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอ ครม.พิจารณาวงเงินเพื่อใช้ชดเชยส่วนต่างราคารับประกันข้าวเปลือก วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท แต่ที่ประชุม ครม.ยังไม่อนุมัติ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอให้นำไปเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (รศก.) หรือ ครม.เศรษฐกิจพิจารณาแทน
นายวัชระ กล่าวว่า ครม.ยังอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยอนุมัติการระบายมันเส้นเพื่อการส่งออก 140,000 ตัน มูลค่า 424 ล้านบาท มันเส้นจำหน่ายในประเทศ 4,069 ตัน 16.07 ล้านบาท อนุมัติจำหน่ายแป้งมันเพื่อส่งออก 33,700 ตัน 268 ล้านบาท และจำหน่ายในประเทศ 7,500 ตัน 61 ล้านบาท ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เห็นควรให้จำหน่ายให้แก่ผู้เสนอซื้อที่ราคาสูงสุดและผ่านเกณฑ์ จำนวน 7,500 ตัน มูลค่า 31.16 ล้านบาท
นายลักษณ์ วจนานวัช รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวว่า เนื่องจากการรับประกันพืชผลการเกษตรทั้ง 3 รายการ คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง จะต้องใช้วงเงินกู้จากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้การจัดสรรวงเงินกู้ยังไม่เรียบร้อย แต่ผลผลิตข้าวโพดเริ่มมีการเก็บเกี่ยวแล้ว และมันสำปะหลังจะเก็บเกี่ยวในเร็วๆ นี้ ดังนั้น จึงจะต้องใช้งบประมาณของธนาคารดำเนินการไปก่อนในกรณีการรับประกันข้าวโพดและมันสำปะหลัง วงเงินราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่ง ธ.ก.ส.ได้ขอให้ ครม.เห็นชอบแนวทางดังกล่าว และรับปากว่ารัฐบาลจะชดเชยเงินดังกล่าวคืนให้แก่ ธ.ก.ส.ต่อไป.








