Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

แม่น้ำโขงกับสันติภาพและสงคราม (จบ)


ดังที่ได้สรุปเอาไว้เมื่อวานนี้ว่า เขื่อนจีน นับสิบๆ เขื่อน ซึ่งถูกสร้างขึ้นมากั้นแม่น้ำโขงบริเวณต้นน้ำ กำลังทำให้การโผล่ออกมาจาก ประตู ทางด้านใต้ของจีน ต้องเจอกับก้อนอิฐ เสียงก่นด่า เสียงประณาม หนักขึ้นเรื่อยๆ แต่เสียงด่า เสียงประณามที่ว่า ก็ยังไม่ถึงกับทำให้จีนเกิดความระเคือง ระคาย ซักเท่าไหร่ สามารถฟังหูซ้าย แล้วปล่อยให้ร่วงออกไปทางหูขวาได้เสมอๆ เพราะส่วนใหญ่...มันมักจะเป็นแค่เสียงด่า เสียงประณามจากราษฎรธรรมดาๆ หรือไม่ก็พวก องค์กรเอกชน ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับ รัฐ ในแต่ละประเทศแม้แต่น้อย...

----------------------------------------

อีกทั้งองค์กรของรัฐ ซึ่งพยายามรวมตัวขึ้นมาดูแล บริหารจัดการปัญหาต่างๆ เหล่านี้ในนามของ คณะกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำโขง หรือที่เรียกๆ กันในชื่อย่อว่า MRC (Mekong River Commission) ก็ไม่ได้คิดจะรวมเอาจีนเข้าไปเกี่ยวข้อง ผูกพัน อะไรมากมายนัก มีแต่เฉพาะ 4 ประเทศหลักๆ คือ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยที่จีนและพม่าอยู่ในฐานะผู้ร่วมสังเกตการณ์เท่านั้น นอกจากบรรดารัฐต่างๆ เหล่านี้ จะไม่มีใครที่รับประทานดีหมี หัวใจเสือมากพอ ถึงขั้นคิดจะไปง่องแง่ง วุ่นวายกับจีน ข้อตกลงใดๆ ของ 4 ประเทศนี้ ก็ยังไม่ได้มีผลผูกพันกับจีนแม้แต่น้อย การหยิบยกเอาปัญหาต่างๆ มานั่งถกเถียง อธิบาย ในเวทีดังกล่าว จึงไม่ต่างไปจากการบ่น ระบาย การขอร้องวิงวอน ที่จีนจะรับไว้พิจารณาตามระดับสัมพันธไมตรี หรือไม่? เพียงใด? ก็ย่อมได้...

----------------------------------------

อย่างไรก็ตาม...ท่ามกลางความเงื่องหงอยของบรรดาประเทศเล็กๆ ในลุ่มแม่น้ำโขง ผู้ซึ่งเริ่มแสดงความห้าวหาญเพิ่มขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย จะด้วยเหตุเพราะไปรับประทานอะไรมาก็แล้วแต่ ก็น่าจะหนีไม่พ้นไปจากประเทศเวียดนาม ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นประธานอาเซียนรายใหม่ในทุกวันนี้ ที่นอกจากในอดีตจะเคยดวลปืนกับจีนทั้งบนบกและในทะเลมาแล้ว ปัจจุบันนี้ก็กำลังวิ่งหาซื้อปืน ซื้อเรือดำน้ำ เพื่อรับมือกับจีนในปัญหากรณีข้อพิพาทบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซล...นั่นเอง ด้วยความริเริ่มของคณะกรรมการประชาชนแห่งเมือง กันเทอ ประเทศเวียดนาม ร่วมกับมหาวิทยาลัยกันเทอ เมื่อเร็วๆ นี้ เวียดนามได้กลายเป็นชาติแห่งลุ่มแม่น้ำโขงชาติแรก ที่ได้จัดให้มีการประชุมระดับนานาชาติ ระหว่างองค์กรเอกชน และนักวิชาการจากนานาประเทศ ว่าด้วยปัญหาสภาพนิเวศฯ ในแม่น้ำโขง อย่างเป็นกิจจะลักษณะ...

----------------------------------------

แม้นว่าการประชุมดังกล่าวจะเป็นเพียงแค่การประชุมเชิงปฏิบัติการ ที่ริเริ่มโดยภาคเอกชน ไม่ใช่ภาครัฐ หรือเป็นการประชุมที่ไม่ได้นำไปสู่ข้อผูกมัด ผูกพัน อะไรเลยแม้แต่น้อย แต่จากจำนวนตัวแทนผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 160 คน ซึ่งโดยส่วนใหญ่...ล้วนแล้วแต่พุ่งเป้าชี้นิ้วไปที่ เขื่อนจีน เป็นหลัก ในฐานะที่เป็นเหตุปัจจัยสำคัญในการนำมาซึ่งความผิดปกติต่อแม่น้ำโขง ย่อมทำให้เสียงบ่น เสียงระบาย หรือเสียงด่าที่มีต่อจีน ยิ่งมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้น ในบรรดาตัวแทนผู้เข้าร่วมประชุม ยังไม่ได้มีแค่นักวิชาการและองค์กรเอกชนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขงเท่านั้น แต่ยังมีนักวิชาการจากประเทศตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกา เข้าไป ร่วมด้วยช่วยขย่ม อีกด้วยต่างหาก....

------------------------------------------

ก่อนหน้านั้นเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา...ก็พอเป็นที่ทราบๆ กันดี และทราบอย่างเป็นทางการว่า ระหว่างการประชุมอาเซียนที่ภูเก็ต ช่วงเดือนธันวาคม ปลายปีที่แล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ นาง ฮิลลารี คลินตัน ซึ่งได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมกับประเทศกลุ่มอาเซียนในครั้งนั้น นอกจากจะได้ป่าวประกาศแบบเสียงดัง ฟังชัด ต่อบรรดาผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า อเมริกา...กลับมาแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐรายนี้ ยังได้ใช้เวทีแห่งนี้เป็นที่หารือ พบปะกับผู้นำประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง 4 ประเทศ อันได้แก่ ประเทศเวียดนาม กัมพูชา ลาว และไทย ก่อนจะประกาศข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งโครงการความร่วมมือระหว่าง คณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโขง กับ คณะกรรมการลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี เพื่อช่วยหาทางฟื้นฟู ดูแล บริหารจัดการ ให้ระบบนิเวศในแม่น้ำโขง กลับคืนมาสู่ความเป็นปกติให้จงได้!!!

--------------------------------------

ภายใต้สภาพที่แม่น้ำโขงกำลังแห้งลงๆ ในช่วงหน้าแล้ง อย่างเช่นทุกวันนี้ และเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนใครต่อใครให้ต้องฉิบหาย วายวอดเป็นแถบๆ ตลอดเส้นทางระหว่างช่วงหน้าน้ำ ความร่วมมือระหว่าง คณะกรรมการแห่งลุ่มแม่น้ำโขง กับ คณะกรรมการแห่งลุ่มแม่น้ำมิซซิสซิปปี จะยิ่งทำให้เสียงโห่จีน หรือเสียงก่นด่าเขื่อนจีน ก้องกังวาน หนักหน่วง รุนแรงไปถึงขั้นไหน??? ก็คงยากที่จะสรุปในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...โอกาสที่จีนจะไหลมา-ไหลไป ตามกระแสแม่น้ำโขง ได้อย่างสะดวกราบรื่น หรืออย่างที่เคยคาดเคยหวังกันเอาไว้ น่าจะยิ่งยากลำบากมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะตราบใดที่จีนยังคงแสดงอาการฟังหูซ้าย ทะลุออกไปทางหูขวา อย่างเท่าที่เคยเป็นมาในอดีต...

-------------------------------------------

ยิ่งถ้าหากย้อนรำลึกไปถึงเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว...หรือในช่วงยุค สงครามเย็น ยังคงร้อนระอุ แม้นว่าสภาพความเป็นไปในแม่น้ำโขงระยะนั้น จะไม่ถึงกับผิดปกติซักเท่าไหร่นัก แต่ความขัดแย้งที่ถูกขยายวง ให้กลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างอภิมหาอำนาจแต่ละฝ่าย ภายใต้กระแสน้ำที่ไหลมา-ไหลไปอย่างเป็นปกตินั้น มันได้นำเอา ศพ จำนวนไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ลอยตามกระแสน้ำมาด้วยเสมอๆ แต่หลังจากสงครามเย็นได้ยุติไปเรียบร้อยแล้ว แทนที่จะได้เห็น ดอกไม้ ลอยมาตามกระแสน้ำดังบทเพลงที่คุณน้า หงา คาราวาน ได้บรรยายเอาไว้ ดันได้เห็นแต่เสาไฟฟ้า เห็นแต่เขื่อนกองระเกะระกะอยู่ทั่วทั้งลำน้ำ และแม้นว่าสิ่งเหล่านี้มันจะนำมาซึ่งเงินๆ ทองๆ นำมาซึ่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย ให้กับใครต่อใครก็ตามที...แต่สุดท้ายนอกจากมันจะทำให้แม่น้ำโขงเกิดอาการติดๆ ขัดๆ ผิดไปจากธรรมชาติดั้งเดิมอย่างสุดขีดแล้ว มันอาจกลายเป็นตัวเพิ่มจำนวนศพให้มากซะยิ่งไปกว่าเท่าที่เคยเป็นมาในอดีตเอาเลยก็ได้...

-----------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก หลี่ ฉวน ปราชญ์ชาวจีน..."เมื่อใดก็ตาม...ที่กองทัพเดินทัพออกไปนอกประเทศ ท้องพระคลังก็จะมีแต่ความว่างเปล่า...".

---------------------------------------------------



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์