เปลว สีเงิน

Wednesday, 24 July, 2013 - 00:00

เทวาสุรสงคราม 'สยามประเทศ'

   เอาละครับ...ท่านไปทำบุญเข้าพรรษา เที่ยวเตร่สนุกสนานกันมาหลายวัน ท่านกลับ ผมก็ไปมั่ง แต่ไปชั่วคราวน่ะ ไม่ค้างคืน ฉะนั้น วันนี้อ่านบทวิเคราะห์และถอดรหัสดาวช่วงนี้ของ "เจ๊ฟองสนาน" ของผมให้สบายอก-สบายใจก่อนรัฐสภาจะเปิดต้นสิงหา ความจริง ท่านที่อ่านก็มีหลายท่านเก่งด้านโหราศาสตร์ เช่น คุณเวหา เวหา เป็นต้น อยากเสนอมุมมองบ้าง ก็ยินดีครับ
    ฝ่ายไหนจะชนะในศึกดวงเมืองแตกรอบนี้
    ฟองสนาน จามรจันทร์….โหรสมัครเล่น
    ในที่สุดคำทำนายที่ผู้เขียนเพียรพยายามพลิกตำราบอกกล่าวสังคม เรื่องดวงเมือง-ดวงโลกแตกสองชั้น อันเนื่องมาจากพระเสาร์ (๗) เทพเจ้าแห่งความระทม และพระราหู (๘) เจ้าของความลุ่มหลงมัวเมา การเปลี่ยนแปลงและพลิกล็อกเดินสวนทางในราศีตุล ช่วยกันเล็งลัคนาและพระอาทิตย์ (๑) ของดวงเดิม หรือแผนที่ชีวิตของเมืองที่ราศีเมษมาตั้งแต่ ๗ กันยายน ๒๕๕๕ และ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ ก็พิสูจน์ว่าเป็นจริงมาตลอด ตามลีลาการบีบเข้าใกล้เรื่อยๆของดาวทั้งสองดวง
    ยิ่งใกล้กันก็ยิ่งจะเกิดเหตุการณ์ประหลาดของทั้งดวงเมืองและดวงโลกที่ลัคนาต่างสถิตที่ราศีเมษ
    ช่วงแรกๆ ยังเป็นแค่หนังตัวอย่างตามบทความที่ตีพิมพ์ในคอลัมน์คุณเปลว สีเงิน ก่อนหน้านี้ เรื่องเมษายนแค่อุ่นเครื่อง ของจริงจะตามมาเป็นระยะ เพราะเดือนเมษายนที่บางคนกลัวจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่นั้น
    เป็นแต่เพียงจุดเริ่มของการจะเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง  ยังไม่ใช่ของจริงเนื่องจากพฤหัสบดี (๕) เทพเทวาคุ้มครองดวงเมืองจรยังสถิตราศีพฤษภนำหน้าลัคนา และทับพระอังคาร (๓) ตัวแทนดวงเมืองยังพอคุ้มครองได้อยู่
    ครั้นหลัง ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ พฤหัสบดี (๕) จรเข้าราศีมิถุน ภพที่สาม หรือสหัชชะ โยคหน้าซึ่งเป็นเชิงมุมที่ดีกับลัคนาและพระอาทิตย์ (๑) คู่มิตรใหญ่ที่สถิตที่ราศีเมษ แต่แทนที่จะให้คุณช่วยกันกับพระอาทิตย์ให้ความเข้มแข็งกับลัคนาดวงเมืองคานอำนาจพระเสาร์ (๗) และราหูจรที่จรเล็งใส่ปลายคางลัคนา กลับยิ่งซ้ำสถานการณ์ร้ายหนักขึ้นไปอีก!
    ทั้งนี้ เป็นเพราะพฤหัสบดีจรที่มิถุนนี้ เล็งใส่พระเสาร์เดิมของดวงเมืองที่สถิตราศีธนู ขณะที่พระเสาร์จรที่ราศีตุลทำมุมฤทธิโยคถึงพฤหัสบดีเดิมของดวงเมือง ที่สถิตราศีธนูมาตั้งแต่ ๗ กันยายน ๒๕๕๕ แล้ว
    สรุปคือ ดาวใหญ่สองขั้ว คือพฤหัสบดีอันเป็นดาวนำดาวฝ่ายดี กับพระเสาร์ตัวแทนโทษทุกข์ เทพเจ้าแห่งความระทม ดาวนำฝ่ายร้าย ทำมุมตรึงกันที่ภาษาโหรเรียก สมาสัปต์ หรือควั่นกันเป็นเกลียวเชือก คือพฤหัสบดีจรถึงพระเสาร์ในดวงเดิม และพระเสาร์ถึงพฤหัสบดีในดวงเดิมมาตั้งแต่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖
    ผลคือ แม้พฤหัสบดีและพระเสาร์ถึงกันนี้ ครูโหรบอกว่าเป็นคู่วิวัฒนาการหรือคู่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสมาสัปต์กันจะหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงใหญ่ไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงมักรุนแรงบีบคั้น เท่าที่สังเกตมา หากเป็นดวงชะตาคนแล้วล่ะก็ รับรองถูกบีบหน้าเขียวหน้าเหลืองให้เดินในทางแคบๆ อึดอัดใจ ไม่มีทางเลือก แต่หลังจากผ่านพ้นไปแล้ว  ชีวิตจะพัฒนาไปในอีกขั้นหนึ่งในทางที่ดีขึ้น
    อดีตผู้บังคับบัญชาของผู้เขียนคนหนึ่ง เคยเจอปรากฏการณ์นี้ ได้ลาออกจากราชการโดยไม่แคร์บำเหน็จบำนาญ เหตุผลเพราะไม่อยากเดินตามหลังนักการเมืองบางคน หลังจากนั้นอีกประมาณสองปีท่านก็ได้เป็นรัฐมนตรี  พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง
    ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อปรากฏการณ์นี้เกิดกับดวงเมืองไทยแล้ว เมืองย่อมถูกบีบคั้นให้สะท้านหัวใจจนแทบไม่มีทางออก  เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่มาตั้งแต่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ แล้ว และรอเวลาสัประยุทธ์จากดาวฝ่ายดีและร้ายที่ขนาดเล็กกว่ามาช่วย จนผลออกมาว่าฝ่ายใดจะชนะ ฝ่ายใดจะเพลี่ยงพล้ำ
    ซึ่งจุดระเบิดของเหตุการณ์ชัดเจน จะเกิดระหว่างกันยายน-ตุลาคม ๒๕๕๖ ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เป็นเพราะ
    ๑.จากปฏิทินดาวจรในเดือนกันยายน นอกจากพฤหัสบดีจะสมาสัปต์กับพระเสาร์แล้ว ดาวอื่นต่างสมาสัปต์หลายคู่ได้แก่ พระอาทิตย์กับพระพุธ พระอาทิตย์กับพระศุกร์ พระอาทิตย์กับพระราหู พระเสาร์ยังถึงพระจันทร์ แล้วรอเพียงพระจันทร์ที่เดินเร็วผ่านหนึ่งราศีสองวันครึ่งมาถึงพระเสาร์ในดวงเดิมสมาสัปต์เพิ่มอีกหนึ่งคู่
    นอกจากนั้น ฝ่ายดาวดีก็เพิ่มพลังสู้สองเท่า คือพฤหัสบดีจรเล็งใส่พฤหัสบดีในดวงเดิม ฝ่ายร้ายก็เบ่งพลังขึ้นเป็นสองเท่ามาสู้ คือพระเสาร์จรที่ตุลส่งกระแสถึงพระเสาร์ในดวงเดิม เป็นเรื่องของกรรมเก่าล้วนๆ!
    มุมของดวงเช่นนี้ รับรองการเปลี่ยนแปลงใหญ่มีขึ้นแน่ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเกือบทุกด้าน ทั้งกฎหมาย รัฐสภา ศาล องศ์กรอิสระ ที่พฤหัสบดีเป็นตัวแทน และรัฐบาล การบริหารประเทศ ชาวนา เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน สาธารณูปโภค "กรรมเก่า" เรื่องต่างๆ ที่พระเสาร์เป็นตัวแทน
    ที่สำคัญ การสมาสัปต์กันรอบนี้ของพระราหู เจ้าของการเปลี่ยนแปลงพลิกล็อก กับพระอาทิตย์อันหมายถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้นำองค์กรสำคัญๆ ผู้มียศศักดิ์ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขนาดไหน เกินจินตนาการของผู้เขียนที่ความรู้ด้านโหรมีจำกัดจะบอกได้ 
    แต่รับรองได้ว่า สิ่งที่ไม่เคยเห็น ก็จะได้เห็น อะไรที่ไม่เคยเกิด ก็จะเกิด!?
    ๒.ปรากฏการณ์พระเสาร์และพระราหูที่ร่วมราศีตุลมาตั้งแต่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ จะเคลื่อนเข้าใกล้กันเรื่อยๆ ทำให้เกิดเหตุการณ์แปลกๆไม่คาดฝันมาตั้งแต่บัดนั้น เร็วๆ นี้ก็กรณีเณรคำ อดีตพระมิตซูโอะ คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ รีไทร์นิสิตย้อนหลังเป็นปี การเสียชีวิตของคุณเอกยุทธ อัญชันบุตร แบบไม่คาดฝัน พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งซ่อมที่ดอนเมืองอย่างไม่น่าจะเป็น และการได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมผู้หญิงเป็นครั้งแรก ฯลฯ
    ดวงโลกเช่น นายกรัฐมนตรีหญิงออสเตรเลียตกจากตำแหน่ง กลับไปได้นายกรัฐมนตรีชายคนเดิม ที่อียิปต์ประชาชนแตกเป็นสองขั้ว จนเสี่ยงจะเกิดสงครามกลางเมืองอยู่ในขณะนี้หากทหารคัดท้ายไม่ดี ฯลฯ
    แต่ทั้งหลายทั้งปวง ที่ผ่านมาเป็นเพียงตัวอย่างเด็กๆ เพราะยิ่งดาวสองดวงเคลื่อนเข้าใกล้กัน เหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเขม็งเกลียวและถี่ขึ้นเรื่อยๆ และจุดองศาใกล้กันประมาณ ๕-๓-๐ (ทับกันสนิท) แล้วแยกห่าง ๓-๕ องศา คือช่วงระยะเวลาของจุดระเบิดเหตการณ์ ตามตำราของครูโหร เทพย์ สาริกบุตร
    เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๖ พระเสาร์-ราหู สถิตและสวนในราศีตุลห่างกันประมาณ ๕ องศา
    -วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๖ ห่างกัน ๓ องศา
    -วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ ทับกันสนิทที่ประมาณ ๑๔ องศาของราศีตุล
    -วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ ห่างกันประมาณ ๓ องศา ๓๘ ลิปดา
    สรุปคือ ระหว่างกันยายน-ตุลาคม ๒๕๕๖ เราจะได้เห็นอะไรที่ไม่เคยพบเคยเห็น แต่ยืนยันว่าเมื่อผ่านพ้น ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ที่พฤหัสบดียกเข้าราศีกรกฎแล้ว จึงจะค่อยหายใจหายคอคล่องขึ้น เพื่อเข้าสู่วิวัฒนาการยุคใหม่ต่อไป
    สุดท้ายคือ "ศึกดวงเมืองแตก" คราวนี้ใหญ่หลวงนัก แล้วฝ่ายใดจะชนะ...? เพราะฝ่ายสองเกลอดาวร้ายที่ระรานดวงเมืองอยู่เข้มแข็งมาก คือพระเสาร์จรสถิตราศีตุลได้มาตรฐานอุจ แปลว่าสูงส่ง มีพลัง ส่วนพระราหูเป็นเจ้านักเลง คนต่างประเทศด้วย เป็นคู่มิตรอยู่ตุลได้มาตรฐานราชาโชค น่าจะชนะใช่หรือไม่?
    ขณะที่พฤหัสบดีเทพเทวาคุ้มครองดวงเมืองโยคช่วยลัคนาอยู่มิถุน ได้มาตรฐานปรเกษตร แปลว่าอ่อนแอ อาภัพ ป่วย ทำดีไม่ได้ดีน่าจะแพ้ใช่หรือไม่?
    ช้าก่อน คำตอบคือไม่ใช่ โดยขอพลิกตำราการคานอำนาจของดวงดาวที่อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร รวบรวมไว้มาตอบให้เห็นจะจะคือ
    -ดวงชะตาใดหากพระราหูกับพระพุธให้โทษ หากพระเสาร์ให้คุณ ก็อาจคุ้มภัยได้
    -ดวงชะตาใดหากพระราหู พระพุธ พระเสาร์ให้โทษ หากพระอังคารให้คุณ ก็อาจคุ้มภัยได้
    -ดวงชะตาใดหากพระราหู พระพุธ พระเสาร์และพระอังคารให้โทษ หากพระศุกร์ให้คุณอาจคุ้มภัยได้
    -ดวงชะตาใดหากพระราหู พระพุธ พระเสาร์ พระอังคารและพระศุกร์ให้โทษ หากพระจันทร์ให้คุณ ก็อาจคุ้มโทษได้
    -ดวงชะตาใดหากพระราหู พระพุธ พระเสาร์ พระอังคาร พระศุกร์และพระจันทร์ให้โทษ หากพระอาทิตย์ให้คุณ ก็อาจคุ้มภัยได้
    และดวงชะตาใด หากพระราหู พระพุธ พระเสาร์ พระอังคาร พระจันทร์ พระอาทิตย์ คือทั้งหกดวงให้โทษหมด หากพฤหัสบดีดวงเดียวให้คุณ ก็คุ้มโทษได้
    สรุปคือ พระราหูและพระเสาร์ที่ระรานดวงเมืองอยู่นั้น  ศักดิ์ของดาวต่ำสุด หรือภาษาชาวบ้านพูดคือกระจอกสุด อาจมีฤทธิ์เดชอาละวาดบางครั้งพอให้เครียดและรำคาญ เช่นที่ผ่านมาและขณะนี้ ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็จะอ่อนแรงแพ้ภัยไปเอง!
    คำถามคือ แพ้ภัยใคร...? คำตอบคือ แพ้ภัยแก่พฤหัสบดี เทพเทวาคุ้มครองดวงเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ กฎบัตร กฎหมาย  ฝ่ายคุณธรรม ศาสนา ฯลฯ ที่จริงขณะนี้ท่านป่วยอ่อนแอ อาจคุ้มครองดวงเมืองไม่ได้เต็มที่
     แต่โปรดเหลือบดูพระอาทิตย์ ตัวแทนผู้มียศศักดิ์- ตำแหน่งสูง-ผู้นำองค์กรต่างๆ ดาวศักดิ์สูงอันดับสอง และคู่มิตรใหญ่กับพฤหัสบดี ที่ตั้งแต่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๖.๕๕ น. - ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๐๖.๕๔ น.
    ท่านเป็นศรี หรือสิริมงคลตามระบบทักษา จรเข้าภพไหน ดวงเมืองไม่มีเสีย มีแต่จะคุ้มภัย เข้าภพอริก็ชนะศัตรู เข้าภพมรณะก็จะได้มรดก อะไรที่เสียไปจะได้กลับมา จรเข้าภพวินาสน์ ก็คุ้มภัยไม่วินาสน์ คอยคานอำนาจเสาร์-ราหู
     แถมยังมีพระจันทร์อันหมายถึงประชาชนที่เข้มแข็ง เป็นฝ่ายดาวดี ช่วยคานอีกชั้นหนึ่ง!
    สรุปคือ ฝ่ายธรรมะไม่แพ้อธรรม!
     เพียงแต่จะชนะอย่างไร เมื่อใด และต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมาก ไม่เช่นนั้นก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังแบบไม่เห็นฝุ่น เพราะสังคมวิวัฒนาการไปแล้วจากคู่พฤหัสบดีและพระเสาร์สมาสัปต์กัน ดังที่บอกไว้แต่ต้น.

                                             ฟองสนาน  จามรจันทร์
                                16 กรกฎาคม 2556