วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

อาชีวะเซ็งเกณฑ์รับม.4แย่งเด็ก


"อาชีวะ" จวก "สพฐ." ปรับเกณฑ์รับ ม.4 ทำเด็กหดหายไปเยอะ เพราะจูงใจเด็กเลือกเรียนต่อสายสามัญแทนสายอาชีพ สวนทางนโยบาย ศธ.ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนอาชีวะ สั่งวิทยาลัยประสานโรงเรียนขอเข้าแนะแนวเด็ก หวังจูงให้อยากเรียนอาชีวะเพิ่มขึ้น

นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเกณฑ์การรับนักเรียนในระดับชั้น ม.4 ที่กำหนดให้โรงเรียนที่เปิดสอนต่อเนื่องในระดับชั้น ม.1-ม.6 จะต้องรับนักเรียนที่จบชั้น ม.3 โรงเรียนเดิมให้ครบจำนวนที่เปิดรับก่อนนั้น ว่า แนวทางการรับนักเรียนดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงกับการเปิดรับนักเรียน-นักศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพราะต้องยอมรับว่านักเรียนที่จบ ม.3 หลายคน ที่อาจจะยังเลือกทางเดินให้ตนเองไม่เป็นหรือยังไม่รู้ตัวเองว่ามีความถนัดทางด้านช่าง เมื่อโรงเรียนเดิมเปิดให้เข้าเรียนต่อในชั้น ม.4 ได้โดยอัตโนมัติ ก็อาจจะเลือกไปเรียนต่อในสายสามัญแทน ซึ่งไม่ตรงกับนโยบายที่ ศธ.ต้องการเพิ่มสัดส่วนนักเรียนในสายอาชีพและสายสามัญ เป็น 50 : 50 ซึ่งต้องยอมรับว่าเด็กและผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังมีค่านิยมที่ต้องการเรียนไปแล้วได้รับใบปริญญามากกว่าที่จะเรียนตามความถนัด และศักยภาพของตนเองอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามหลังจากที่ สพฐ.ได้ประกาศนโยบายรับนักเรียนดังกล่าวแล้ว ตนได้สั่งการให้วิทยาลัยการอาชีวศึกษาทุกแห่ง ไปประสานงานกับโรงเรียนเพื่อขอเข้าไปแนะแนวให้เด็กที่สนใจรู้ว่าเรียนสายอาชีพแล้วดีอย่างไร

"จากนี้ไปสถานศึกษาอาชีวะคงต้องมาหารือกันแล้วว่าจะมีแนวทางอย่างไร เพราะหากเรามีระบบคัดกรองที่ดีให้เด็กได้รู้ตัวเองว่าหากไม่ถนัดทางด้านวิชาการแต่เก่งด้านปฏิบัติก็ควรมาเรียนในสายอาชีพ ซึ่งต้องยอมรับว่าการที่โรงเรียนเปิดรับนักเรียนที่จบชั้น ม.3 ของตนเองเข้าเรียนต่อชั้น ม.4 ได้โดยอัตโนมัตินั้น เหมือนเป็นการล่อใจให้เด็กเลือกเรียนต่อในชั้น ม.4-ม.6 มากกว่า ทั้งที่บางคนไม่ถนัด เรียนไปแล้วก็เหมือนหลงทางเสียเวลาไปอีก 3 ปี หรือหากเรียนไม่ได้ก็ต้องหันกลับมาเรียนสาย ปวช. หรือ ปวส. อยู่ดี" นายพรหมสวัสดิ์กล่าว และว่า ดังนั้นสถานศึกษาอาชีวะจะต้องทำความเข้าใจกับครูแนะแนวในโรงเรียนให้เข้าใจด้วย เพราะการให้คำแนะนำกับเด็กเป็นสิ่งสำคัญ เหมือนการเลือกซื้อสินค้า เราไปบังคับให้เด็กซื้อสินค้าของเราไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรปล่อยให้โฆษณาชวนเชื่อมาหลอกเราได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ตนจะได้หาโอกาสหารือร่วมกับ สพฐ. รวมทั้งสถานศึกษาในพื้นที่ทั้ง 2 สังกัดก็ต้องคุยกันด้วย เปิดโอกาสให้สถานศึกษาในสังกัด สอศ.ได้เข้าไปทำความเข้าใจ ไปชี้แจงให้กับนักเรียนได้รู้ข้อมูล ซึ่งอาจจะไปแนะแนวในจุดใหญ่ๆ เช่น ไปแนะแนวในโรงเรียนประจำตำบล หรือโรงเรียนประจำจังหวัด แล้วนำนักเรียนจากสถานศึกษาอื่นๆ บริเวณใกล้เคียงมาร่วมรับฟัง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ของตนนอกจากสถานศึกษาในสังกัด สอศ. ที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายรับนักเรียนของ สพฐ.แล้ว ตนคิดว่าในส่วนของสถานศึกษาอาชีวะเอกชนก็จะได้รับผลกระทบมากเช่นกัน เพราะในขณะที่รัฐบาลต้องการเพิ่มสัดส่วนอาชีวะเอกชน ซึ่งรับนักเรียนได้ไม่เต็มตามจำนวนที่เปิดรับอยู่แล้วในปีการศึกษา 2553 ก็จะยิ่งรับนักเรียนได้ลดลงไปอีกมาก.

flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์