Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ประชาธิปไตยชูชก


วันสองวันที่ผ่านมา...หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ และทีวี เนชั่น ได้นำเสนอข่าวชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย และอาจเรียกได้ว่า เป็นข่าวซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นคำตอบ คำอธิบาย ต่อพฤติกรรมของผู้คน ต่อปรากฏการณ์ทางสังคมในหลายต่อหลายกรณีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีทางการเมือง เศรษฐกิจ ตลอดไปจนถึงระบบความคิด ความเชื่อ ของประชาชนในแต่ละกลุ่ม แต่ละเหล่า ที่ไม่เพียงจะเต็มไปด้วยความหลากหลายมากขึ้นๆ เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความวิปริต ผิดเพี้ยน หนักขึ้นๆ ทุกที...

-----------------------------------------------

โดยสรุปคร่าวๆ...ข่าวที่ว่านี้ก็คือ ปรากฏการณ์ทางความเชื่อชนิดหนึ่ง โดยมี วัด บางวัด ซึ่งอยู่ภายใต้ร่มเงาของพุทธศาสนาแท้ๆ แต่กลับพร้อมที่จะนำเอาค่านิยมในทางศาสนาไปรับใช้ความเชื่อดังกล่าว อย่างชนิดน่าตกตะลึงพรึงเพริดเป็นที่สุด นั่นก็คือ...การจัดให้มีพิธี

ปลุกเสกบูชา ชูชก ตัวละครรายหนึ่งนิทานพุทธชาดก ที่เรียกๆ กันว่า พระเวสสันดรชาดก อันเป็นเรื่องราวที่ชาวบ้านชาวช่อง ซึ่งเติบโตในสังคมพุทธ ต่างเคยคุ้นหู คุ้นตามาโดยตลอด ในฐานะคตินิยมที่มุ่งจะกระตุ้นให้ผู้คนมองเห็นถึงความสำคัญของ การเสียสละ และ การไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน อย่างชนิดสุดลิ่มทิ่มกระดานเอาเลยก็ว่าได้...

-----------------------------------------------

พระเวสสันดร อันถือกันว่าเป็นปางหนึ่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขณะมุ่งบำเพ็ญเพียรพระบารมี ให้เข้าถึง องค์ความรู้สูงสุด ในศาสนา เพื่อที่จะนำเอา ความรู้ นั้นๆ มาเผื่อแผ่แก่ชาวโลก หรือสัตว์โลกทั้งหลายหลุดพ้นไปจาก กองทุกข์ ให้จงได้ จึงพร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง อันเป็นเครื่องผูกพัน รัดรึง อยู่กับ อัตตา ของตัวเอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสมบัติพัสถานส่วนตัว ส่วนรวม หรือแม้กระทั่งลูก เมีย ของตัวเอง ก็ยังพร้อมยอมพลีให้กับใครก็ได้ เพื่อบรรลุปณิธานอันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อทุกสรรพสิ่งในสากลโลก...

------------------------------------------------

ตัวละคอนอย่าง ชูชก ในชาดกเรื่องนี้ ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยความโลภ ความตะกละ หมกมุ่น มัวเมาอยู่กับผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง แถมยังอำมหิต โหดร้าย ชนิดพร้อมที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ ความรัก ระหว่างพ่อ-แม่-ลูก เพียงเพื่อให้ตัวเองบรรลุประโยชน์สุขของตัวเองเท่านั้น จึงมีฐานะไม่ต่างอะไรไปจาก สัญลักษณ์ในด้านตรงข้าม ของความเสียสละ และการไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนนั่นอง ไม่ว่าจะมองมุมไหนต่อมุมไหนก็แล้วแต่ ภาพของ ชูชก ก็มักจะเป็นอะไรที่ออกไปทางเลวร้าย น่าเกลียด น่าชัง สำหรับผู้ซึ่งเติบโตขึ้นมาในสังคมพุทธมาโดยตลอด...

------------------------------------------------

ความพยายามอธิบายถึงแก่นสาระของคตินิยมทางศาสนาให้เข้าใจง่ายๆ ทำให้ นิทานชาดก เรื่องนี้ กลายเป็นเรื่องราวที่ลึกซึ้ง กินใจ ใครต่อใครมาโดยตลอด เรียกว่าทุกๆ ครั้งที่พระสงฆ์องคเจ้าขึ้นไปนั่งแหล่กัณฑ์เทศ เริ่มต้นด้วย...โสโพธิสัตโต ปางนั้นสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ ตรัสได้ทรงฟังพระลูกน้อยทรงกรรแสง ทูลละห้อยวันนั้น กลั้นพระโศกมิได้ละอายพระทัยแก่ปวงเทพยดา ปัณณะสาลัง ปะ วิสิตตวา ซบพระพักตรากรรแสงสะอื้นไห้ โอ้ว่าพ่อเพื่อนเข็ญใจของพ่อเอ่ย เจ้ากระทำกรรมไว้เลยฤๅไฉน จึงต้องมาเข็ญใจไร้ญาติอนาถา ให้พราหมณ์ชราร่างร้ายกาจ ตะแกมาทำสีหนาทโพยโบยตี โอ้เวลาปานฉะนี้ก็สายัณห์ คนทั้งหลายเรียกกันกินอาหาร บ้างก็เล้าโลมลูกหลานให้อาบน้ำและหลับนอน แต่ว่าสองบังอรของพ่อนี้ ใครเล่าจะปรานีแก่เจ้า ทั้งไอแดดก็แผดเผาให้พุพอง...ฯลฯ แต่ละถ้อยคำที่สาธยายให้เห็นถึงความรู้สึกของพระนางมัทรี หรือแม้กระทั่งพระเวสสันดรขณะที่มองเห็นสายเลือดของตัวเอง อย่าง กัณหา-ชาลี ถูก ชูชก กระทำย่ำยีอย่างโหดเหี้ยม อำมหิต ต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ทำให้แม้แต่ระดับชาวบ้าน ชาวช่อง ที่ไม่ต้องมีความรู้อะไรมากมาย ต่างต้องร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่ากันไปในทุกๆ ครั้ง...

---------------------------------------------

แต่มาถึงทุกวันนี้...จะเป็นเพราะ ละครแบบตบๆ จูบๆ มันเข้ามามีบทบาทแทนที่ นิทานชาดก มากขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจทราบได้ ชูชก ผู้เป็นเสมือนหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความเห็นแก่ตัว ความโลภ ความเหี้ยมโหด อำมหิต ฯลฯ ก็กลับกลายเป็น เทพเจ้า หรือกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนจำนวนไม่น้อย หรือแม้แต่กระทั่งพระสงฆ์องคเจ้า ได้นำเอามาใช้เป็นวัตถุบูชา หรือวัตถุมงคล เพื่อตอบสนองกับความอยาก ความต้องการ อันจะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จในการทำมาค้าขาย การได้มาซึ่งวัตถุ เงินๆ ทองๆ โดยไม่จำเป็นจะต้องไปนึกถึงการเสียสละ การไม่เห็นแก่ตัว หรือไม่ต้องเสียเวลานึกถึงความมุ่งมั่น บำเพ็ญเพียร ของพระโพธิสัตว์ ความน่าเคารพศรัทธาต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันอีกต่อไปแล้ว...

------------------------------------------------

ดารา นักแสดง พระสงฆ์องคเจ้า ตลอดไปจนถึงราษฎรที่ต่างก็ถูกกระตุ้นให้อยากรวย อยากมี อยากได้ ทั้งหลาย จึงแห่แหนไปกราบไหว้บูชา ชูชก ชนิดแน่นขนัดไปหมด จนทำให้วัดแต่ละวัดต้องหันมาทำพิธีปลุกเสก ผลิตวัตถุมงคลรูป ชูชก เพื่อเสริมรายได้ หรือหารายได้เข้าวัด กันไปเป็นรายๆ แถมพระบางองค์ อย่างเจ้าอาวาสวัดลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ยังอุตส่าห์ออกมาแก้ต่างให้กับ ชูชก ด้วยการยกเอาคำสอนท่านพุทธทาสภิกขุมาใช้เป็นเหตุผล ข้ออ้าง ซะอีกต่างหาก...

-----------------------------------------------

ภายใต้สภาพบรรยากาศเช่นนี้...จึงแทบไม่ต้องเสียเวลาไปหาคำตอบ คำอธิบาย ใดๆ เอาเลยว่า...เหตุใด ชูชกยุคใหม่ อย่างเช่น พระเจ้ามูลเมือง ผู้ซึ่งกำลังแสดงออกถึงความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้แบบสุดๆ แถมเหี้ยมโหด อำมหิตไม่น้อยไปกว่า ชูชก ในนิทานชาดกแม้แต่น้อย พร้อมที่จะให้ชาติบ้านเมือง และสังคมทั้งสังคม ประสบกับความวิบัติฉิบหายใดๆ ก็ได้ เพียงเพื่อแลกมากับทรัพย์สมบัติประมาณ 7.6 หมื่นล้านบาทของตัวเอง ถึงได้มีราษฎร ชาวบ้าน ชาวช่อง ตลอดไปจนถึงพระสงฆ์องคเจ้าจำนวนนับพัน นับหมื่น หรืออาจจะนับแสน นับล้าน ให้ความยกย่องเชิดชูบูชาปานประดุจเทพเจ้าอยู่ในทุกวันนี้ ประชาธิปไตยที่กินได้ หรือ ประชาธิปไตยแบบชูชก มันถึงได้นำมาซึ่งความเดือดร้อน วุ่นวาย ไร้ความสุข ความสงบ ไร้สันติภาพ สันติธรรม ต่อเนื่องยาวนานนับไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี...แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังคงวนไป วนมา อยู่กับความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ อย่างไม่มีวันสิ้นสุดนั่นแล...

----------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก ท่านพุทธทาสภิกขุ (อีกครั้งและอีกครั้ง)...ประชาธิปไตยที่ว่าของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชนนั้น ใช้ได้กับเฉพาะประชาชนที่มีธรรมเท่านั้น ถ้าประชาชนไม่มีธรรม มันก็จะกลายเป็น ประชาธิป...ตาย เท่านั้นเอง...

--------------------------------------------



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์