ก็ถือว่า...พอเริ่มคลายๆ ลงมาบ้างแล้ว สำหรับสัมพันธภาพระหว่างไทย-กัมพูชา หลังจากที่ต้องตึงเครียดกันมานานเป็นปีๆ อย่างที่ใครต่อใครเคยว่าเอาไว้นั่นแหละว่า ในฐานะประเทศที่มีพรมแดนใกล้ชิดติดกัน ยังไงๆ ต่างฝ่ายต่างก็คงยกประเทศหนีไปไหนไม่ได้ สุดท้าย...ย่อมไม่มีอะไรดีไปกว่าความพยายามที่จะหาหนทางในการอยู่ร่วมกันโดยสันติให้จงได้...
----------------------------------------------------
สำหรับเรื่องของอดีตที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชาอย่าง ทักษิณ ชินวัตร นั้น ไม่ว่าจะตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง หรือเพราะใครไปขอให้ลาออกก็ตาม แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...จากการกระทำการเช่นนี้ได้ส่งผลให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้นแบบทันตาเห็น หรือแบบฉับพลัน-ทันที เอาเลยก็ว่าได้ ยิ่งถ้าหากใครได้ดูภาพข่าวทางทีวี ได้เห็นหน้า เห็นตา ญาติมิตรครอบครัวคนไทย 3 ราย ที่ถูกทางการเขมรจับเอาไปเมื่อวันสองวันมานี้ นั่งปาดน้ำตาป้อยๆ ทั้งหวั่นวิตก
ทั้งหวาดผวาต่อชะตากรรมของผู้ซึ่งอันเป็นที่รักไม่ต่างจากมนุษย์มนาอื่นๆ โดยทั่วไปคงไม่ต้องเสียเวลาตั้งคำถามเหล่านี้ให้ต้องปวดหัวอะไรกันมากมาย เอาเป็นว่าไม่ว่าจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ แต่ถือเป็นบุญเป็นกุศลที่ควรจะต้องอนุโมทนาเอาไว้ ณ ที่นี้...
----------------------------------------------
ด้วยเหตุนี้...คนที่ รักทักษิณ และยังพอเหลือหัวใจเอาไว้รักผู้อื่นซึ่งเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับตัวเองควบคู่ไปด้วย นับแต่นี้ต่อไปก็น่าเลิกๆ ที่จะไปคิดดึงเอา ทักษิณ มาทำอะไรต่อมิอะไร อันก่อให้เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อนกับใครต่อใคร ไม่ว่าจะเป็นผู้คนระดับภายในประเทศ หรือระหว่างประเทศกันต่อไปอีกเลย พูดง่ายๆ ว่า...อย่าไปคิด สร้างเวร-สร้างกรรม ให้กับ ทักษิณ มากเกินไปกว่านี้ เพราะเท่าที่ผ่านมา...ด้วยการอ้าง ทักษิณ หรือการดึงเอา ทักษิณ มาทำอะไรต่อมิอะไรมาโดยตลอดนั่นแหละ มันได้ทำให้เลือดและน้ำตาใครต่อใคร ต่างต้องหลั่งนองพื้นปฐพีมาแล้วไม่รู้กี่หนต่อกี่หน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรักทักษิณ หรือไม่รักทักษิณ หรือแม้แต่ฝ่ายผู้ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ใดๆ เอาเลยก็ตามที...
---------------------------------------------
ถ้าหากคิดจะโกรธใคร เกลียดใคร พยาบาท อาฆาตแค้น ชิงชังขนาดไหนก็แล้วแต่ ก็ออกมาต่อสู้ เล่นงาน กันตรงๆ ไม่จำเป็นจะต้องไปดึงเอา ทักษิณ มาใช้เป็น เครื่องทุนแรง ในทุกๆ กรณีไป โดยเฉพาะประเภทที่มักจะอาศัยความเกลียด ความโกรธ ความพยาบาท อาฆาตแค้นเป็นบันไดดารา ไต่ระดับจากตัวประกอบกระจอกๆ ขึ้นมาเป็น เอเอฟ หมายเลขโน้น หมายเลขนี้ เอาทั้งเงิน เอาทั้งกล่อง เอาทั้งเงิน ทั้งมวลชน ผู้ซึ่งรักและศรัทธาต่อบุคคลผู้นี้มาใช้เป็นตัวเสริมส่งความกระหายใคร่อยากทางอำนาจ ชื่อเสียง เกียรติยศของตัวเอง จนไม่ได้รู้สึกรู้สา ถึงความเจ็บปวด รวดร้าว ความฉิบหายวายวอดที่เกิดขึ้นกับผู้อื่น กับชาติบ้านเมือง หรือแม้กระทั่งกับตัว ทักษิณ เอาเลยแม้แต่น้อย หรือแม้กระทั่งผู้ซึ่งอาศัยความ เกลียดทักษิณ มาเป็นแรงส่งในด้านตรงกันข้ามก็เถอะ!!!...
-------------------------------------------------
เพราะอย่างที่ว่าเอาไว้แล้วนั่นแหละ การที่บทบาทของ ทักษิณ เงียบหายลงไปซักพักใหญ่ๆ...ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็แล้วแต่ อย่างน้อยมันก็ทำให้บรรยากาศอันนำมาซึ่งความทุกข์ ความเดือดร้อน ต่อผู้คนจำนวนไม่น้อย แม้แต่ผู้ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หรือไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรัก-ความเกลียดใดๆ ก็ตาม มันลดลงไปแบบฮวบๆ ฮาบๆ หรือลดลงไปแบบฉับพลัน-ทันที กลายเป็น บุญ เป็น กุศล ที่แม้นว่าเจ้าตัวคิดจะกระทำ หรือไม่คิดจะกระทำก็ตาม แต่ก็น่าจะได้รับกุศลผลบุญเหล่านี้ ติดไม้ติดมือไปบ้างไม่มากก็น้อย ดีกว่าการต้องมาเหน็ดเหนื่อยกับการสร้างเวรสร้างกรรม ไปตามแรงผลัก แรงดึงของคนที่รัก คนที่เกลียด อันมักจะนำมาซึ่ง บาป ล้วนๆ...
-----------------------------------------------
และถ้าหากไม่ต้องนำเอา ทักษิณ มาใช้เป็นเงื่อนไข ข้ออ้าง หรือข้อขัดแย้งใดๆ ก็แล้วแต่...ก็จะได้รู้ๆ กันไปซะทีว่าใครกันแน่ที่เป็นของจริง ของแท้ ใครเป็นของปลอม ที่ชอบฉวยโอกาสนำเอาเงื่อนไข ข้ออ้าง ข้อขัดแย้ง เหล่านี้ มาใช้สร้างสถานะความสำคัญให้กับตัวเองไปวันๆ ยิ่งถ้าหากเป็นระดับ พรรคการเมือง ซึ่งต้องมีบทบาท หน้าที่ในการดูแล รับผิดชอบ บ้านเมืองด้วยแล้ว ถ้าหากยังไม่คิดที่จะหาอะไรมาเป็นข้อพิสูจน์ ยืนยัน กับราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งกันอย่างจริงๆ จังๆ มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเอายี่ห้อ ทักษิณ มาใช้เป็นแบรนด์เนม หากินกันในเขตเลือกตั้งแต่ละครั้ง แต่ละคราวเท่านั้น ถึงวันที่สินค้ามันเกิดตกรุ่น หมดยุค หมดสมัยขึ้นมาเมื่อไหร่ แล้วจะไปทำมาหา...แ---ก...หาอะไรรับประทานกันอีกต่อไป???
-----------------------------------------------
ไม่ต่างไปจาก มวลชน หนึ่งในทฤษฏีกะละมัง 3 ใบนั่นแหละ จะแดงสยาม แดงสยอง แดงทั้งแผ่นดิน ดำทั้งแผ่นดิน แดงเทียม หรือดำเทียม ฯลฯ อะไรก็แล้วแต่ จนบัดนี้...ก็ยัง ไม่มีอะไรใหม่ นอกจากการ หากินกับทักษิณ และการ หากินกับศพ ไปวันๆ อะไรกันล่ะ...ที่เรียกว่า รัฐไทยใหม่ อะไรกันล่ะ...ที่ควรจะใช้เป็นแนวทางในการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงประเทศไทย ทั้งๆ ที่บ้านเมืองฉิบหาย วายวอด ผู้คนบาดเจ็บล้มตายถึงขนาดนี้แล้ว บรรดานักคิด นักวิชาการ ฝ่ายตัวเอง ก็ดูจะยังไม่ ตกผลึก เอาซะที มีแต่ขี่ม้าเลียบค่ายอยู่กับศพ อยู่กับการอาศัยกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคกลุ่มเดียวกับทักษิณ มาใช้เป็น เครื่องมือหากิน ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า...
-------------------------------------------------
การก้าวให้ผ่านไปจากทักษิณ หรือการก้าวให้พ้นไปจากทักษิณนั้น...ว่าไปแล้ว นอกจากมันจะทำให้บรรยากาศต่างๆ ดูดีขึ้น ไม่ว่าในประเทศ หรือระหว่างประเทศดังที่กล่าวไปแล้ว อันที่จริงมันกลับเป็นตัวช่วยทำให้ทักษิณไม่ต้องสร้างเวร สร้างกรรม และต้องถูกจองเวร จองกรรม มากยิ่งไปกว่านี้ซะอีกด้วย ด้วยเหตุนี้...ภายใต้บรรยากาศที่อะไรต่อมิอะไร มันทำท่าว่าจะดีขึ้นๆ แม้นว่าจะยังเต็มไปด้วยปัญหาคาราคาซังอีกเยอะแยะมากมาย เอาเป็นว่าลองหันมายืนหยัดด้วยลำแข้งตัวเอง ฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาต่างๆไปตามทางใคร-ทางมัน โดยไม่ต้องเสียเวลาไปชักลากทักษิณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มันน่าที่จะก่อให้เกิด ปฏิสัมพันธ์ในเชิงรังสรรค์ ได้ดีกว่าการวนไป-วนมาอยู่ที่เดิมไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า...
----------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก โอมาร์ คัยยัม...วานนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ส่วนพรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง เพราะฉะนั้นขอให้เราอยู่กับปัจจุบัน อันเป็นเป็นนิรันดรไป...
----------------------------------------------------








