Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

"ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย" ใครอยู่?


  มาแล้วนะครับ..มินดอนเล "พายุลูกแรก" แต่ไม่ได้พุ่งมาบ้านเราโดยตรง หากแต่ตั้งหัวขบวนที่อ่าวตังเกี๋ยโน่น เมื่อคืน (๒๔ ส.ค. ๕๓) ที่เวียดนามคงฉ่ำฝนกันน่าดู เมื่อเข้าเวียดนามก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่แผ่บารมี-อิทธิพลเข้ามายังบ้านเรา ฉะนั้น เตรียมตัวกันแต่เนิ่นๆ เถอะ เท่าที่ฟังกรมอุตุนิยมวิทยาแถลง ทั้งเหนือ-ใต้-ออก-ตก-อีสาน รวมถึงกรุงเทพฯ ปีนี้ เห็นทีจะหนี "น้ำท่วมใหญ่" ไปไม่พ้นแน่!
 ผมน่ะ..ไม่ห่วงอะไรหรอก เว้นแต่ห่วงว่า ถ้าท่วมถึงรัฐสภา แล้วจระเข้บ้าง เหี้ยบ้างมันเข้าไปงาบ  ส.ส.ที่กำลังทำหน้าที่อภิปรายงบประมาณกันอย่างหน้ามืด-ตามัวอยู่ตอนนี้ไปกิน เมื่อ "สัปปายสภาสถาน"   เสร็จ ก็จะไม่มีพวกนี้เหลือเป็นเชื้อพันธุ์เข้าไปเพ่นพ่านในรัฐสภาใหม่  
 เสียดายแย่เลย?
 มันก็แค่จินตนาการน่ะ เรื่องไอ้เข้งาบ ส.ส. แต่นี่ซี..ภาวนาอย่าให้มีรายการเลียนแบบอย่างที่โซมาเลียเกิดขึ้นที่บ้านเราเลย เมื่อวานได้ข่าวว่ายิงกบาล ส.ส.ทิ้งรวดเดียวตั้ง ๑๕ ผู้ทรงเกียรติ!
 ส่วน ส.ส.เรา เมื่อวาน นึกว่าอดได้เห็น "สันดาน" บางท่านเสียแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่าจะงดถ่ายทอดสด แต่เมื่อมีการถ่ายทอดตามปกติ ก็ได้เห็นลีลาของคน "พรรคเพื่อไทย" หน้าเดิมๆ ที่เคยเห็นตามเวทีเสื้อแดงลุกขึ้นมาอภิปรายเชิงสำราก อันพูดได้ว่าเป็นกิริยามรรยาทน่าขยะแขยง
 คนที่ดูหน้าจอ ส่วนหนึ่งที่เป็น "คอ" เดียวกัน บอกว่า มันส์..สะใจดี แต่อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ ส่ายหน้า บอกว่าเหลือกำลังลาก สันดอนขุดได้ แต่สันดานขุดไม่ได้จริงๆ แต่ก็ดีไปอย่างที่ช่วยให้ตัดสินทางการเมืองได้สะเด็ดน้ำมากขึ้น
 สะเด็ดน้ำยังไง?
 ความจริงพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ในภาพเฉลี่ย ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นชิ้น-เป็นอัน เพียงเกาะชื่อพรรค-ชื่อนายกฯ อยู่กันไปวันๆ เพราะสถานการณ์มันเอื้อ
 แต่เมื่อพรรคคู่แข่งฝ่ายตรงกันข้ามคือ "พรรคเพื่อไทย" เล่นการเมืองแบบ ดิบ-เถื่อน-ถ่อย ไร้สำนึกทางความรับผิดชอบต่อหน้าที่ แสดงบทอันธพาลทางการเมืองมากกว่าบทบาทของ ส.ส.ผู้มีจริยธรรมสำนึก
 ภาพเถื่อน-ถ่อยนั้นเลยกลายเป็น "บทส่ง" ให้ ส.ส.ประชาธิปัตย์ดูดีขึ้นไปเอง!
 ก็เลยให้ความรู้สึกว่า ประชาธิปัตย์มีราศีในตลาดการเมืองดีกว่าเพื่อไทย ซ้ำบทบาท ส.ส.เพื่อไทยช่วยทำให้ชาวบ้าน-ชาวช่องในส่วนที่เป็น "พลังเงียบ" ตัดสินใจเลือก-ไม่เลือกได้ง่ายขึ้น
 ในภาวะที่การเมือง "ไร้ตัวเลือก" อย่างนี้ แต่เมื่อต้องเลือก สถานการณ์มันก็บังคับให้ต้องตัดสินใจ  ๓ ทาง คือ
 ๑.ไม่ไปใช้สิทธิ์
  ๒.ไปใช้สิทธิ์ แต่กากบาทในช่องไม่เลือกใคร และ
 ๓.เมื่อจำต้องเลือก ก็กัดฟันเลือกประชาธิปัตย์
 ช่วง ๒๕๕๐-๒๕๕๕ มันเป็นการเมืองในภาวะ "เด็ดดอกหญ้าแซมผม" ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าปล่อยให้ดำแห่งเกศาไร้สีสันแห่งเกสรแซม และโดยนัยนี้ อาทิตย์ ๒๙ สิงหาที่จะถึง ในกรุงเทพฯ จะมีการเลือกสมาชิกสภากรุงเทพฯ หรือ ส.ก.เท่าที่ผมเห็นป้ายระเกะระกะตามเสาไฟฟ้าริมถนน "ด้วยป้าย" มันก็บอกนัยแห่งการ "ยอมรับสภาพ" อยู่ในตัวกลายๆ แล้ว
 ป้ายผู้สมัครประชาธิปัตย์ เขาจะแสดง ๓ จุดเด่นชัดเจน คือ ๑.เบอร์ ๒.ตัวผู้สมัคร และ ๓.สัญลักษณ์พรรค
 แต่ป้ายเพื่อไทยครั้งนี้ชัดเจนว่า "ไม่ขายพรรค" แต่ขายตัวผู้สมัครโดยตรง เพราะแต่ละป้ายจะเน้นเฉพาะเบอร์ และตัวผู้สมัคร ส่วนสัญลักษณ์พรรคคือเพื่อไทย จะติดไว้หลบๆ หลีกๆ เล็กๆ เท่านั้น ผิดกับยุคก่อนๆ ที่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย หมู-หมา-กา-ไก่ อะไรไม่รู้แหละ พะลงไป
 แต่ที่ให้เห็นแต่ไกลจากป้ายคือ สัญลักษณ์พรรคเพื่อไทยเป็นจุดขายโดยตรง!
 นี่เท่ากับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยก็รู้ตัวเองอยู่แล้วว่า "วันนี้...ชื่อพรรคขายไม่ได้" ซ้ำหัวหน้าพรรคป่านนี้ก็ยังไม่มีเป็นตัวเป็นตน จึงซ่อนไว้ตามชายขอบ
 ที่ขายไม่ได้เพราะพฤติกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อความสงบสุขของบ้านเมือง และพฤติกรรมมุ่งล้มล้างสถาบัน-เปลี่ยนระบอบ เป็นพรรคที่มุ่งเทิดทูนทักษิณ-คนกินเมือง ที่ประชาชนกว่าครึ่งค่อนแผ่นดินเห็นตรงกันแล้วทั้งสิ้นว่า...ทักษิณ
 ตัวเสนียดแผ่นดินของแท้!
 เห็นแค่นี้ก็บอกได้แล้วว่า ส.ก.ที่จะเลือกกัน ๖๑ คน ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยใครจะเหนือใคร?
 แต่ใช่ว่าเพื่อไทยจะไม่มีโอกาสเหนือประชาธิปัตย์ เพราะการเลือก ส.ก. หรือ ส.ข. มันมีนัยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมันว่า "เป็นการเช็กพอยต์ฐานเสียง" โดยตรง
 คือเช็กว่า พรรคไหนจะมี "ฐานเสียง" อันเป็นคะแนนจัดตั้งในแต่ละพื้นที่มากกว่ากัน ซึ่งเราจะเห็นว่า แต่ละครั้งคนออกมาใช้สิทธิ์ไม่ถึง ๕๐% จึงเป็นการชิงแพ้-ชิงชนะกันด้วย "ฐานเสียง" เป็นหลัก
 เพราะเหตุนี้ ผู้สมัครส่วนใหญ่จึงเน้นเอาตัวเองเป็น "สินค้าขายตรง" กับคนในเครือข่ายมากกว่าจะหวัง "ขายพรรค" ในตลาดใหญ่ เพราะหวังคะแนนจาก "พลังเงียบ" ได้ยากมาก
 โดยนัยนี้ "เพื่อไทย" อาจได้ ส.ก.มากกว่าประชาธิปัตย์ก็ได้ ถ้าตัวผู้สมัคร "ทำถึง" ในพื้นที่ และประชาธิปัตย์ประมาทว่า "ภาพดีกว่า" ยังไงก็นอนมา เลยต่างคนต่างไม่ออกมาลงคะแนนให้ อย่างนี้ก็แพ้ได้เหมือนกัน
 ความจริงในสภาพการณ์อย่างนี้ มันเกิด "ช่องว่างทางศรัทธา" ขึ้นในตลาดการเมือง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีพรรคใหม่ๆ ตัวเลือกใหม่ๆ ที่มีหลักมีฐานให้เป็น "สินค้าลองตลาด" เข้ามาสอดแทรก ถึงมีก็ยังไม่เด่นถึงขนาดเกิดเป็นจุดดึงดูดให้คนสนใจมากนัก ฉะนั้น สินค้าในแบรนด์เก่าจึงได้เปรียบ
 กทม.ในยุคนี้ นอกจากผลงานผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ที่ขมีขมันเก็บขยะ และบริการรถอุจจาระ-ปัสสาวะจนเป็นที่ชื่นชอบพวกเสื้อแดงที่มาเผาบ้าน-เผาเมืองเมื่องเดือนพฤษภาแล้ว ผลงานด้านอื่นๆ ไม่มีอะไรยกมาเป็นจุดขาย หรือเป็นหน้า-เป็นตาได้ ถ้ามีพรรคและผู้สมัครแข็งๆ น่าเชื่อถือ หรือ "พรรคเพื่อไทย" ไม่ออกลายว่าเป็น "พรรคเพื่อใคร" โดยตรงแล้วล่ะก็
 ผมว่ายากที่ประชาธิปัตย์จะกวาดเก้าอี้ ส.ก.!?
 แต่อย่างว่า คนมันดวงดีซะอย่าง ผลงานแค่ตักขี้ให้พวกเสื้อแดง ยามที่เพื่อไทยชาวบ้านตัดตาย-ขายขาด ประชาธิปัตย์ก็ดูฉูดฉาดขึ้นมาเอง!
 ท่อระบายทั่วกรุงเทพฯ น่ะ ล้างกันบ้างหรือยังก็ไม่ทราบ แล้วปั๊มน้ำที่ตั้งตามจุดต่างๆ สำรวจตรวจตราว่าใช้ได้หรือไม่ น้ำมูก-น้ำมันพร้อมขนาดไหน คนงานไม่แอบดูดเอาไปขายแน่นะ ทั้งท่านผู้ว่าฯ ท่านปลัดฯ เตรียมกำชับ-กำชาได้แล้ว เพราะเท่าที่ดูสภาพ ขนาด "มินดอนเล" ที่จะมาเป็นลูกแรก ยังไม่ทันมา ทั้งน้ำเหนือ-น้ำโขง-น้ำเจ้าพระยา
 มาล่วงหน้าพลั่กๆ แล้วนะท่าน!
 วันนี้-พรุ่งนี้ มินดอนเลมา กว่า ๕๐ จังหวัดจ๋อมแจ๋มแน่ จากมินดอนเลแล้วยังจะมีอีกกี่ลูกก็ไม่รู้ ลงท้ายแล้ว ที่ลุ่มภาคกลาง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ จะรอดมั้ยเนี่ย?
 เศรษฐกิจที่ว่าดีๆ เรตติ้งทางจีดีพีกระฉูดนั้น มันจะวูบเอาดื้อๆ ถ้า กทม.รักษาพื้นที่กรุงเทพฯ ไว้ไม่ได้ ก็เตือนเอาไว้ด้วยหวังดี อย่าเห็นเป็นหวังร้าย เพราะถึงป่านนี้ยังไม่เห็น กทม.รู้ร้อน-รู้หนาวอะไรมากนัก
 แต่ท่วมอะไรก็ท่วมเถอะ อย่าท่วม "รถไฟใต้ดิน" ก็แล้วกัน!
 กลับมาคุยเรื่องสภากันบ้าง เมื่อคืน (๒๔ ส.ค.) การอภิปรายงบวาระ ๒-๓ ที่ฝ่ายค้านแปลงเป็นเวทีชำระแค้นรัฐบาลซ้ำซากเสร็จหรือไม่เสร็จก็ไม่ทราบ ถ้าไม่เสร็จเมื่อคืนก็คงเสร็จวันนี้ แต่ถ้าวันนี้ไม่เสร็จ ก็น่า "เสร็จ" กันไปทั้งสภา จะได้หมดเรื่อง-หมดราวเสียที
 ทำไป-ทำมา ทำท่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จะอยู่จนครบเทอม ถ้าไม่ครบ เพราะมีการยุบสภากันก่อน ก็เหมือนครบ เพราะน่าจะเป็นการยุบตามเทอมเวลาอันเหมาะสม ด้วยการตัดสินใจของนายกฯ เอง มิใช่เพราะมีสถานการณ์มาบีบบังคับ คือหมายความว่า จะเลือกตั้งใหม่ เหตุจากยุบสภา หรือเหตุจากสภาหมดอายุ
 เซมๆ ซาวๆ!
 แต่ถ้าจะถามเรื่องยุบสภาว่า "เมื่อไหร่จะยุบ?" ผมว่าดูหลังเดือนตุลาทุกอย่างน่าจะชัดเจน ซึ่งก็ต้องดูผลวินิจฉัยคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ประกอบด้วย แต่เอาเถอะ ถึงอย่างไร ไม่ปลายปีนี้ ก็ต้นปีหน้า พวกเราคนไทยก็ต้องได้เลือกผู้แทนใหม่ มีนายกฯ ใหม่ รัฐบาลใหม่แน่นอน
 สภาเก่าไม่เป็นไร.....
 ขออย่าให้พกสันดานเก่าๆ เข้ามาด้วยก็แล้วกัน!
 เอาล่ะมังครับ ก็ไม่รู้จะคุยอะไร เพราะตอนนี้ "ทูตไทย" ก็เดินทางกลับไปประจำกัมพูชาแล้ว และวันนี้ "ทูตเขมร" ก็จะเดินทางมาประจำไทย เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ถึงยังไงก็ต้องอยู่ชิดติดกัน ฉะนั้น มีอะไรก็อดทน-อดกลั้น แล้วค่อยพูด-ค่อยจากัน พวกเรา-คนไทย ล้วนมีความหวังดีต่อชาติร่วมกัน ก็ลดราวาศอก หันหน้ามาประสานกัน บ้านเมืองจะได้อยู่ได้ รุ่นเก่าจะได้ตายตาหลับ ส่วนรุ่นใหม่...จะได้ไม่มีใครคิดขายชาติ.
 
 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์