ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แถลงรายงานประจำปีต่อสภาคองเกรสครั้งสุดท้าย ก่อนสหรัฐจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายน ประกาศจะสร้างเศรษฐกิจเป็นธรรม ขูดรีดภาษีจากเศรษฐีที่รายได้เกินล้านดอลลาร์ต่อปีให้สูง และเพิ่มกฎกติกาคุมเข้มนายทุนตลาดหุ้น
ผู้นำสหรัฐจากพรรคเดโมแครตถือโอกาสของการรายงานสถานการณ์ประจำปีต่อสมาชิกสภาคองเกรสเมื่อวันอังคาร ในการนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจของเขาพร้อมกับการปกป้องผลงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยโอบามาให้คำมั่นว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงกฎหมายการจัดเก็บภาษีและออกมาตรการใหม่เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติสินเชื่อที่อยู่อาศัยของคนอเมริกัน เพื่อให้เศรษฐกิจของสหรัฐมีความเป็นธรรมมากขึ้น
โอบามากล่าวถึงภาษี 34 ครั้ง และกล่าวถึงงานอีก 32 ครั้งระหว่างการแถลงนาน 1 ชั่วโมง เน้นย้ำว่าทั้งสองประเด็นนี้คือหัวใจหลักของการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของเขา
ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า จากภาวะที่สภาแตกเป็นสองขั้วชัดเจนในปีเลือกตั้งนี้ สุนทรพจน์ต่อคองเกรสของโอบามาครั้งนี้มีเป้าหมายสื่อสารถึงชาวอเมริกันผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งที่ขุ่นเคืองกับความทุจริตคดโกงของกลุ่มธุรกิจการเงินและความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการจัดการภาคการเงิน มากกว่าจะนำเสนอนโยบายต่อสมาชิกคองเกรส
ผลสำรวจความเห็นคนอเมริกันหลายชิ้นบ่งชี้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่พอใจกับผลงานด้านเศรษฐกิจของเขา และทำให้โอบามาไม่ได้กล่าวถึงการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยังเชื่องช้าและอัตราการว่างงานที่ยังสูงลิ่ว ที่จะเป็นการตอกย้ำความล้มเหลวของตนเอง โดยเขาหันไปเรียกร้องการ "ฟื้นค่านิยมของคนอเมริกันที่ต้องเล่นกันตามกติกาและต้องรับผิดชอบร่วมกัน" พร้อมกับโจมตีนโยบายด้านภาษีของพรรครีพับลิกันและประกาศว่าจะไม่ยอมให้วอลสตรีทเล่นเกมภายใต้กติกาที่พวกเขาร่างขึ้นเองอีกต่อไป
"รัฐบาลวอชิงตันควรหยุดโอบอุ้มพวกเศรษฐีเงินล้าน" โอบามากล่าวระหว่างการเสนอให้จัดเก็บภาษีเศรษฐีที่มีรายได้เกินปีละ 1 ล้านดอลลาร์ในอัตราขั้นต่ำสุด 30% และให้ยกเลิกการลดหย่อนภาษีด้วย
เขายังเตรียมจะขอให้รัฐมนตรียุติธรรมจัดตั้งหน่วยงานพิเศษดูแลคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อดำเนินคดีกับพวกที่ทำผิดกฎหมายและพวกที่ฉ้อโกงอันส่งผลให้เกิดวิกฤติการเงินเมื่อปี 2550-2552 ที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย
โอบามากล่าวเรียกร้องให้คองเกรสปรับแก้กฎหมายภาษีเสียใหม่เพื่อให้เข้ากับ "กฎบัฟเฟตต์" ที่ตั้งชื่อตามอภิมหาเศรษฐีวอร์เรน บัฟเฟตต์ ผู้ประกาศว่าระบบภาษีที่เป็นอยู่นี้ไม่เป็นธรรม และทำให้เขาจ่ายภาษีน้อยกว่าเลขานุการของเขาเสียอีก
การกล่าวถึงการจัดเก็บภาษีของโอบามาในครั้งนี้สะท้อนประเด็นร้อนในฤดูหาเสียงของสหรัฐ โดยเฉพาะในพรรครีพับลิกัน ซึ่งมิตต์ รอมนีย์ ผู้เสนอตัวเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี กำลังถูกคู่แข่งร่วมพรรคโจมตีอย่างหนัก รอมนีย์จัดเป็นผู้สมัครที่น่าจะเงินหนาที่สุดคนหนึ่งและเมื่อวันอังคารเขาได้เผยข้อมูลการเสียภาษีของเขา ว่าในปี 2553 นั้นเขามีรายได้ 21.7 ล้านดอลลาร์จากการลงทุน โดยเขาเสียภาษีไป 3 ล้าน หรือราว 13.9%.








