Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ขออภัย..."ที่มิได้มาเชิญปฏิวัติด้วยตัวเอง"


วันนี้-ศุกร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ตั้งใจว่าจะไม่ออกไปไหน เปิดตู้กับข้าว...เอ๊ย..ตู้เย็นสำรวจดูแล้ว มีทั้งห่อหมกปลาแป้นจากดวงใจสมุทร จับฉ่าย และก็หมี่กรอบ น้ำพริกแมงดา แถมด้วยข้าวเหนียวถนอมเนื้อนุ่มอยู่ในใบตองจากโคราช และข้าวต้มผัดอร่อยที่สุดในโลก เรียกว่าเสบียงกรัง "ทั้งคาว-ทั้งหวาน" มีตุนไว้เพียบ!

ฉะนั้น วันนี้ไม่ไปไหน นั่งๆ นอนๆ ฟังศาลท่านว่าจะพิพากษา "ยึด" หรือ "ยก" เงินจำนวน ๗๖,๐๐๐ ล้านของทักษิณกับคณะ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ผมก็อนุโมทนาด้วยความสบายใจ

เพราะนั่นคือคำตอบจากระบอบ-ระบบ ตามกระบวนการบ้านเมืองที่เราทุกคน ซึ่งในใจ ใครจะเคารพ หรือไม่เคารพ ไปบังคับใจใครไม่ได้

แต่ในทางปฏิบัติ กฎหมายต้อง "ใช้บังคับได้" และใครก็จะไม่ยอมรับ...ไม่ได้!

ท่านใดจะมาร่วมแจมเสบียงกรัง พร้อมฟังคำตัดสินกับผมที่ไทยโพสต์นี่ รีบสำรองที่นั่งด่วนนะครับ ไม่งั้นอด-ห่อหมกอร่อยที่สุดในโลกหมดก่อนแน่ๆ ๓-๔ วันที่แล้ว พลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ ไม่ทราบว่าท่านไปทางไหนมา ให้คนนำฟักทองมาให้ ๑ ฟัก ผมเห็นก็นึกในใจ

"โถ..ทองซักแท่ง น่าจะดีกว่าฟักทองนะ"!

แต่ที่ไหนได้ เย็นวาน แม่บ้านไทยโพสต์เขานึ่งแล้วเจียนใส่จานรองถ้วยกาแฟมาให้ ส่วนกาแฟใส่อยู่ในถ้วย ผมก็ลองจิ้มฟักทองต้มใส่ปากแกล้มกาแฟ อุ๊แม่จ้าว.....เกิดจากท้องพ่อ-ท้องแม่ ก็เพิ่งได้ทานฟักทองนึ่งเฉยๆ แล้วลิ้นบอกรสว่า "ล้ำเลิศที่สุดในธรณี" เป็นครั้งแรกในชีวิตก็ครั้งนี้แหละ

เพราะอย่างนี้นี่เล่า ฟักทองลูกโตกว่าหัวทักษิณ แต่ "เจียน" ชิ้นบางเจี๊ยบมาให้ผม แสดงว่าพวกแม่บ้าน หรือไม่ก็พรรคพวกบนกอง บ.ก.ช่วยกันชิมแล้วยั้งใจกับความอร่อยล้ำเลิศไม่ไหว แต่ยังอุตส่าห์เหลือมาให้ผมแค่นี้ก็นับว่าบุญเหลือหลายแล้วหละ!

เนื้อสีก็ไม่เหลืองนะ ออกสีทองน้ำผึ้ง ผิวบางเรียบต่างจากผิวฟักทองที่ผมเคยเห็น เนื้อเหนียวหนึบเหมือนมันเผาชนิดหนึ่ง มันอะไรล่ะ....เรียกชื่อไม่ถูก เคยไปคุนหมิงหลายปีมาแล้ว เขาเผาอยู่เชิงเขา แย่งกันซื้อจนแทบต้องดวลมีด-ใครไส้ไม่ไหลได้มันไปกินก่อน แต่บังเอิญเที่ยวนั้น เจ้าของโรงพิมพ์กรุงเทพ "คุณมกร์ รุ่งกมล" ซึ่งไปด้วยกัน มีวิชามีดบินของลี้คิมฮวงติดตัว

ไม่ทันกะพริบตา มันร้อนๆ หอมกรุ่นมาอยู่ตรงหน้าแล้ว!?

เมนูฟักทองนึ่งนี่ก็ "บ๋อต๋อ" แล้วเหมือนกัน ฉะนั้น ถ้ามาโปรดอย่าถามหา จนกว่าพลโทหญิงพูนภิรมย์ซึ่งไม่ทราบว่าท่านไปปลูกผักทำสวนครัวอยู่ที่ไหนส่งมาให้อีกนั่นแหละ คราวนี้เห็นทีต้องบอกท่านใหม่ว่า

"เอาทองแท่งมาแทนฟักทองก็ไม่ยอม"!?

โทรทัศน์บางช่องเขาคงถ่ายทอดเสียงหรอก แต่ที่แน่ๆ วิทยุกรมประชาสัมพันธ์มีแน่ ท่านถนัดทางไหน ก็เตรียมคู่มือการฟังไว้ให้พร้อม หรือจะเตรียมทั้ง ๒ อย่าง คือทั้งวิทยุและโทรทัศน์ก็ไม่ผิดกติกาอะไร แต่คงหลายชั่วโมงอยู่

สำหรับผม การฟังคำพิพากษา ความต้องการมันต่างกับดูหนัง-ดูละคร คือดูหนังผมชอบดูคนเดียว ใครมาพากย์อยู่ใกล้ๆ หรือมาถามโน่น ถามนี่จุกจิกกวนใจ อยากจะดีดให้หงายท้อง-หงายไส้กระเด็นไปไกลๆ เลย

แต่ถ้าดูการแข่งกีฬา อย่างมวย เทนนิส กระทั่งฟุตบอล ดูคนเดียวไม่มันเลย ดูไป-ดูมา กลายเป็น "บ้า" อยู่คนเดียว มันต้องจับกลุ่ม-ตั้งแก๊งแล้วถือหางเชียร์กันไป แซวกันมา เผลอๆ อ้าว...บางคนหงายท้องอ้าซ่าไปแล้วก็มี เพราะคงลืมไปว่า "วาเท้ามันยาวกว่าวาทะ"

ไปแซวพวกที่เป็นฝ่ายแพ้หนักๆ เข้า มันก็ถีบเอาเท่านั้น!

การฟังคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ ๗๖,๐๐๐ ล้านนี่เหมือนกัน ฟังคนเดียวไม่มันหรอก โนคาร์-โนเนชั่น ต้องหาพวก "คอเดียวกัน" มาจับกลุ่มฟัง แล้วก็วิพากษ์-วิจารณ์เป็นการแลกเปลี่ยนทางวิชาการกันไป อย่างนี้จึงจะมีรส-มีชาติ

ขอย้ำ คอใคร-คอมัน นะครับ คอเหลืองต้องแยกไปฟังวงหนึ่ง คอแดงก็ต้องแยกไปอีกวงหนึ่ง ขืนเหลือง-แดงฟังอยู่วงเดียวกัน เป็นได้ฟาดปากกัน มัน-โปเทโทยกร่องแน่ๆ!

แล้วจะมีการยกทัพ เผาบ้าน-ยึดเมือง อย่างหนังตัวอย่างที่พี่ตู่เขาโหมโฆษณาล่วงหน้าไว้มั้ยเนี่ยะ?

ตอนนี้ ผมมึนไปหมดแล้วไม่รู้ว่าใครเป็นแดงแก๊งไหนต่อแก๊งไหนกันบ้าง เรียกว่า ลับ-ลวง-พราง ทั้งหลอก ทั้งล้วง กันทั้งข้างล่างและข้างบน กระทั่งตัวทักษิณเองก็คงฉงน

"เอ๊ะ...มันหลอก (แดก) กู หรือว่ากูหลอก (ใช้) พวกมันกันแน่?" แต่ถึงอย่างไร ต้องขอบคุณทักษิณอีกครั้ง

"เพราะมีท่านวันนี้ บ้านเมืองจึงได้มีวันนี้"!

คือวันที่บ้านเมืองเริ่มเปลี่ยน ประเทศชาติก็เริ่มเปลี่ยน ประชาชนก็เริ่มเปลี่ยน เรียกว่า "ทุกอย่าง" บนความเป็นประเทศไทย-สังคมไทย ตัวทักษิณ และพฤติกรรมทักษิณ เป็นสิ่งเปรียบเทียบเพื่อขับเคลื่อนให้เขยื้อนจากจุดจมปลัก อย่างน้อยก็ทำให้คนในสังคมไทยได้ตระหนักด้วยความคิดใหม่ว่า

"ได้เวลาปฏิรูปสังคมไทยทั้งระบบกันจริงๆ จังๆ แล้ว"!

อย่างน้อย ทัศนคติในระบบบริหาร-ปกครองที่ว่า หัวดี-ความคิดดี-เรียนเก่ง สอบได้ที่ ๑ โน่น...ไปเรียนหมอ ไปเรียนวิศวะ ไปเรียนบัญชี ไปเรียนนิเทศ ไปเป็นทหารเรือ ทหารอากาศ ทหารบก ที่บ๊วยตี่ ไปเรียนห้อยกระบี่สามพราน และพวกที่ถ่านก็ไม่ได้ ขี้เถ้าก็ไม่เอา เหมาไปเรียนครู เรียนสังคม

จะได้เกิดทัศนคติใหม่สู่ความหมายปฏิรูปเสียที!

ปฏิรูปด้วยการกลับหัว-กลับหางกันใหม่เลย ใครหัวดี-ความคิดดี-ความประพฤติดี-เรียนเก่ง สอบได้ที่ ๑ ไปเรียนเป็นครูให้หมด

เหลือเป็นกากจากครูแล้วค่อยให้เลือกไปเรียนหมอ เรียนวิศวะ ไปตามถนัด!

ประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้า ประชาชนมันจะต้องฉลาด แล้วประชาชนฉลาดมาจากไหน....มาจากหมอ มาจากวิศวะ มาจากบัญชี เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์เรอะ?

เปล่าเลย.....!

ประเทศก้าวหน้า ประชาชนฉลาด มันต้องมาจาก "ครู" อันเป็นเบ้าหลอมคน ครูมีความคิดดี-มีหัวดี-ครูมีความประพฤติดี-ครูมีระเบียบวินัยดี ครูมีความซื่อสัตย์โปร่งใสดี แล้วประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งล้วนต้องผ่านการบ่มเพาะ "ความเป็นคนคุณภาพ" มาจากครูก่อนทั้งนั้น มันต้องดี-มีคุณภาพแน่นอน

"พ่อพันธุ์ดี" ย่อมให้ "ผลิตผลที่ดี" แนวทางนี้ "ตรงตัว" อยู่แล้ว!

อาชีพอื่น-เงินเดือนร้อย อาชีพครู-ต้องเงินเดือนล้าน นี่...การปฏิรูปสังคมประเทศใหม่ มันต้องคิดกันแบบ "พลิกฟ้า-พลิกดิน" อย่างนี้ ต้องตั้งหลักเพาะและผลิต "พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์" ชั้นดีไว้สร้างคุณภาพชาติ เหมือนอย่างพันธุ์ "ฟักทอง" ที่พลโทหญิงพูนภิรมย์นำมาให้ทดลองชิมนั่นแหละ ต้องมาจากการ "เพาะพันธุ์ใหม่" แน่นอนจึงให้ผลผลิตคุณภาพ

แค่ "ต้ม-นึ่ง" กินเปล่าๆ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไร ก็ให้รสชาติที่เหลือหลาย "ลูกเดียว" ดีกว่าปลูกจากพันธุ์ทั่วไป "ขายเป็นเข่ง" ยังได้ราคาไม่เท่า!

ชาติ-ต้องมาก่อนชีวิต ชีวิต-ที่จะรักษาชาติไว้ได้ ต้องเป็นชีวิตเติบจากระเบียบ-วินัยในการใช้ชีวิต!

ถ้าระบบบริหาร-การปกครอง ยังฝึกฝนคนในชาติให้เคร่งครัดในวินัยบัญญัติไม่ได้ ชาติก็ไปไม่รอด!!

ผมเคยบอกแล้วว่า สัตว์ที่ต้องฝึกจึงดี เขาเรียกสัตว์มนุษย์

สัตว์ที่อยู่ได้ไม่ต้องฝึก เขาเรียกสัตว์เดรัจฉาน

ฉะนั้น ถ้าหวังให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าสู่อนาคตใหม่ ต้องปฏิวัติ หรือปฏิรูป ปฏิวัติด้วยแนวทาง "ฝึกคนในชาติ" เริ่มต้นจากให้รู้จัก "ระเบียบ-วินัย" ในหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม

แล้วใครล่ะจะปฏิวัติ คือนำการทำอย่างนั้นได้?

ครูไงล่ะ!

ดังนั้น ไก่จะเกิดก่อนไข่ หรือไข่จะเกิดก่อนไข "ช่างหัวมัน" อย่ามัวไปคิดให้มันปวดกระบาลเปล่า เอากระบาลมาคิดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ดีกว่า คือลองคิดซิว่า

นักการเมืองแนวประชาธิปัตย์ กับนักการเมืองแนวเพื่อไทย...เราจะเลือกอะไร?

คำตอบที่ถูกต้องคือ "ไม่เลือกทั้งคู่"

เว้นแต่ว่า ใครมาเป็นรัฐบาล ปฏิวัติให้ชาติก้าวหน้า-พัฒนาสู่อารยะแท้จริง....ด้วยการ

"เลือกครูก่อน"!

เอ้า....อ่านแล้ว ถ้าเข้าใจความหมาย ใครจะปฏิวัติ หรือจะปฏิรูป วันนี้-พรุ่งนี้ หรือนาทีนี้ ขอเชิญเลยด้วยความยินดี ผมจะรับหน้าที่โฆษณาให้ฟรี "เต็มหน้า" ไทยโพสต์ทุกวัน.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์