เดินกันไปตามจังหวะก้าวอย่างค่อยเป็นค่อยไปนะครับ สำหรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย และสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ตลอดจนคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ
หลายๆเวที เพียรพยายาม ระดมความคิดเห็น และสะท้อนความรู้สึกกันอย่างตั้งอกตั้งใจ
เพราะ...เป้าหมายข้างหน้า ล้วนมีจุดศูนย์รวมเดียวกัน นั่นคือ
หาหนทางนำพาประเทศไทยสู่อนาคตที่ดีกว่า
หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์อันจะนำพาสังคมไทยถอยหลังเข้าคลอง
ป้องกันบ้านเมืองให้ไกลห่างจากวิกฤตอันไม่พึงปรารถนา
ภาพและกระแสความเคลื่อนไหวของสถาบัน องค์กร กลุ่มพลังทุกสาขาวิชาชีพ ช่วยกันคิด ช่วยกันหาหนทาง สร้างสูตรเพื่อการปฎิรูปประเทศไทย ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ดี และสมควรที่พวกเราคนไทยทุกคนต้องร่วมกันส่งเสริม สนับสนุนและให้กำลังใจไม่ว่าทางใดทางหนึ่งครับ
เพราะคิดจะทำ ดีกว่าพูดแล้วไม่เคยทำ...จริงไหมครับ!
แต่อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คงจะหนีความจริงไม่พ้น นั่นคือ ขณะที่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง คณะกรรมการชุดต่างๆ ทำงานกันอย่างขมักเขม้นเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกนั้น เชื่อว่ามีอีกมากมายหลายส่วนภายในสังคมไทยที่มิได้รับรู้ หรือให้ความสนใจในสาระสำคัญเหล่านี้
จึงเป็นหน้าที่ของผมและสื่อสารมวลชนต้องคอยรายงานและแจ้งข่าวคราวความคืบหน้า ตลอดจนสะท้อนความเห็นในส่วนของตัวเองผ่านสื่อต่างๆ ให้สาธารณชนได้รับรู้ ส่วนจะได้ผลสัมฤทธิ์มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องใช้เวลา
เหมือนแนวคิดในการปฏิรูปประเทศไทย จากที่ประชุมเครือข่ายสถาบันทางปัญญา ซึ่งใช้ชื่อว่า “ปฏิรูปประเทศไทย เพื่อสุขภาวะของคนไทย” นั่นแหละครับ เขาทำงาน ระดมสมองกันมานานเกือบใกล้ 2 ปีแล้ว และมีข้อเสนอ ทิศทาง แนวคิดมากมายที่น่าสนใจ รอเพียงจะมีการนำไปปฏิบัติและลองทำให้เป็นจริงเท่านั้น
แนวคิดจากเวทีดังกล่าวที่น่าสนใจมีมากมายครับ และอันหนึ่งที่โดนใจผมคือ..การสร้างนักคิดยุคใหม่เพื่ออนาคตสังคมไทย ...เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า “คุณภาพคน” เป็นตัวกำหนด “คุณภาพประเทศ”
การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ของชาติบ้านเมืองจะดีได้ “คุณภาพคนไทย” เป็นหัวใจสำคัญ
แต่การสร้างนักคิดยุคใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนสร้างหุ่นยนต์เต้นรำ หุ่นยนต์เตะฟุตบอลแน่นอน
ทั้งนี้แนวคิดการนำเสนอของ พันเอก ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง ที่สรุปภาพรวมการสร้างนักคิดยุคใหม่เป็นคำตอบที่ชัดเจน ว่า
* ปัญหาของประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง ประเทศไทยประสบทั้งความ
เสี่ยงและโอกาส ทั้งในระดับอนุภูมิภาค(อาเซียน) ระดับทวีป(เอเชีย)และระดับโลก ดังนั้น
เมื่อมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง การได้ทราบถึงอนาคตจะทำให้สามารถวางแผนเพื่อรองรับการ
เปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งต้องจะมีการสร้างนักคิดรุ่นใหม่(change agent)
* การสร้างนักคิดรุ่นใหม่(change agent) มีดังนี้
1. องค์ความรู้สำหรับสร้างนักคิดรุ่นใหม่ มี 4 เรื่อง ได้แก่ พลังอำนาจของชาติ
(National power) ภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics) อนาคตศาสตร์(forsight) การวางแผน
ยุทธศาสตร์(strategic power)
2. การเรียนรู้ ไม่ใช่การเรียนภายในโรงเรียนหรือสถาบัน แต่จะเป็นลักษณะประชาคม
นักคิดทางยุทธศาสตร์(Strategic community)ซึ่งจะประกอบด้วย การศึกษาและให้องค์ความรู้
การฝึกอบรม การทำวิจัย การพบปะพูดคุย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อทำให้เกิดการจัดการ
ความรู้ การศึกษาจากพื้นที่จริง และสุดท้ายจะเกิดเป็น strategic intelligence ที่มีการตั้ง
กฏกติกาในการหล่อหลอมและขัดเกลาเพื่อสร้างนักคิดรุ่นใหม่สู่สังคมทุกภาคส่วน
สรุปแล้วสรุปอีกคือ ระบบการศึกษาไทยต้องเอื้ออำนวยต่อการสร้างนักคิดยุคใหม่
สอดคล้องกับแนวคิดของประธานสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ศ.นพ.ประเวศ วะสี
ที่ตอกย้ำทุกเวทีว่า มหาวิทยาลัยเป็นขุมพลังทางปัญญาที่ใหญ่มาก ควรมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศ
0 จะทำอย่างไรให้มหาวิทยาลัยสามารถสร้างนักคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความรู้ และมีความสุจริต ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างยิ่ง
0 มหาวิทยาลัยจะปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างไร เพื่อมุ่งเน้นให้นักศึกษาเข้าใจฐานล่าง
ได้เรียนรู้ปัญหาชุมชน แล้วนำองค์ความรู้ โดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เข้าไปเชื่อมกับกระบวนการชุมชน เพื่อเสริมหนุนให้ชุมชนเข้มแข็ง สังคมไทยขับเคลื่อนสู่การปฏิรูปอย่างเป็นระบบ
0 ใครหรือองค์กรใดจะเป็น “เจ้าภาพ” ในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งจะต้องมองภาพความเชื่อมโยงของการทำงานในแต่ละระดับ และจากยุทธศาสตร์จะต้องมีการกำหนดเป็นแผนงาน โครงการ และกำหนดตัวชี้วัดเพื่อการติดตามผลทั้งระดับผลผลิตและผลลัพธ์
โจทย์คำถามเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องช่วยกันหาคำตอบนะครับ ไม่ใช่แต่เฉพาะบุคคลากรในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาต่างๆ
เพราะอย่าลืมว่า พ่อแม่ผู้ปกครองทุกวันนี้ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นหาที่นั่งในโรงเรียนดังๆให้กับลูกตั้งแต่ชั้นอนุบาล ก็เพราะค่านิยมที่คิดว่า มันคือพื้นฐานสร้างความเป็นคนมีคุณภาพให้กับลูกของตัวเอง
ค่านิยมพื้นฐานของคนในสังคมไทย จึงเป็นอีกองค์ประกอบหากเรายังเห็นการสร้างนักคิดยุคใหม่
ร่ายยาวมาทั้งหมดก็อยากจะบอกว่า การปฏิรูปประเทศไทย คนไทยทุกคนต้องช่วยกันครับ รอแต่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยมาชี้นิ้วบอกไม่ได้หรอกครับ
นายใฝ่ฝัน ปฏิรูป








