อ่านเอาเรื่อง

Thursday, 27 June, 2013 - 00:00

หัวใจของทหาร

 เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถือยิ่ง
    ผมฟังข่าว ดูข่าว อ่านข่าว ให้รู้สึกเป็นห่วงและสงสารเห็นใจสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก เริ่มจากประชาชน ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ครู อาจารย์ ข้าราชการทุกหน่วยเหล่าของรัฐฯ ที่ต้องเสี่ยง ทุพพลภาพ บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือ ทหารที่เก็บกู้ระเบิดครับ โดยเฉพาะทหารช่างที่เก็บกู้ระเบิด พร้อมทั้งพวกที่ทำการลาดตระเวนตามท้องถนนหมู่บ้าน อันตรายที่เกิดจากระเบิดมันมีมากมายกว่าอันตรายที่เกิดจากการปะทะกัน  ปะทะกันก็สาดน้ำรดกัน แต่ถ้าถูกซุ่มโจมตียิ่งแล้วใหญ่ครับ
    กระผมเคยเป็นทหารเก่ามาก่อนครับ อยากให้ลูกหลานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ขณะนี้พึงสังวรไว้ว่า ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร นี่คือหัวใจของทหารและศึกสงครามครับ เมื่อสี่สิบปีที่แล้วผมเคยไปรบร่วมกับสหประชาชาติ (ในสงครามเวียดนาม) ผมเองอยู่ในตำแหน่งทหารช่างที่เคยเก็บกู้ระเบิด วางระเบิด และทำลายระเบิดมาก่อน จึงอยากใช้ประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติมาก่อนมาเตือนลูกหลานที่กำลังทำหน้าที่นี้อยู่ คือ อย่าประมาท เลินเล่อ (และมักง่าย) การวางระเบิดน่ะหมูๆ แต่ไอ้การเก็บกู้นี่สิหินมากๆ
    ขอเล่าประสบการณ์จริงที่เคยพบเห็นและเคยปฏิบัติมา  ประเด็นการมักง่ายโดยเฉพาะคนไทยเรา (ไม่ได้ประณาม) แต่เคยพบเห็นมามากเพราะอายุมากแล้วย่อมเห็นอะไรๆ มาเป็นแบบอย่าง เช่น ผมขอเล่าเหตุการณ์ที่เจอะเจอมาในชีวิตก็คือขณะ (ในสงครามเวียดนามครับ) ผมกำลังตรวจหาทุ่นระเบิดตามท้องถนนสายหนึ่งในความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ที่ผมจะต้องปฏิบัติทุกเช้า ขณะนั้นมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ของชาวสวนยาง ซึ่งตัดไม้ยางพาราความยาวขนาดไม้หมอนรถไฟของบ้านเราจอดเสียอยู่กลางทาง และขนไม้ยางลงจากรถกองไว้เต็มถนนจนรถยนต์แล่นผ่านไปมาลำบาก (แล้วมันก็กลายร่างเป็นเวียดกงทันที)
    โดยการออกรถไปเฉยๆ ทิ้งไม้ไว้งั้นเอง ประมาณเก้าโมงเช้าผมตรวจทุ่นระเบิดมาถึงกองไม้พอดี มีรถจีเอ็มซีของฝ่ายเราบรรทุกมาไม่ทราบวิ่งลงข้างทางเพราะขี้เกียจขนไม้ออก ทุกคันเอาอย่างกันหมด แต่ผมพิจารณาเพราะถูกสอนมาจากครูฝึก ผมประเมินเดี๋ยวนั้นว่าลักษณะนี้ต้อง (มีอะไร) ในกองไม้และริมถนนต้องมีกับระเบิดแน่ๆ
    ไอ้เวียดกงเห็นความสะเพร่าของเรา เพราะมันแอบดูพฤติกรรมของทหารไทยเราอยู่เสมอ ผมยังคิดไม่ออกว่าทำไมฝ่ายเราถึงได้ประมาทเลินเล่อนัก เช้าอีกวันผมออกตรวจถนนตามหน้าที่สังเกต เห็นดินลูกรังของผิวถนนผิดปกติ เพราะคืนนั้นฝนตกและยังไม่มีใครผ่านไปมา ผมลงมือทันทีตรงข้ามกองไม้ที่มันแกล้งกองเอาไว้ มีรอยยับของหญ้าคาผิดปกติ ผมเห็นสายไฟเก่าๆ ขนาดและสีผิดปกติเห็นได้ชัดเจน เพราะสายตาแยกออกชำนาญใครชำนาญมันครับ  และการเก็บกู้ระเบิดถ้าเป็นระเบิดอันตรายขนาดใหญ่ เช่น ระเบิดดักรถถัง ประสบการณ์ที่พบมาระเบิดรถถังแท้ๆ ของอเมริกาที่ผมเคยถูกฝึกสอนมา ผู้วางฝีมือมากๆ รถเหยียบได้น้ำหนักก็ระเบิด ขยับซ้ายก็ระเบิด ขวาก็ระเบิด ระเบิดขนาดใหญ่อันตรายมาก (ต้องทำลาย ณ ที่พบครับ) ผมห้ามลูกน้องเข้ามายุ่งเกี่ยวเด็ดขาด การกู้ระเบิดถ้าจะให้ปลอดภัยต้องทำคนเดียวนะลูกหลาน อย่างมากสองก็พอ
    ลูกน้องผมคนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว คงดูหนังสงครามฝรั่งมากเกินไป ชักดาบปลายปืนเสียบดินสวบๆ ผมแทบจะช็อกตาย เพราะมีดเป็นโลหะนะลูกหลานเอ๊ย นี่คือประมาทและไม่รู้เรื่อง ผมต้องบอกให้เขาออกไปห่างๆ และไม่ต้องมาช่วย  ผมเจอจริงๆ ครับ เป็นกล่องใหญ่ใส่ลูกปืนเอ็มสิบหกสมัยนั้น แต่ยังไม่แตะต้อง ตามสายไฟไปเจอแบตเตอรี่ในป่าหญ้าคา และมีลวดสะดุดขวางทางที่รถหลบลงข้างทางต้องเจอ กู้เสร็จเปิดดูข้างในพบกับระเบิดน้อยหน่ารัสเซียสองลูก อัดด้วยดินระเบิดซีโฟร์แกะจากระเบิดเคโม
    ที่พวกไอ้กันและพวกเราทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างประมาทเพราะสมัยนั้นทหารไทยใช้ระเบิดเอ็ม ๒๖ ลูกระเบิด ปืน ดินระเบิด สมัยนั้นหาง่ายๆ ในเวียดนาม บ่ายสองโมงกว่าๆ วันเดียวกันนี้ผมได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต คือ ตรงที่ผมกู้ระเบิดไปแล้วมีรถสิบล้อจีเอ็มซี บรรทุกทหารไทยเข้าไปที่ฐานปืนใหญ่ มีทหารสิบกว่านายนั่งมาอย่างไม่รู้ชะตาตัวเอง พลขับขับรถเบี่ยงหลบกองไม้ที่กล่าวมาแล้วแวะลงข้างทาง ล้อขวาทั้งห้าล้อเหยียบกับระเบิดฉีกรถสิบล้ออเมริกันที่ให้ทหารฝ่ายเรามาใช้ รถสร้างด้วยเหล็กหนาทั้งคันขาดเกือบทั้งคัน ตายคาที่สาม บาดเจ็บเกือบสิบสาหัส ทั้งหมดเป็นความผิดที่ผมตรวจไม่ละเอียด ทหารที่เฝ้าเส้นทางก็มีฝ่ายยุทธการประเมินว่า ไอ้เวียดกงต้องมาวางระเบิดหลังจากผมทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์ที่ผมกล่าวมานี้เกิดจากความประมาทแน่นอน เพราะขนไม้ออกเสียก็จะไม่มีการสูญเสียครับ มีอุทาหรณ์อีกมากมายที่พอจะขยายให้ได้รู้เพื่อเป็นครู เดี๋ยวจะหาว่าผมโม้ ไม่หรอกครับ
    ผมไม่ได้ฟังใครเล่ามาหรอกครับ เป็นประสบการณ์แท้ๆ ผมประเมินสถานการณ์สามจังหวัดภาคใต้ของเรา มันเหมือน (สงครามเวียดนามเป๊ะเลยครับ) ผิดแต่แรงมากๆ เลย อยากทราบเรื่องนี้ต้องถามพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ครับ เพราะท่านตอนนั้นเป็นผู้บังคับหมวดกองร้อยอาวุธเบาครับ หรือไม่ก็พลตรีจำลอง ศรีเมือง ก็ได้ เพราะขณะนั้นท่านเป็นนายทหารฝ่ายยุทธการครับ ผมเอง สิบตรีราชัน บุญชู  สังกัดหมวดช่างโยธาและกระสุน กองร้อยสนับสนุนการรบ กองพันทหารราบที่สาม กรมทหารราบที่สอง กองพลทหารอาสาสมัคร (กองพลเสือดำ) กรณีเวียดนามอย่างน้อยก็เคยผ่านอะไรๆ มาพอสมควร จึงอยากเตือนน่ะ
    อีกอย่างท่านพลเอกสุกำพล สุวรรณทัต อย่ามัวเที่ยวไล่ถอดยศใครต่อใครเลย ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านเสียชีวิตแทบทุกวัน สงสารเขาไหมครับ และคุณยิ่งลักษณ์ฯ นายกรัฐมนตรีก็สั่งให้ สตช.ถอดยศพี่ชายเสียที นานแล้วอายประชาชนบ้าง อย่าดื้อตาใสเกินไปสิครับ นี่คืออดีตทหารผู้น้อยเตือนนะครับ (แต่อายุมากกว่าพวกคุณครับ).
                        ด้วยความนับถืออย่างมาก
                         สิบตรีราชัน  บุญชู
    ผมแค่นักเรียนรักษาดินแดน (รด.) ได้ยินคำว่าเวียดกงเมื่อไหร่ก็หนาวแล้วครับ แต่ยิ่งหนาวกว่าเมื่อได้ยินคำว่า "กองพลเสือดำ"
     สิบตรีราชัน บุญชู ท่านเข้าไปอยู่ในสนามรบของแท้   ผมขอคารวะครับ เป็นหน่วยเก็บกู้ระเบิดด้วยแล้ว ความเสี่ยงก็ยิ่งเยอะ ประมาทนิดเดียวก็กลับบ้านเก่าทันที
    ที่จริงผมว่าสงครามเวียดนามสาหัสกว่า ๓ จังหวัดภาคใต้เยอะครับ เพราะที่นั่นเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แต่ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันไม่ใช่สงครามเต็มรูปแบบ มีการใช้วิธีแบบกองโจรเยอะ หลายครั้งก็ลอบกัด ขณะที่ทหารก็มีขีดจำกัดในการใช้อาวุธ ดังนั้นถึงจะรุนแรงน้อยกว่าสงครามเวียดนาม แต่ก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ยากกว่า แต่หากนำประสบการณ์ของทหารที่ผ่านสงครามเต็มรูปแบบอย่าง สิบตรีราชัน บุญชู มาประยุกต์ใช้ ผมว่ามีประโยชน์มากเลยครับ  อย่างน้อยก็ช่วยลดอัตราการสูญเสียได้เยอะครับ.

                    น่าห่วงประเทศไทย
เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย
    วันนี้เล่ามา ๔ เรื่อง ล้วนแต่เล่าแล้วน่าห่วงประเทศไทยในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์
    -ที่ประเทศพม่า เขากำลังจะเปลี่ยนประเทศ ดูท่าทีของชาวพม่าแล้วห่วงบ้านเรามาก คนพม่าเขาบอกว่าต่อไปนี้อยากทำงานด้วยลำแข้ง ไม่ต้องการให้รัฐเอาอะไรมาแจก ให้สร้างงานมาก เขาจะทำงานสร้างตนเอง ผิดกับของเราเองที่ชอบแบมือรับ ฝ่ายยิ่งลักษณ์ก็ยิ่งลด แลก แจก แถมในทุกรูปแบบ เฮ้อ!! น่าเบื่อไม่รู้จะว่าอย่างไรดี
    -รถหรูหลบภาษีนับหมื่นคัน คนธรรมดาหาเงินมาไม่มีใครนำไปซื้อรถหรูแน่ๆ จะมีก็แต่พวกนักการเมือง ข้าราชการที่ชอบโกงกินเท่านั้น ที่อยากนำเงินที่หามาง่ายๆ ได้จำนวนมาก จึงให้ลูกหลานไปซื้อรถหรู ฉะนั้น จึงเป็นโอกาสทองของ DSI ที่จะต้องรีบสืบหาต้นตอพวกนี้นำมาลงโทษให้ได้ ผมว่าจะมีนับหมื่นๆ รายติดคุก
    -ผู้นำประเทศที่ชาญฉลาดเขาจะท่องโลกไซเบอร์กันทั้งนั้น แต่ผู้นำของเรางี่เง่า ชอบยกพวกเดินทางไปเยี่ยมเยือนประเทศอื่นเกือบทั่วโลก ไม่น้อยกว่า ๓๐ ประเทศในรอบ ๑ ปี ที่น่ากลัวคือโลกกำลังเปลี่ยนแปลงผันผวนในทุกสถานการณ์ ประเทศเจ้าภาพเขาบ่นลับหลังว่า นางนี่มาทำไม??
    -จะแข่งรถ F๑ ในเกาะรัตนโกสินทร์ให้ได้ ผมว่าพวกนี้ไม่รู้คุณค่าบางวัฒนธรรมไทยที่เป็นจุดขายของการท่องเที่ยวไทยที่สุดสำหรับคนต่างชาติ พวกนี้กลับเถียงข้างๆ คูๆ ว่า แข่ง F๑ หนุนการท่องเที่ยวได้ ขำกลิ้งเลยครับ ทำไมคิดได้อย่างนี้!!!
    คุณอัตถ์เสริมแต่งและต่อยอดได้ทุกข้อครับ.
                                ขอบคุณ
                                สูง สีชม     
    เรื่องแข่ง F๑ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว เรื่องนี้ผมว่าน่าคิดนะครับ ผมอยากให้ไปดูปัญหาที่จอดรถทัวร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ แล้วทุกคนจะเข้าใจว่าเราจะจัดการปัญหาท่องเที่ยวกันแบบไหน
    ทุกวันนี้มีปัญหามากครับ เพราะที่จอดรถไม่พอ ต้องไล่ไปจอดถนนราชพฤกษ์ นั่นแสดงว่านักท่องเที่ยวที่มาชมโบราณสถานในเกาะรัตนโกสินทร์มันล้าแล้วครับ แล้วเรายังต้องโปรโมตเกาะรัตนโกสินทร์กันอีกหรือไม่ ถ้ายังต้องทำ มีวิธีอื่นที่ไม่สร้างผลกระทบในทุกด้านหรือไม่ ผมว่าด้วยข้อมูลแค่นี้ก็ง่ายต่อการตัดสินใจแล้วครับ
    ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ F๑ นะจะบอกให้ ไม่ได้รังเกียจอะไรเลยที่จะแข่งในเมืองไทย แต่ช่วยหาสถานที่ที่เหมาะสมได้มั้ยครับ มีการเสนอให้ไปที่ภูเก็ต ผมก็เห็นด้วยนะครับ เพราะจะเป็นการแข่งขันลักษณะเดียวกับที่สิงคโปร์ หรือโมนาโก แต่ต้องถามคนภูเก็ตก่อนะครับว่าเขาเอาด้วยหรือไม่.

                           ยุคสมัยแห่งการโกง
         กี่ยุค กี่สมัย              ชาวนาไทย ถูกเอาเปรียบ
    เป็นทาง ให้เขาเหยียบ    สู่บัลลังก์ ความมั่งมี
    โกงกัน เป็นทอดทอด    ผู้คร่ำหวอด คือโรงสี
    เลขา รัฐมนตรี            ช่วยชี้ทาง การโกงกิน
    ปากอ้าง ช่วยชาวนา    ให้ลืมตา หมดหนี้สิน
    เล่ห์ลวง จากปลายลิ้น    ล้วนปลิ้นปล้อน หลอกชาวนา
    อ้างเป็น นโยบาย        หวังเอาใจ คนรากหญ้า
    แท้อ้าง เพื่อบังหน้า        เพื่อประโยชน์ มาสู่ตน
    กี่ยุค กี่สมัย            ชาวนาไทย ยังทุกข์ทน
    ท่ามกลาง ทุรชน        คอยสูบเลือด จากชาวนา.
                            กวี สองแคว