Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

รวมพลังรับมือกับความฉิบหายรอบใหม่


 เริ่มแล้ว...มหกรรมป่วนบ้าน ป่วนเมือง รอบใหม่ เป็นไปดังที่ใครต่อใครเคยคาดๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า เพียงแค่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงวันอาสาฬหบูชา วันแห่งธรรมะ วันแห่งการรำลึกถึงพระคุณพระศาสนา แต่ว่าใครก็ไม่รู้???  ซึ่งอาจจะต้องสมมตินามเอาไว้พลางๆ ว่า ไอ้ชั่ว แอบเอาระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ที่หน้าห้างบิ๊กซี ถนนราชดำริ เบียดเบียน ทำลายเลือดเนื้อและชีวิตของราษฎรผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ บาดเจ็บไปรวดเดียวถึง 9 ราย...
                                                         --------------------------------------------
 มันก็คงต้องเป็นไปเช่นนี้นั่นแหละท่าน...ตราบใดที่ความโกรธ ความเกลียด ความอาฆาต พยาบาท ยังไม่หมดไปจากโลกใบนี้ การเข่นฆ่า พร่าผลาญเพื่อนมนุษย์ ผู้ซึ่งเกิดมาในวัฏสงสารเดียวกัน หรือแม้กระทั่งถือกำเนิดขึ้นมาในแผ่นดินเดียวกันอีกด้วยต่างหาก ก็ยังคงเป็น ข้อเท็จจริงอันมิอาจปฏิเสธได้ และคงไม่ใช่เป็นแต่เฉพาะแผ่นดินไทยแลนด์แดนสยามของเราเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินในประเทศประชาธิปไตยแบบสุดๆ เผด็จการสุดๆ หรือกึ่งประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการก็แล้วแต่ โอกาสที่จะป้องกัน ดูแล ไม่ให้ผู้ซึ่งมีเจตนาร้ายต่อเลือดเนื้อ ชีวิต ของผู้อื่นซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่ประสงค์จะออกนาม และไม่คิดจะเปิดเผยตัวตนของตนด้วยกันทั้งสิ้น ลอบกระทำการชั่วๆ เช่นนี้ มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ซักเท่าไหร่นัก...
                                                             ------------------------------------------------
 อย่างไรก็ตาม...การลอบวางระเบิด หรืออาจถือเป็นการส่งสัญญาณที่จะป่วนบ้าน ป่วนเมือง รอบใหม่ ในคราวนี้ เผอิญว่ามันมาเกิดขึ้นในช่วงระยะที่ใครต่อใครต่างพยายามออกมาแสดงความคิด ความเห็น ในเรื่องการยกเลิก หรือไม่ยกเลิกพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินแบบพอดิบพอดี เรื่องของการวางระเบิดที่แสดงออกถึงเจตนาอย่างชัดเจนว่า มุ่งที่จะสังหาร พร่าผลาญชีวิตของผู้คนในคราวนี้ จึงถูกนำไปผสมปนเปกับความคิด ความเห็น ทั้งในแง่บวก แง่ลบ ของใครต่อใครไปตามสภาพ ซึ่งก็ไม่ถือเป็นเรื่องแปลก...ที่แม้กระทั่ง โจรโดยสันดาน ก็ยังอุตส่าห์ออกมาแสดงความคิด ความเห็น เอาไว้ทำนองว่าผู้ที่วางระเบิดในคราวนี้ ก็คือผู้ที่คิดจะสร้างสถานการณ์เพื่อมิให้มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรียกว่า...หันไปป้ายขี้ใส่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองแบบเต็มๆ...
                                                             ----------------------------------------------
 แต่ก็นั่นแหละ...เรื่องของการจะยกเลิก หรือไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อันเป็นเสมือน เครื่องมือ ชนิดหนึ่ง ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในขอบเขตพื้นที่ต่างๆ นั้น ผู้ที่น่าจะรู้ดีที่สุดถึงความเหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควร ก็น่าจะหนีไม่พ้นผู้ที่มี ข้อมูล และ ข้อเท็จจริง ถึงความเคลื่อนไหวของบรรดากลุ่มคนผู้ซึ่งมีจิตเจตนาร้ายอยู่ในมืออย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งก็น่าจะหนีไม่พ้นบรรดาเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งหลายนั่นเอง ส่วนผู้ที่ไม่มีข้อมูล ข้อเท็จจริง ใดๆ อยู่ในมือ มีแต่ความคิด ความเห็น บวกกับมรดกตกทอดที่พ่อ-แม่ให้มาคนละด้าม คนละแท่ง ก็คงได้แต่แสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดไปตาม อัตตา ของตัวเองล้วนๆ ซึ่งจะเป็นความคิดในแบบวิสั้น หรือวิยาว ก็ย่อมต้องขึ้นอยู่กับขนาดเฉพาะตัวของใคร-ของมัน...
                                                             --------------------------------------------------
 ส่วนบรรดานักคิด นักวิชาการ ที่อุตส่าห์เสียสละแรงกาย แรงใจ เข้ามาร่วมผลักดันเพื่อให้บ้านเมืองพอมีโอกาสเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ในนามของ คณะกรรมการปฏิรูป อะไรต่อมิอะไรนั้น...ก็อย่าถึงกับต้องไปถือสาหาความอะไรท่านมากมาย สำหรับการออกมาเสนอความคิด ความเห็น ที่จะให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในช่วงนี้ เพราะอย่างที่ว่าเอาไว้แล้วนั่นแหละว่า ความเหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควร ในเรื่องนี้ มันขึ้นอยู่กับ ข้อมูล และ ข้อเท็จจริง ในเมื่อบรรดานักคิด นักวิชาการเหล่านี้ ท่านไม่ได้มีสิ่งที่ว่านี้อยู่ในมือ มีแต่ความคิด ความเห็นล้วนๆ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องไม่แปลกสำหรับนักคิด นักวิชาการเมืองไทย ที่มักจะถนัดในการคิด แต่ไม่ค่อยถนัดในการหาข้อมูล ในเมื่อความคิดดังกล่าวเป็นเพียงแค่ข้อเสนอกว้างๆ ไม่ได้มุ่งที่จะคาดคั้น เอาเป็นเอาตาย กับรัฐบาล การแสดงออกเช่นนี้ก็สมควรที่จะนำเอามารับฟัง ส่วนจะนำไปสู่การปฏิบัติได้-ไม่ได้ เมื่อไหร่? และอย่างไร? นั้น รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงซึ่งล้วนแล้วแต่มีข้อมูล ข้อเท็จจริงอยู่ในมือ คงต้องไปตัดสินใจกันเอาเอง...
                                                       -------------------------------------------------------
 สรุปง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าใครก็ตามที่ยังพอมีจิตเจตนาดีต่อบ้านเมืองก็ไม่ควรที่จะนำเอาเรื่องความคิด ความเห็น ของคณะกรรมการปฏิรูป มาผสมปนเปกับท่าทีของรัฐบาลในการตัดสินใจว่าจะยกเลิก หรือไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในแต่ละพื้นที่ เพราะต่างฝ่ายล้วนแต่แสดงออกให้เห็นถึงเจตนาดีที่มีต่อบ้านเมืองด้วยกันทั้งนั้น ยกเว้นแต่ผู้ที่ต้องการให้รัฐบาลตีกับคณะกรรมการปฏิรูป หรือคณะกรรมการปฏิรูป ไล่กด ไล่บี้รัฐบาล อันได้แก่ บรรดาโจรและอภิมหาโจรทั้งหลายนั่นแหละที่นอกจากจะแสดงออกถึงเจตนาร้ายต่อใครก็ตามที่ไม่ใช่ฝ่ายเดียวกับตัวเอง ยังแสดงออกถึงเจตนาร้ายต่อชาติบ้านเมืองอย่างเห็นได้โดยชัดเจน ระดับพร้อมที่จะจ้างวานใครก็ได้ให้มาทำลายชาติบ้านเมืองของตัวเองกันต่อหน้าต่อตา...
                                                           -------------------------------------------------------
 เอาเป็นว่า...ไม่ว่าความเหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควร ในการคงอยู่ หรือยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในแต่ละพื้นที่ มันจะเป็นไปเช่นไรก็ตาม แต่การลอบวางระเบิดซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเจตนาความมุ่งมั่น ที่จะสังหาร พร่าผลาญชีวิตของราษฎรผู้ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ในคราวนี้ คงต้องยอมรับว่า...มันเป็นการ ส่งสัญญาณ ให้เห็นโดยชัดเจนว่า มหกรรมป่วนเมืองรอบใหม่ ได้อุบัติขึ้นมาแล้ว แทนที่จะไปจู้จี้ จุกจิก เอากับรัฐบาล หรือกับบรรดาผู้ซึ่งแสดงออกถึงเจตนาดีที่มีต่อบ้านต่อเมืองทั้งหลาย สู้หันมาประสานมือ ประสานใจ รวมพลังในการแสวงหาแนวทางป้องกัน แสวงหามาตรการที่จะปกป้อง คุ้มครอง ดูแลผู้บริสุทธิ์ ไม่ให้ต้องตกเป็นเหยื่อความโกรธ ความเกลียด ความอาฆาต พยาบาท และเพื่อไม่ให้บ้านเมืองต้องถอยเข้า ถอยออก ถอยหลังยิ่งไปกว่านี้ จะมิดีกว่าหรือ???
                                                              ----------------------------------------------------------
 อย่างที่เคยเห็นเป็นตัวอย่างโดยชัดเจนมาแล้วว่า...ภายใต้ความพังพินาศ ฉิบหาย ของบ้านเมืองนั้น จะโยนภาระทุกสิ่งทุกอย่างไปให้กับรัฐบาล หรือกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลความมั่นคงล้วนๆ มันคงไม่สามารถสกัดกั้น หยุดยั้ง ความพังพินาศ ฉิบหาย ได้มากมายซักเท่าไหร่นัก มีแต่ต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจ จากทุกภาคส่วน ที่นอกจากจะต้องไม่หันมา กัดกันเอง หรือ  กดดันกันเอง แล้ว ยังต้องพยายาม เปิดใจ ให้กว้างๆ เข้าไว้ ยอมรับความเป็นไปตามข้อมูลและข้อเท็จจริง แทนที่จะอาศัยอารมณ์ความรู้สึก หรือแม้กระทั่งความคิด ความเห็น ที่มักจะมาจาก อัตตา ของตัวเองซะเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ายึดมั่น ศรัทธา กับ ทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ตามแนวทาง ประเวศซิสม์ แล้วไซร้ การคิดแต่จะอาศัย พลังทางสังคม โดดๆ  หรือ พลังทางปัญญา โดดๆ โดยไม่คิดจะให้ความสำคัญ หรือไม่คิดจะทำความเข้าใจกับ พลังอำนาจรัฐ ใดๆ เอาเลย...อันนี้ นอกจากจะไม่สามารถเขยื้อนภูเขาได้แล้ว ดีไม่ดีอาจจะถูกภูเขาทับอก ต้องนั่งอึดอัดทรมานไปทั้งตลอด 3 ปีเอาเลยก็ไม่แน่!!!
                                                  --------------------------------------------------------
 ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก ท่านมหาตมะ คานธี... ไม่ใช่เสียงหวูดหรอก...ที่ทำให้รถไฟเคลื่อนที่ไป แต่เป็นเพราะพลังงานที่เคี่ยวข้นหลอมรวมกันจนเป็นไอน้ำต่างหาก...
                                                                   ------------------------------------------------------

 

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์