“บุญทรง” เข้ากระทรวงวันแรก ประกาศเดินหน้าสานต่อนโยบายรัฐบาล ทั้งคุมค่าครองชีพ จำนำข้าว เสียงแข็งไม่ไห้สินค้าปรับขึ้นราคาแน่ หวั่นประชาชนเดือดร้อน สั่งลุยจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท ไม่หวั่นข้าวถุงขู่โขกแพง เตรียมส่งธงฟ้าทำตลาดแข่ง กำชับ "ยรรยง" ตรวจเข้มทุจริตจำนำข้าว
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายการทำงานให้กับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ในการเดินทางเข้าทำงานที่กระทรวงพาณิชย์เป็นวันแรกหลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.พาณิชย์ ว่า ตั้งใจจะผลักดันนโยบายของรัฐบาลผ่านกระทรวงพาณิชย์ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการดูแลปากท้องของประชาชน
ซึ่งในส่วนของการปรับขึ้นราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพของประชาชนนั้น ยืนยันว่าจะยังไม่อนุมัติให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาแน่นอน เพราะจะกระทบกับคนทั้งประเทศ ขณะเดียวกัน จะหาทางทำให้ผู้ประกอบการไม่เดือดร้อนจากภาวะต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
“อย่างกรณีของไข่ไก่ ที่เกษตรกรขอให้ปรับขึ้นราคาแนะนำ ก็จะยังไม่อนุมัติให้ปรับขึ้น เพราะจะกระทบกับคนทั้งประเทศ แต่ในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้เกี่ยวข้องกับการผลิตไข่ไก่ทั้งระบบมาหารือถึงต้นทุนการผลิต และแนวทางการแก้ปัญหาราคาตกต่ำ ซึ่งอาจมีการปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตใหม่ให้เหมาะสม” นายบุญทรงกล่าว
นายบุญทรงได้ยืนยันว่า จะเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวอย่างต่อเนื่อง หลังจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/55 จะสิ้นสุดลงวันที่ 29 ก.พ.นี้ ส่วนแนวโน้มราคารับจำนำนั้นคาดว่าจะเท่ากับราคาเดิมที่รับจำนำอยู่ โดยคงไม่ต่ำกว่าราคานี้อย่างแน่นอน
ขณะที่การกำหนดราคารับจำนำข้าวที่สูงนั้น ไม่มีความกังวลว่าผู้ประกอบการข้าวสารบรรจุถุงจะปรับขึ้นราคาเพิ่มขึ้นอีก 5-10% ตามที่เป็นข่าว เพราะกระทรวงพาณิชย์จะผลิตข้าวสารบรรจุถุงธงฟ้าออกขาย เพื่อช่วยเหลือประชาชนเช่นกัน โดยจะหาช่องทางขายให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนหาซื้อได้ง่ายขึ้น
สำหรับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ได้สั่งการให้นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทำข้อมูลมารายงานแล้ว หากพบมีการทุจริตจริง จะดำเนินการตามกฎหมายแน่นอน พร้อมกันนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังยืนยันว่า จะดำเนินการระบายข้าวสารออกจากสต็อกรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพราะจะมีข้าวจากโครงการจำนำเข้าสู่สต็อกจำนวนมาก
นายบุญทรงกล่าวภายหลังหารือกับภาคเอกชนโรงสีข้าว ผู้ส่งออกข้าวไทย และสมาคมชาวนาไทย ถึงทิศทางและนโยบายข้าวไทยปี 2555 ว่า ได้ขอความร่วมมือภาคเอกชนทำงานร่วมกับภาครัฐ ในการผลักดันราคาข้าว และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย ส่วนความกังวลของผู้ส่งออกที่ไม่สามารถจำหน่ายข้าวในตลาดต่างประเทศได้เนื่องจากราคารับจำนำสูงนั้น มาตรการระยะกลางและระยะยาว ภาครัฐและเอกชนอาจจะมีการร่วมกันกำหนดมาตรฐานข้าวเพิ่ม 2-3 มาตรฐานเพื่อการกำหนดราคาส่งออกข้าวให้มีความหลากหลาย และสามารถแข่งขันในตลาดส่งออกได้มากขึ้น.








