นิติราษฎร์หัวเน่า "พี่เสก" ชิ่งทิ้ง "น้องเจต" อ้างร่วมลงชื่อรื้อ ม.112 ตามคำร้องขอของผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ยันไม่รู้เห็น ครวญขอใช้ชีวิตในวัยชราอย่างสงบ ด้าน "ดร.เหลิม" สั่งสันติบาลจับตา "นิติเรด" ถ้าผิดจับทันที เพื่อไทยเอาด้วยยันไม่มีนโยบายแก้กฎหมายหมิ่นฯ คนวารสารฯ ธรรมศาสตร์ ทนไม่ไหว ตั้งกลุ่มต้านนิติราษฎร์ 2 ก.พ.ระดมพลป้องสถาบัน
กลุ่มนิติราษฎร์ซึ่งเคลื่อนไหวในประเด็นที่อ่อนไหวตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา ทั้งการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญปรับโครงสร้างของสถาบันพระมหากษัตริย์เสียใหม่ เริ่มถูกลอยแพจากแนวร่วมทั้งกลุ่มนักวิชาการและรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ และคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่มีข่าวปรากฏว่าได้ร่วมลงนามสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งนำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในบางวงการนั้น เกรงว่าสภาพดังกล่าวอาจจะก่อให้เกิดการเข้าใจผิดกันโดยง่าย จึงขอเรียนชี้แจงจุดยืนว่า
"ผมได้อนุญาตให้มีการใช้ชื่อผมในฐานะผู้สนับสนุนข้อเสนอดังกล่าวจริง เนื่องจากถูกขอร้องโดยผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และผมเองก็ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่อยู่ในกรอบของการปฏิรูปกฎหมาย มีเนื้อหากลางๆ ออกไปในแนวมนุษยธรรม และที่สำคัญคือยังคงไว้ซึ่งจุดหมายในการพิทักษ์รักษาสถาบันสำคัญของชาติ"
นายเสกสรรค์ยังระบุในแถลงการณ์ปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่แกนนำในการรณรงค์แก้ไข ม.112 และมองการร่วมลงนามเป็นเพียงการแสดงความคิดสาธารณะเพื่อให้สังคมร่วมพิจารณา ส่วนสังคมจะมีมติอย่างไร ก็แล้วแต่ความเห็นชอบของคนส่วนใหญ่
"ผมไม่ได้มีความคิดจะร่วมผลักดันเคลื่อนไหวทางการเมืองในเรื่องนี้ เพราะรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความขัดแย้ง และอยากจะใช้วัยชราของตนอย่างสงบสันโดษมากกว่า"
เขาแจงว่า แม้ว่าข้อเสนอแก้ไข ม.112 จะมีที่มาจากความเห็นของคณะนิติราษฎร์ แต่ต้องขอยืนยันว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับนักวิชาการกลุ่มนี้ และยิ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้อเสนอในประเด็นอื่นๆ ที่กลุ่มดังกล่าวได้ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ตนรับรู้เรื่องปฏิรูป ม.112 จากนักวิชาการอาวุโสกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่คณะนิติราษฎร์ และได้รับการติดต่อเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
" จึงขออนุญาตเรียนมาให้ผู้ที่สนใจและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ทราบ โดยหวังว่าท่านทั้งหลายจะตั้งมั่นอยู่ในการเจริญสติและมีความเมตตาต่อกัน" นายเสกสรรค์ตบท้ายในแถลงการณ์
"สุวินัย" เชื่อ "พี่เสก"
ขณะที่กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ โดยนายสุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนบันทึกแห่งจิตใจ ระบุว่า " พี่เสกเคยเขียนไว้ว่า การที่ใครสักคนจะใช้ชีวิตอย่างผู้กล้าได้นั้น มิได้หมายความว่าผู้นั้นจะต้องประดาบเลือดเดือดไปทั่วทุกหย่อมย่านแห่งหน แต่หมายถึงการเอาจริงเอาจังกับเจตนารมณ์ของการดำรงอยู่ เริ่มจากการบ่มเพาะตนเอง มุ่งเน้นสร้างแก่นแท้มากกว่าภาพลักษณ์ในสายตาของผู้อื่น หากจะมีอันใดเปล่งประกายออกมา ขอให้รังสีนั้นเจิดจ้ามาจากภายใน คนกล้าที่แท้จริงจึงไม่กลัวความโดดเดี่ยวอ้างว้าง ไม่กลัวถ้อยคำหยามหยัน และยิ่งไม่กลัวการผูกมัดตัวเองกับความถูกต้องสูงส่ง เจ็บได้ ล้มได้ กระทั่งพ่ายแพ้ก็ยังได้ ขอเพียงให้แจ่มชัดว่ามิได้ใช้ชีวิตเพียงเพื่อปลดเปลื้องตัณหา วิถีแบบนี้ แน่นอนว่าบางทีอาจต้องทนแบกรับความเปลี่ยวเหงาเดียวดาย... พี่เสกครับ ผมอยากประกาศก้องให้โลกรับรู้ดังๆ ว่า ผมเชื่อพี่ครับ!"
ด้านนายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช แกนนำกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ กล่าวถึงท่าทีการเคลื่อนกลุ่มนิติราษฎร์หลังจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล อ.นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กลุ่มนิติราษฎร์ ออกมาขอดูท่าที 1 สัปดาห์ ว่าจะเดินหน้าหรือยุติความเคลื่อนไหวการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า แม้เขาจะหยุดความเคลื่อนไหวในเชิงรูปธรรม แต่อุดมการณ์ของคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ที่มีต่อสถาบันยังจะไม่เปลี่ยนแปลงไป และอาจจะรอจังหวะที่สถานการณ์เปิดก็จะกลับมาเคลื่อนไหวอีก
“ช่วงนี้ต้องยอมรับว่ามีผู้ต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์จำนวนมาก และพวกเขาอาจจะกลัวในเรื่องความปลอดภัย รวมถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น ที่ตัวเองซึ่งเป็นผู้ก่อและไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้” แกนนำกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ระบุ
ขณะที่ปฏิกิริยาจากรัฐบาลได้ถอยห่างจากนิติราษฎร์อย่างชัดเจน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งตำรวจสันติบาลให้ติดตามการให้สัมภาษณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว ถ้าผิดจับ การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ไม่อยู่ในความคิด ไม่อยู่ในความทรงจำ แต่เราคิดจะแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มันเป็นคนละประเด็น
"คณะบุคคลต่างๆ บางครั้งก็แสดงความเห็นกัน อยากเด่นอยากดัง ทั้งที่รู้ว่ามันทำไม่ได้ ที่นี่ประเทศไทย ไม่มีวันทำสำเร็จ พระมหากรุณาธิคุณล้นพ้น ทำให้ประเทศเจริญมาได้ ทรงพระเมตตาพสกนิกร แล้วจะมาแก้ ม.112 ทำไม วิธีที่ดีที่สุดมี 2 ทาง คือสื่อมวลชนอย่านำมารายงานข่าว ต้องมองว่าความคิดอย่างนี้เป็นความคิดเพ้อเจ้อ เมืองไทยมีมาหลายร้อยหลายพันปีแล้ว ถ้ามองว่าเป็นความคิดเพ้อเจ้อไม่เสนอข่าว เมื่อไม่มีข่าว แถลงอีก ข่าวไม่เป็นข่าว รอบที่ 3 ก็จบ ผมสั่งสันติบาลติดตามใกล้ชิด ผิดจับ" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว และยืนยันว่าไม่มีเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะไปขยิบตาแบ่งบทกันเล่นกับกลุ่มนิติราษฎร์
ด้าน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า การปกป้องสถาบันถือเป็นหน้าที่ของทหารอยู่แล้วที่จะต้องดูแล สถาบันต้องอยู่กับพวกเราตลอดไป หน้าที่ของทหารไม่ต้องมาถามเรื่องสถาบัน เพราะจะต้องดูแลปกป้องอยู่แล้ว ที่ ผบ.ทบ.ให้ความเห็นเรื่องนี้ ท่านก็มีมารยาท ในเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมือง แต่หากท่านแสดงความเห็นในเรื่องส่วนตัวท่านก็มีสิทธิ์ของท่าน
เพื่อไทยชิ่ง
วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ลงนามโดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อชี้แจงว่าพรรคเพื่อไทยเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และพรรคไม่มีนโยบายและแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา
ขณะที่ “กลุ่มวารสารฯ ต้านนิติราษฎร์” เป็นการรวมตัวของคณาจารย์ นักศึกษา และศิษย์เก่าทุกรุ่นของคณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อต้านคณะนิติราษฎร์ พร้อมเรียกร้องให้ยุติแนวคิดแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 และให้รัฐบาลส่งสัญญาณไปในทุกองคาพยพของรัฐ เรียกร้องประชาคมธรรมศาสตร์ให้ส่งสัญญาณไปยังผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อยับยั้งกิจกรรมทางวิชาการอย่างมีนัยแฝงเพื่อกระทบสถาบัน
ทางกลุ่มนัดประชุมในวันที่ 2 ก.พ. เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมคณะวารสารศาสตร์ฯ ท่าพระจันทร์ เพื่อรวบรวมความคิดเห็น กำหนดบทบาท กิจกรรม และยุทธศาสตร์รุกคืบ
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เคลื่อนไหวประเด็นนี้กันอย่างคึกคัก น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ม.ค. เวลา 12.00 น. ขอเชิญชวนไปยังคนรุ่นใหม่และผู้มีใจรักในสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้มารวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่ออ่านแถลงการณ์แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน และรณรงค์ต่อต้านการเคลื่อนไหวของคณะนิติราษฎร์ ที่เสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ถือว่าเป็นเรื่องที่กระทบต่อสถาบัน
เธอบอกว่า การรวมตัวกันครั้งนี้ได้เชิญชวนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วย และได้รับเสียงตอบรับในการเข้าร่วมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา กลุ่มเฟซบุ๊กเรารักในหลวง รวมทั้งยังมี นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีเข้าร่วมด้วย ซึ่งตนและกลุ่มคนรุ่นใหม่จะร่วมลงชื่อกับกลุ่มเสื้อหลากสีในการคัดค้านการแก้ไข ม.112 ด้วย โดยการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์
ด้านนายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ได้รณรงค์ทำกิจกรรมคัดค้านการแก้ไขม.112 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กระทบต่อพระบรมราชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์
"วันนี้ขอเรียกร้องให้ชาวนครศรีธรรมราชทุกหมู่เหล่า ทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ ผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ประชาชนทุกสาขาอาชีพ มาร่วมกันตระหนักกับเรื่องนี้ ด้วยการติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และขอเชิญชวนเขียนจดหมายหรือไปรษณียบัตร ส่งมาแสดงเป็นพลังปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์" นายอภิชาตกล่าว
เชื่อนิติราษฎร์รับงาน
ส่วนนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เงา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าพรรคเพื่อไทยปรับท่าทีค่อนข้างชัด โดยออกมาโจมตีการเคลื่อนไหวและข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ที่เสนอแก้มาตรา 112 แต่ข้อเท็จจริงมวลชนสนับสนุนกลุ่มนิติราษฎร์ โดยเฉพาะหน้าเวทีมีแต่คนเสื้อแดงทั้งสิ้น
“ขอตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มนิติราษฎร์กำลังตกเป็นเหยื่อระบอบทักษิณ เป็นไปได้หรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช้กลุ่มนิติราษฎร์ขึ้นมาเป็นเหยื่อให้ตัวเอง ทำทีมาขัดขวางเพื่อให้เห็นว่าตัวเองจงรักภักดี จึงขอให้จับตาว่ากระบวนการนิติราษฎร์เป็นเครื่องฟอกคนในระบอบทักษิณว่าจงรักภักดีหรือไม่” นายเทพไทกล่าว
นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สังคมและสื่อมวลชนควรเลิกที่จะสนใจข้อเสนอและแถลงการณ์ใดๆ ของกลุ่มนิติราษฎร์ได้แล้ว เพราะนอกจากจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมใดๆ แล้ว ยังสร้างความแตกแยกให้กับสังคมและประเทศชาติมากยิ่งขึ้นไปอีก ตนไม่อยากเห็นสื่อมวลชนเป็นเครื่องมือให้กลุ่มนักวิชาการโนเนมที่ไม่เคยมีผลงานที่เป็นประโยชน์ใดๆ ต่อประเทศชาติ มาใช้สถานการณ์ดึงสถาบันที่เป็นที่เคารพเทิดทูนของคนไทยทั้งประเทศสร้างชื่อเสียงและราคาให้กับตนเอง เพราะถ้าสื่อมวลชนยังคงสนใจและนำเสนอข่าวของกลุ่มนิติราษฎร์อยู่ ก็คงจะได้รับรู้ข้อเสนอแปลกๆ และสร้างความแตกแยกให้กับประเทศอย่างไม่จบสิ้น เหมือนเด็กดื้อเอาแต่ใจตนเอง ร้องจะเอาของเล่น ถ้าผู้ใหญ่ไม่ไปสนใจเดี๋ยวเด็กก็เลิกไปเอง
เขาบอกว่า แม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และแกนนำรัฐบาลหลายคนจะออกมายืนยันว่าไม่สนับสนุนการแก้ไข ม.112 พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าไม่เพียงพอ เพราะรัฐบาลต้องแสดงความเดือดเนื้อร้อนใจ และเป็นผู้นำกับท่าทีต่อกรณีดังกล่าวมากกว่านี้ในฐานะฝ่ายบริหาร เพราะมีนักวิชาการหลายท่านออกมาชี้แนะว่าสามารถดำเนินคดีจัดการกับกลุ่มนิติราษฎร์ได้ จากกรณีที่ได้แถลงการณ์ต่างๆ ที่หมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องออกหน้าเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้ด้วย การกระทำไม่ใช่เพียงแค่พูดปัดๆ แบบขอไปทีว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนิติราษฎร์ อย่าทำเหมือนปากว่าตาขยิบ จะให้ภาระในการดูแลทุกอย่างเป็นของพรรคประชาธิปัตย์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องช่วยๆ กันทุกฝ่าย
"ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ เนื่องจากสถานะประมุขของรัฐกำลังถูกท้าทายจากการกระทำที่เป็นขบวนการอย่างมีระบบ มิฉะนั้นคนทั่วไปจะคิดได้ว่ารัฐบาลเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำเหล่านี้ เพราะทั้งคนเสื้อแดงที่เป็นเนื้อเดียวกับพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาล รวมถึงกลุ่มนิติราษฎร์ ที่ข้อเสนอเอื้อประโยชน์กับพรรคเพื่อไทยและ พ.ต.ท.ทักษิณต่างมีแนวทางที่เหมือนกัน คือมุ่งที่จะแก้ไขและยกเลิก ม.112"
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เตือนสังคมว่า อย่าไปหลงกลกับเกมแก้ ม.112 เพียงอย่างเดียว เพราะเรื่องนี้อาจเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งที่ขบวนการจ้องยึดประเทศใช้ออกมาเบี่ยงประเด็นและโยนหินถามทางในเรื่องอื่นที่กำลังจะตามมา ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อ พ.ต.ท.ทักษิณ การแก้ไขพ.ร.บ.ข้าราชการกลาโหม และการมุ่งนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ยังคงมีความพยายามอยู่ ตรงตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่าปี 2555 นี้บ้านเมืองไทยคงจะหาความสงบสุขได้ยาก
แฉรัฐบาลไม่จัดการเว็บหมิ่นฯ
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้ครบกำหนด 2 เดือนที่ชมรมนักรบไซเบอร์ที่ต่อสู้เว็บหมิ่นฯ ยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ให้ดำเนินการขจัดเว็บผิดกฎหมาย โดยได้แนบไปจำนวน 200 ลิงค์ จากการตรวจสอบของชมรมขณะนี้กลับเพิ่มมาอีก 400 ลิงค์ ที่สำคัญเมื่อตรวจสอบข้อมูลทั้งที่ศาล กระทรวงไอซีที สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ใน 200 ลิงค์ที่ส่งไปให้นายกฯ ไม่มีความก้าวหน้าแม้แต่คดีเดียวที่ถูกดำเนินคดี ดังนั้นวันที่ 30 มกราคมนี้ ได้นัดกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อนำลิงค์เก่าและใหม่ที่พบรวม 478 ลิงค์ ให้ดีเอสไอดำเนินการบรรจุดำเนินคดีเป็นคดีพิเศษ โดยจะเป็นเจ้าทุกข์แจ้งความดำเนินคดีเอง นอกจากนี้ จะยื่นให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อบุคคล ดังนี้ 1.นายกฯ 2.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ 3.น.อ.อนุดิษฐ์ และ 4. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เพราะละเลย เพิกเฉย และมีส่วนต้องรับผิดชอบ
วันเดียวกันนี้ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ แถลงพร้อมกับนำสำเนาจากหนังสือ Conversations with THAKSIN บางตอน โดยเฉพาะช่วงที่มีปัญหากรณีที่มีการนำเสนอเรียกร้องให้นายบัน กีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ เข้าเฝ้าฯ เพื่อหารือแนวทางปรองดอง
จากนั้นนายนพดลได้แถลงตอบโต้นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุถึง พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำในสิ่งไม่บังควร โดยกล่าวร้ายสถาบันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารประเทศในหนังสือ Conversations with THAKSINว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ตัดสินใจฟ้องนายชวนนท์ในข้อหาหมิ่นประมาท ให้ร้าย ทำให้ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง เสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งครบถ้วนความผิดหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา เพราะในหนังสือเล่มดังกล่าวไม่มีตอนใดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวร้ายสถาบันเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยจะมอบหมายให้ทนายความดำเนินการยื่นฟ้องในสัปดาห์หน้า
นายนพดลกล่าวว่า จากเนื้อหาในหนังสือเป็นสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้ตอบคำถามของนายทอม เพลท ผู้เขียนหนังสือ โดยนายทอม เพลท ถามว่าสมมติว่าใครบางคน เช่น นายบัน กีมูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขอกราบบังคมทูลในหลวงถึงเรื่องความสับสนวุ่นวาย ไม่มีความปรองดอง ในหลวงจะมีพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าฯ หรือไม่ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า เมื่อคำนึงถึงตำแหน่งของนายบัน กีมูน ก็อาจมีพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าฯ ขอยืนยันได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นคนพูดเสนอให้นายบัน กีมูน เข้ามาในประเทศไทย เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลในหลวง
กรณีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น ทาง พ.ต.ท.ทักษิณเห็นด้วยกับแถลงการณ์จุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่ไม่มีนโยบายและแนวคิดจะแก้ไขมาตรา 112 เพื่อขจัดความสับสนว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยเทิดทูนสถาบัน จงรักภักดี
"ต่อไปหากบุคคลใดที่กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ, ผม และพรรคเพื่อไทย ไม่จงรักภักดี ก็ต้องขออนุญาตดำเนินคดีตามกฎหมายทุกคน เพื่อปกป้องชื่อเสียง จะไม่ยอมให้ใครมาใส่ร้ายป้ายสีเด็ดขาด ซึ่งนายชวนนท์เป็นคนต่อไปที่จะถูกฟ้อง และขอร้องว่าอย่าผูกขาดความจงรักภักดี อย่านำสถาบันมาทำร้ายทางการเมือง" นายนพดลกล่าว.








