Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

พรทิวา นาคาศัย สยบครหา "ล้วงลูก-ผลาญงบ"


   "..เป็นธรรมดาที่มีใบปลิว แต่คนที่ได้ไปก็ขอให้ช่วยกรองหน่อย ถ้าให้แฟร์ ต้องถามฝ่ายที่โดนโจมตีด้วย ให้ความเป็นธรรมเขาด้วย ซึ่งตั้งแต่มานั่งก็เพิ่งเห็นตอนนี้แหละ เราเข้าใจในความเป็นการตรวจสอบ รับได้อยู่แล้ว นักการเมืองต้องยอมรับการตรวจสอบ แต่ไม่ใช่ตีมั่วไปหมด.."
------------------
     ตลอด 17 เดือนที่ นางพรทิวา นาคาศัย นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องยอมรับว่างานที่รับผิดชอบแล้วแต่มีปัญหา ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ปฏิเสธ
     ทั้งการขับเคลื่อนนโยบายการรักษาราคาสินค้าเกษตรที่ถูกปัดแข้งปัดขาจากพรรคร่วมอย่างประชาธิปัตย์อยู่บ่อยครั้ง ขณะที่การบริหารงานในกระทรวงก็มีข้อครหาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาจาก "คนรอบข้าง" ที่มักเข้าไปล้วงลูกการทำงานของหน่วยงานในสังกัด รวมไปถึงการสับเปลี่ยนโยกย้ายเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูงที่ถูกมองว่า "ใช้อำนาจ" มากเกินไป นำพาณิชย์เข้าสู่ "ยุคเสื่อม" กระทั่งใบปลิวโจมตีว่อนทั่วกระทรวง
     จริงดั่งข้อครหาหรือไม่ "พรทิวา" เปิดใจให้สัมภาษณ์และชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัย

0 ตั้งแต่เข้ามาบริหารกระทรวงพาณิชย์ มีข่าวอื้อฉาวบ่อยครั้ง อย่างล่าสุดการใช้งบไทยแลนด์ เบสท์ เฟรนด์ สูงเกินจริง
     ก็ไม่รู้หรอกนะ แต่มีข้าราชการหลายท่านบอกว่า กรมส่งเสริมการส่งออกเปลี่ยนใครมาก็โดนทุกครั้ง ใครมาใหม่ก็โดน แต่สิ่งที่เราให้เปลี่ยนแปลงในการทำงาน มีสีสันขึ้น ถ้าทำแบบเดิมๆ เราก็ไม่ต้องมานั่งเป็นรัฐมนตรี ให้ข้าราชการทำไป คิดว่าคนที่เคยชินกับเรื่องเดิมๆ อาจไม่ชอบ หรือบางคนอาจชอบ แต่ไม่กล้าพูด ดังนั้น มองว่าถ้าเราไม่ทำอะไร ก็คงโดนด่า เป็นทำไมรัฐมนตรี ไม่เห็นคิดอะไรใหม่ๆ เลย กับอีกทางหนึ่ง ทำก็โดนด่า เฮ้ย...มันมีผลประโยชน์ มีนักการเมืองเข้ามาแทรกแซง ก็เลยตัดสินใจว่าทำเลยดีกว่า แต่รายละเอียดไม่ได้ลงไปทำ ให้เป็นนโยบายไป บอกเขาว่าต้องมองไปข้างหน้า เพราะการค้าทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ต้องไม่ย่ำอยู่กับที่

0 มีการโยกย้ายบ่อยมากเกินไป จนถูกมองว่าการเมืองเข้ามาแทรกแซง
     เขาก็เปลี่ยนกันมานานแล้ว ส่วนเรื่องรองอธิบดีที่หมุนบ่อย ถึงเวลาที่เขาจะขึ้นก็ต้องให้ขึ้น คือ ต้องมีการเติบโต ก็เลยดูว่าเป็นคนใหม่ แต่จริงๆ แล้วเป็นคนในกรม ส่วนของกรมที่ทั่นอลงกรณ์ (พลบุตร) รมช.ทั่นดูแล ทั่นว่ามายังไงก็ว่าตามนั้น การทำงานต้องเข้าขากัน เราทำงานอยู่ตรงนี้ ถ้าคนที่ทำงานร่วมกัน มีนโยบายลงไป แต่ไม่ทำ มันจะรู้สึกยังไง

0 แม้จะมีการโยกย้ายเพื่อให้ลงตัว แต่ดูเหมือนว่าไม่ลงตัว ยังมีการโจมตีเรื่องการใช้งบประมาณเป็นระยะ
     อย่างไทยแลนด์ เบสท์ เฟรนด์ เป็นยุทธศาสตร์ส่งออกหนึ่งที่เป็นกลยุทธ์ในการทำงาน การดูแลลูกค้าเดิมที่เขาอาจไม่เคยทำ  ถ้าสังเกตดู อย่างการขายมือถือ เขามีบริการหลังการขาย  อันนี้ก็เหมือนกัน การดูแลลูกค้าหลังการขายที่เข้าซื้อสินค้าเราไปแล้ว การหาตลาดใหม่เราก็ต้องทำ แต่ลูกค้าเดิมของเราก็ต้องดูแล
     งบประมาณที่บอกว่า 80 ล้านบาท ก็ไม่ใช่ ใช้ไปแค่ 60 ล้านบาท แต่รวมภาษี ค่าใช้จ่ายอื่นบ้าง หรืออย่างงานที่จีน การจัดเอ็กซ์โป เป็นการต่อยอดการส่งออกของเรา ทำให้คนรู้จักประเทศไทย มันคุ้มมากๆ กับการที่ใช้เงินไปแค่นั้นนะ
     ไทยแลนด์ เบสท์ เฟรนด์ ปีนี้ก็จัดมาเป็นปีที่ 2 แล้ว เชิญซีอีโอแต่ละบริษัทที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่พร้อมผู้ติดตาม 150 บริษัท ประมาณ 300 คน จาก 37 ประเทศ ค่าใช้จ่ายรวมของเขาและสตาฟฟ์ด้วย เหมือนการจัดงานอาเซียนซัมมิต ที่ใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท แต่ของเราใช้แค่ 60 ล้านบาท แต่เป็นการสร้างความสำคัญ ให้เขาดูว่าเขาเป็นคนสำคัญ ครั้งนี้ก็เริ่ม 29 มิ.ย.-2 ก.ค. ทุกอย่างเราต้องดูแลเขาอย่างดี

0 มีการประเมินมั้ย ว่าทำไมโดนโจมตี
     มองว่าอะไรที่มันเปลี่ยนจากเดิม ก็โดนโจมตี แต่เท่าที่ดูแล้วเป็นการโจมตีที่มุ่งไปที่บุคคลมากกว่า แต่เอางานมาประกอบให้ดูมีน้ำหนักมากขึ้น ตีวัวให้กระทบคราด แม้จะไม่ด่าเราโดยตรง แต่อธิบดีเป็นคนที่เราตั้งมา แต่เชื่อเถอะ ไม่มีข้าราชการคนไหนกล้าที่จะทำเรื่องแบบที่เขาโจมตีในใบปลิวหรอก แล้วมีเรื่องอื่นเข้ามาผสมด้วย เช่น การย้ายที่ทำงาน ก็เลยแซวท่านอธิบดีไปว่า ทั่นไปเปิดศึกหลายด้านนะ ทั่นอธิบดีเป็นคนตั้งใจทำงานนะ เพียงแต่เขาไม่ได้เป็นลูกหม้อของกรมนี้ ถูกมองว่าไม่เข้าใจคนในกรม

0 จะแก้ปัญหาเรื่องแบบนี้ได้ยังไง
     คนจะตีก็ตีได้ตลอด แต่ต้องคิดด้วยว่า อ้าว!! แสดงว่าเสียประโยชน์ใช่มั้ย กรมส่งออกทำอะไร ส่งเสริมการส่งออก แต่คุณมาตีกันเองเนี่ย ถูกแล้วหรือ จะไปห้ามคนไม่ให้ตีกันยาก เพราะต่างจิตต่างใจ
     ข่าวต่างๆ ที่ออกมาเป็นธรรมดาที่มีใบปลิว แต่คนที่ได้ไป ก็ขอให้ช่วยกรองหน่อย ถ้าให้แฟร์  ต้องถามฝ่ายที่โดนโจมตีด้วย ให้ความเป็นธรรมเขาด้วย ซึ่งตั้งแต่มานั่งก็เพิ่งเห็นตอนนี้แหละ  เราเข้าใจในความเป็นการตรวจสอบ รับได้อยู่แล้ว นักการเมืองต้องยอมรับการตรวจสอบ แต่ไม่ใช่ตีมั่วไปหมด ยังคิดเลยนะว่า ที่ถูกโจมตีเนี่ย กลายเป็นสีสันซะอีก (หัวเราะ)

0 โครงการไทยแลนด์ เบสท์ เฟรนด์ ปีที่แล้วมีการประเมินผลว่าคุ้มค่าแค่ไหน
     ปีที่แล้วใช้งบไป 40 ล้านบาท จากที่ตั้งไว้ 50 ล้านบาท ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 8.15 ล้านเหรียญสหรัฐท่ามกลางวิกฤติ ปีที่แล้วเราตั้งเป้าไม่ให้ลด เพราะเศรษฐกิจไม่ดี แต่ยอดเพิ่มขึ้น ปีนี้ตั้งเป้าว่ายอดนำเข้าจากปกติ 3.3 แสนล้านบาท จะเพิ่มขึ้นอีก 6.7 หมื่นล้านบาท เป็น 4 แสนล้านบาท คิดว่าเงินที่ลงไป 68 ล้านบาท-คุ้ม และมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

0 แนวโน้มการส่งออกจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร เห็นบอกว่าจะมีการปรับเป้าเพิ่มขึ้น
     ขอดูตัวเลขเดือน มิ.ย.ก่อนว่าเป็นอย่างไร ได้ตามเป้ามั้ย ถ้าใช่ ก็จะปรับตัวเลขนิดหนึ่ง ขอดูปัญหาในกรีซก่อน เพราะเพิ่งเกิด จีนก็มีการปรับค่าเงินหยวน แต่ระยะสั้นยังไม่กระทบ แต่เราน่าจะได้ประโยชน์จากการที่เงินเขาแข็งนะ สินค้าเขาแพงขึ้น แต่ถ้าเราเน้นตัวสินค้าคุณภาพ เราจะได้ประโยชน์ แต่ขณะเดียวกัน เราก็สั่งสินค้าบางอย่างเป็นวัตถุดิบจากจีนด้วย
     เดิมเป้าส่งออกตั้งไว้ 14% มูลค่า 1.73 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าปรับขึ้นคงเป็น 17-18% ประมาณนั้น

0 การแก้ปัญหาเรื่องน้ำตาลแพง ขาดตลาด แก้ยังไงก็ไม่ตก
     เรื่องน้ำตาลทราย โรงงานไม่ปล่อยปริมาณออกมา เราก็ใช้กฎหมายเข้าไปจัดการเรื่องการปฏิเสธการจำหน่าย ซึ่งก็มีการจับกุมไปบ้างแล้ว ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแลเรื่องราคา เราอยากให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์อยู่แล้ว อธิบดีกรมการค้าภายในก็บอกว่า ถ้าการใช้หนี้กองทุนหมดแล้ว ก็น่าจะลดราคาลงได้บ้าง ก็คงต้องไปคุยกับ รมว.อุตสาหกรรมอีกทีว่าจะยังไง

0 นโยบายการตรึงราคาที่ผ่านมา แต่ยังมีการร้องเรียนสินค้าแพง แสดงว่าการตรึงราคาไม่ได้ผล
     การขอตรึงราคาส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เขาโอเค เพราะการแข่งขันสูง แต่การปรับเปลี่ยนสูตร เขาส่งเข้ามาเพื่อขอปรับราคา เราก็ดูให้ในอัตราที่เหมาะสม อันไหนที่วัตถุดิบไม่เปลี่ยนแปลงมาก ขอขึ้นมา ก็ต้องดู ยังไม่ให้ขึ้น เราก็ขอตรึงหลายส่วน ที่บอกว่าแพง สินค้าบางตัวอย่างมีช่องว่างของราคาอยู่ เขายังขึ้นไม่เต็มเพดาน แต่ชาวบ้านรู้สึกว่าซื้อแพงขึ้น

0 ถือว่านโยบายที่สั่งไป ที่เข้าไปปรับ พอใจมั้ย
     ถือว่าไปได้ดี แต่บางอย่างก็ติดขัดบ้าง อย่างเรื่องสินค้าเกษตรถือว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่ดูค้านๆ กันอยู่นะ ถ้าจะให้ราคาสินค้าเกษตรดีๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีนโยบายประกันรายได้ค้านอยู่

0 ทำให้มีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์บ่อยครั้ง
     ไม่ใช่เห็นไม่ตรงกัน แต่มันเป็นสิ่งที่เป็นนโยบาย รัฐบาลก็ต้องมีนโยบาย ซึ่งการจำนำกับประกันรายได้ก็มีดีมีเสียคนละอย่าง การประกันรายได้ก็ดีในส่วนที่คนได้ทั่วถึง แต่ถ้าจะให้ราคาโดดสูงๆ  ไม่ใช่ง่าย เพราะโดนล็อก ส่วนการจำนำไม่ดีเพราะคนได้น้อย และไม่รู้ไปตกที่ใครบ้าง  แต่มันดีเรื่องราคาที่ให้สูงๆ ได้

0 ข้าวในสต็อกที่มีอยู่ 5.6 ล้านตันจะบริหารจัดการยังไง
     ก็มีแนวทางอยู่แล้ว เตรียมจะเข้า ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ทั่นรองฯ ไตรรงค์ (สุวรรณคีรี) ไม่อยู่ แต่ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลอนุมัติไว้มีแนวทางอยู่แล้ว มีอธิบดีกรมการค้างต่างประเทศดูอยู่ แผนที่วางไว้ก็มีทั้งการโรดโชว์ที่ให้รองฯ ไตรรงค์ไป การขายจีทูจีบ้าง การประมูลขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าบ้าง หรือการขายให้ผู้ส่งออกที่มีออเดอร์แล้วติดต่อขอซื้อเข้ามา
     สต็อกที่มีอยู่ตอนนี้ 5.6 ล้านตัน ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ค่าใช้จ่ายในการบริหารสต็อกตกเดือนละ 810 ล้านบาท ก็คูณเอาก็แล้วกันตั้งแต่เข้ามา 17 เดือนแล้ว เป็นเงินเท่าไหร่.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์