อ่านเอาเรื่อง

Friday, 28 June, 2013 - 00:00

สับขาหลอก

 ถึง คุณอัตถ์ อัตนัย
    หมู่นี้ ร.ต.อ.เฉลิมคงจะไม่มีงานทำจึงออกมาแถลงว่า มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังร่วมกันวางแผนเพื่อล้มล้างรัฐบาล หลังจากนั้นแค่หนึ่งวันก็มีการออกมาปฏิเสธอย่างมีเหตุผล ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมหน้าแหกเหมือนเดิม
    การสับขาหลอกของ ร.ต.อ.เฉลิม จนหมดความน่าเชื่อถือ ขาของ ร.ต.อ.เฉลิมคงจะเป็นฮ่องกงฟุต หลายๆ ครั้งทำให้พรรคเสียหาย เช่น ออกข่าวว่า "ข้าราชการเป็นคนฆ่าคนเรือจีนที่แม่น้ำโขง ทำให้ข้าราชการเหล่านั้นไม่พอใจ ทุกคำพูดของ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นแค่สร้างภาพ ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็ได้หน้าไป เช่น การจับไอ้โก้ที่ลาวในกรณีปล้นเงินของท่านปลัดเรื่องก็เงียบหายไป และเรื่องที่ยาวเป็นหนังชีวิตคือ การสับขาหลอกในการไปตรวจภาคใต้ พูดมา ๒ ปีแล้วก็ยังไหว้ครูอยู่!!
    คงจะมีหลายคนในพรรคเพื่อไทย ถาม ร.ต.อ.เฉลิมว่า วันๆ ทำอะไรให้พรรคได้ประโยชน์บ้าง แต่ความร่ำรวยกลับมีมากขึ้น โดยไม่รู้ว่ามาจากไหน หรือเข้ามาอยู่ในพรรคเพื่อต้องการเข้ามาตลกรับทานเท่านั้น อย่างอื่นให้ดูการสับขาเท่านั้น
                                             คน กทม.
ป.ล. อยากจะถาม ร.ต.อ.เฉลิม, ชูวิทย์ บ่อนมีกว่า ๑๐๐ แห่งปราบหมดแล้วใช่ไหม???
    "กูรู้เหลิม" เก็บของออกจากทำเนียบรัฐบาลแล้ว เบนเข็มไปเป็น "จับกัง ๑" คือรัฐมนตรีแรงงาน แต่อย่าคิดว่าจะเลิกจับแพะชนแกะในทุกเรื่องนะครับ..."เหลิม" จะยังเป็นเหมือนเดิม! คือจะพูดทุกเรื่อง และจะแถมเรื่องแรงงานมาอีกเรื่อง ฮ่าๆๆ
    ภาพพจน์ของรัฐบาลที่ตกต่ำทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการไร้เครดิต พูดอะไรไปไม่มีใครเชื่อ ก็เพราะมีคนแบบ กูรู้เหลิม, บุญเซ, ณัฐวาย รวมถึงน้องปูหนูไม่รู้ นี่แหละครับ
---------------
                    พุทธทาส   
เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถืออย่างสูง
    เห็นข่าวในทีวีเรื่องหลวงพ่อเณรคำแล้วเศร้าใจ คิดไม่ถึงว่าสังคมไทยทุกวันนี้ได้ตกหลุมดำของความโลภ ความโกรธ ความหลง คือจิตใจตกไปอยู่ในโมหะภูมิ โทสะภูมิ และโลภะภูมิ กันแทบทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่พระสงฆ์ซึ่งถือกันว่าจะเป็นผู้นำทางวิญญาณของประชาชน แต่กลับตกสู่หลุมดำของความโลภ ความโกรธ ความหลง มากกว่าประชาชนธรรมดาเสียอีก
    ในวงการสงฆ์ทุกวันนี้ ต่างก็มอมเมาชาวบ้านเรื่องการทำบุญบริจาคทาน สร้างวัตถุมงคลหลายรูปแบบ โฆษณาชวนเชื่อให้ชาวบ้านหลงบุญมากยิ่งขึ้น เพราะการกระทำเยี่ยงนี้ทำให้พระสงฆ์รูปนั้นมีฐานะทางสังคมดีขึ้น โยมพ่อโยมแม่ก็ดีขึ้น ดูได้จากหลวงพ่อเณรคำเป็นตัวอย่าง บ้านของโยมพ่อโยมแม่ใหญ่โตโอฬารผิดจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
    เรื่องบุญนี้ ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า บุญเป็นสิ่งที่ทำให้ใจฟูเท่านั้นเอง แม้แต่ในโอวาทปาฏิโมกข์ที่สอนว่าไม่ให้ทำความชั่ว ให้ทำแต่ความดี เพียง ๒ อย่างยังไม่พอ ยังต้องชำระจิตใจให้สะอาดปราศจากมลทิน คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าใครขจัดความโลภ ความโกรธ ความหลงให้ออกจากจิตโดยเด็ดขาดสิ้นเชิง จนเป็นสมุจเฉทปหาน ไม่ใช่เพียงข่มไว้ด้วยอำนาจของสมาธิ แต่ต้องเกิดจากวิปัสสนาญาณ เกิดปัญญาเห็นแจ้งต่อความเป็นจริงของสภาวธรรมที่เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปจนประหารหรือปหานโลภะ โทสะ โมหะได้เด็ดขาด หมดจดสิ้นเชิง ผู้นั้นก็จะเข้าถึงสภาพของจิตที่เรียกว่านิพพาน
    ฉะนั้น นิพพานเกิดขึ้นได้ สำหรับผู้ที่ปฏิบัติได้จริงในชีวิตนี้ ไม่ใช่หลังจากตายที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ท่านพุทธทาสท่านเน้นสอนเรื่องนี้มาก จึงเป็นเรื่องที่ควรสนใจอย่างมากยิ่งกว่าการทำบุญสร้างพระ สร้างวัตถุมงคลต่างๆ
    เรื่องการโฆษณา ชักจูงให้บุคคลหลงใหลในการทำบุญ โดยมีวัตถุมงคลเป็นเครื่องล่อ มีอยู่ทุกๆ วัน ล่าสุดผู้เขียนเดินผ่านธนาคารกรุงไทย เห็นโฆษณาชักชวนให้เช่าซื้อ "พระกริ่งอิ่มบุญ" ซึ่งจัดทำโดยมีพระสมเด็จพุฒาจารย์เป็นประธาน ทำการปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงจำนวนมาก ในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศ เช่าซื้อได้ที่ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ แล้วอย่างนี้จะไปโทษหลวงพ่อเณรคำได้อย่างไร??   
                                  ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
                                         ส.ประทับแก้ว
    เห็นคำให้สัมภาษณ์ของ “สิทธิกร บุญฉิม” หรือ "เสี่ยอู๊ด” ที่เพิ่งออกจากคุก ทำให้เห็นครับว่ามีคนจำนวนมากทุ่มทำบุญเพื่ออะไร
    "ผมไม่เชื่อว่าบุญกุศลมีจริง ถ้าบุญมีจริงวันนี้ผมต้องไม่เข้าคุก แล้วเหตุใดวันที่ผมต้องเข้าสถานที่แห่งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมันตรงกันข้าม ไม่ได้คิดแย่เรื่องการเข้าเรือนจำ แต่น้อยใจผลที่ได้รับ ทำไมสวนทางกับอดีตที่ทำมาทั้งหมด ไม่เคยนับว่าทำบุญมาเท่าไหร่ แต่รวมแล้วพันกว่าล้าน”
    ผมว่ามีคนเชื่อแบบเสี่ยอู๊ดเยอะครับ เมื่อคนพวกนี้โคจรไปเจอพระปลอมแบบ "เณรคำ" เข้า ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เศรษฐีเช่าเครื่องบินให้พระนั่ง พระก็ทำตัวเป็นเซเลบ ก็เข้ารกเข้าพงไปทั้งพระทั้งคน
    ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีชาตกาลท่านพุทธทาส พระพรหมคุณาภรณ์พูดถึงท่านพุทธทาสเอาไว้น่าสนใจครับ
    "แนวคิดและชีวิตของท่านพุทธทาส ซึ่งจะโยงมาหาการที่เราจะต้องเข้าใจแนวคิดชีวิตของท่านพุทธทาส ว่าเราเข้าใจอย่างไร เราก็จะไปมองเรื่องอนาคตที่ว่านั้นจะจัดการไปตามนั้น ตอนนี้มันเป็นเรื่องสำคัญว่าเรามองแนวคิดของท่านพุทธทาสอย่างไร ไม่ใช่ว่าเรามองตรงกันนั้นถูกต้องแล้ว อันนี้เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน มันกลับมาสู่ปัญหาพื้นฐานเลยว่าตัวแนวคิดของท่านเป็นอย่างไร เป็นเรื่องสำคัญมาก
    บางทีอาจเป็นหัวข้อที่ท่านที่ศึกษางานจะต้องมาช่วยกันวิเคราะห์ ถกเถียง และอย่างน้อยก็ไม่ด่วนตัดสิน เพราะว่าแนวคิดของท่านที่มองอะไรกว้างขวางและผลงานเยอะ มีความเสี่ยงภัยเหมือนกัน คือบางคนไปจับอะไร มองอะไร ได้ยินอะไร หรือว่าไปอ่านหนังสือของท่านบางเล่มเห็นข้อความบางอย่าง จับเอาเลยว่าท่านคิดเห็นอย่างนั้น จริงอยู่ท่านกล่าวจากความคิดของท่าน แต่เรามองอย่างไม่รู้ความเป็นมาเป็นไปเดิม ไม่รู้แนวคิดพื้นฐานกว้างๆ ของท่าน เราก็มองไปแต่เป็นไปตามความคิดความรู้สึกของเราเอง มันทำให้เกิดปัญหาเหมือนกัน
    การมองแนวคิดของท่านพุทธทาส ถ้ามองขั้นที่ ๑ เรามองที่เจตนาก่อน เจตนาของท่านเป็นอย่างไร อันนี้เห็นได้ค่อนข้างชัด แม้แต่ชื่อท่านเอง ท่านก็เรียกว่าพุทธทาส แปลว่าทาสของพระพุทธเจ้า ซึ่งถ้าพูดอย่างภาษาเราง่ายๆ ท่านมุ่งอุทิศชีวิตของท่านในการสนองงานของพระพุทธเจ้าอะไรล่ะ สนองงานที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้สำหรับพระสงฆ์ย้ำบ่อยมาก
    ท่านมีเจตนาพื้นฐานเพื่อจะสร้างสรรค์ประโยชน์สุขแก่ประชาชน ทำให้โลกอยู่ร่มเย็นเป็นสุข อันนี้จริงไหม ถ้าเรายอมรับเราตกลง แล้วเราแน่ใจ เราก็ได้ไปในขั้นเจตนา เมื่อเราได้เจตนาก็ได้ขั้นพื้นฐานเลย มันเป็นตัวนำจิต เพราะว่าจิตของเรากับจิตของท่านจะสอดคล้องกัน ทีนี้เราแน่ใจไหม มันก็ได้ไปส่วนสำคัญ ทีนี้เมื่อมามองงานของท่านที่มีมากมาย อย่างที่พูดเมื่อกี้ ถ้าเราไม่ได้ชัดเจนกับตัวเอง เรื่องของแนวคิดของท่านที่เป็นไปตามเจตนานี้ มันก็เป็นไปในทิศทางที่จะทำให้โลกอยู่เย็นเป็นสุข พอมีแนวคิดพื้นฐานแบบนี้จะช่วยให้การแปลความหมายดีขึ้น เราจะยอมรับไหมว่าแนวคิดนี้แน่ใจ"
    ครับ...หากยังคงแน่ใจ "เณรคำ" ก็จะยังมีข่าวพระนอกรีตอยู่ร่ำไป
---------------
                "คนภูเก็ต" ใช่เป็นเช่น "ขี้ข้า"

                * "ปลอดประสพ สุรัสวดี"
                ไป "เห่า" ที่เชียงใหม่ลั่นให้ทั่ว
                ขึ้น "มึง-มัน-เหี้ย-ห่า" ด่าระรัว
                อีกทั้ง "ชั่ว" ผู้ที่ขวางทางของตน   
                * ทั้งพาดพิงไปชน "คนภูเก็ต"
                "มัน" ขู่เสร็จหวังว่าน่าได้ผล
                "หอประชุมนานาชาติ" มันอาจดล
                ให้ได้จนสำเร็จเสร็จสมปอง
                * ถ้าคนเมืองนี้ภักดี "พรรคเพื่อไทย"
                 เลือก "ผู้แทนฯ" เข้าไปตอบสนอง
                แต่ถ้าเลือก "ประชาธิปัตย์" ยืนหยัดครอง
                ก็ไม่ต้องมาพูดจาพาทีกัน       
                * ไอ้สันขวาน......
                ลอกเลียนแบบสันดาน "นาย" เลยนั่น
                จังหวัดไหนเลือก "พรรคเพื่อไทย" นั้น
                ต้องมุ่งมั่นพัฒนามาก่อนใคร
                * ถุย...นี่น่ะหรือได้ชื่อคือ "ผู้แทนฯ"
                แต่มาแยกดินแดนเอาใจใส่
                พัฒนาไม่พัฒนาจังหวัดใด
                อยู่ที่ใครอุ้มชูกูขึ้นมา
                * ก็จะขอประกาศก้องร้องให้รู้
                 "คนภูเก็ต" พวกกูใช่ "ขี้ข้า"
                อย่ามาข่มขืนใจให้เสียเวลา
                หวังศรัทธา "พรรคเพื่อไทย" ไม่มีทาง
                * พรรค "เผาบ้านเผาเมือง" หาเรื่อง "เจ้า"
                อย่าย่างก้าวเหยียบ "เกาะนี้" จงหนีห่าง
                ถึงเอาเงินเป็นร้อยล้านมาหว่านวาง
                ก็ไม่ว่างเลือก "พรรค" มึงพึงรู้ไว้
                                เหรียง เนียงสะตอ