Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

พธม.มอบตัวห้ามเชียร์ ตร.ขู่งัด‘ฉุกเฉิน’จับขัง


  "ดีเอสไอ" สรุปสำนวนคดีก่อการร้าย เตรียมส่งฟ้อง 26 แกนนำ นปช.และกลุ่มฮาร์ดคอร์ 30 ก.ค. ด้านตำรวจจัดสถานที่รับกลุ่มพันธมิตรฯ มอบตัวคดียึดสนามบิน 28 ก.ค.นี้ "ผู้ช่วย ผบ.ตร." ขู่หากยกกองเชียร์มากดดันระวังเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดนซิวเข้าห้องขัง "คอป." ขัดตาเห็น "ณัฐวุฒิ" ลากโซ่ตรวนกลางศาล เล็งชงนายกฯ ขอยกเลิก อ้างสร้างบรรยากาศปรองดอง ยธ.รับลูกฟื้น "กำไลอิเล็กทรอนิกส์" แทน
     เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย กล่าวถึงความคืบหน้าสำนวนการสอบสวนว่า จากการตรวจสอบพยานเอกสารและหลักฐานในสำนวนคดีก่อการร้ายทุกอย่างเรียบร้อย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะสรุปสำนวนพร้อมนำผู้ต้องหาจำนวน 26 คนสั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 30 ก.ค.นี้ โดยสำนวนดังกล่าวจะมีเพียงสำนวนเดียว แต่เขียนบรรยายฟ้องการกระทำผิดของผู้ต้องหาแตกต่างกันไปแล้วแต่พฤติการณ์ของแต่ละคน
     สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายชุดแรกที่ดีเอสไอจะส่งฟ้อง ส่วนใหญ่เป็นแกนนำ นปช.และกลุ่มการ์ดฮาร์ดคอร์ รวมทั้งผู้ต้องหาคดีวางระเบิดข้างพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย 1.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 2.นายขวัญชัย สาราคำ 3.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท 4.นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก 5.นายนิสิต สินธุไพร 6.นายวีระ มุสิกพงศ์ 7.นพ.เหวง โตจิราการ 8.นายก่อแก้ว พิกุลทอง 9.นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง 10.นายอำนาจ อินทโชติ 11.นายสมบัติ มากทอง 12.นายสุขเสก พลตื้อ 13.นายชยุต ใหลเจริญ 14.นายจรัล ลอยพูล 15.นายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์
     16.ส.ต.รชต หรือกบ วงศ์ยอด กลุ่มฮาร์ดคอร์ลูกน้อง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง 17.นายอเนก สิงห์ขุนทด 18.นายเดชพล พุทธจง 19.นายกำพล คำคง 20.น.ส.วริศรียา บุญสม หรืออ้อ 21.นายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย 22.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 23.นายการุณ โหสกุล 24.นายวิเชียร ขาวขำ ส่วนอีก 2 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี และ พล.ต.ต.ขัตติยะที่เสียชีวิต
     นายองอาจ คำทอง ทนายความแกนนำ นปช.กล่าวว่า ทีมทนายเตรียมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้พนักงานอัยการพิจารณาในหลายประเด็นแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
     นอกจากนี้ นายองอาจกล่าวว่า ในวันที่ 28 ก.ค.เวลา 09.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. และนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จะเดินทางมายังศาลอาญาเพื่อรายงานตัวในชั้นฝากขังคดีร่วมกัน หรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานก่อการร้าย ตามที่ศาลมีคำสั่ง
     "ในวันเดียวกันศาลอาญายังได้นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ ที่นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.ยื่นขอประกันตัวไว้ ซึ่งเป็นการยื่นอุทธรณ์หลังจากศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัว 11 แกนนำ นปช.โดยนายวีระลองใช้โอกาสในการยื่นอุทธรณ์เพียงคนเดียว ซึ่งหากได้รับอนุญาตก็จะขอยื่นประกันแกนนำคนอื่นอีกครั้ง" ทนายความแกนนำ นปช.ระบุ
     ที่กองปราบปราม พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับตัวบุคคลที่ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาคดีดังกล่าว ทั้งหมด 79 ราย โดยกำหนดให้ทยอยมาพบที่กองปราบปราม ครั้งละ 3-4 คน เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป โดยวันแรกมี 3 ราย คือ นายบัณฑิต ปิ่นมงคลกุล พิธีกรรายการทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี, นายสุรวิชช์ วีรวรรณ บรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และนายชนะ ผาสุกสกุล
     พล.ต.ท.สมยศกล่าวว่า จากการประชุมได้กำหนดขั้นตอนในการจัดสถานที่สอบสวนไว้ที่ห้องประชุมสุรสีหนาท กองปราบปราม โดยเตรียมพนักงานสอบสวนไว้ทั้งหมด 7 ชุด ในแต่ละชุดจะมีพนักงานสอบสวน 7-8 คน หากผู้ถูกกล่าวหามาพร้อมกัน คิดว่าคงทำงานได้ แต่อาจต้องใช้เวลาบ้าง คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
     "ผมขอวิงวอนให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาพบพนักงานสอบสวนด้วย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งทางเรายังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาทันที แต่จะทำความเข้าใจในคดีนี้ก่อน หรือหากมีการแจ้งข้อหาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาสามารถให้การอย่างไรก็ได้ และอยากฝากเตือนกรณีมีการนำพาบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมาชุมนุมกดดันการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน อาจเข้าข่ายในกระทำความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะขอออกหมายขังได้" พล.ต.ท.สมยศกล่าว
     เมื่อถามว่า มีผู้ถูกออกหมายเรียกบางคนจะฟ้องกลับพนักงานสอบสวน พล.ต.ท.สมยศกล่าวว่า การดำเนินการของพนักงานสอบสวนเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นเพียงการพิจารณาออกหมายเรียกเท่านั้น หากผู้ที่ถูกเรียกให้มารายงานตัวคิดว่าไม่ได้กระทำความผิด ตนก็อยากขอความร่วมมือให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอน ที่จะสามารถให้การปฏิเสธและต่อสู้คดีในชั้นอัยการและชั้นศาลได้
     ด้านนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ และแถลงว่า ที่ประชุมได้มีมติเสนอทำหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและแก้ไขแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี และผู้ต้องขังที่ถูกศาลพิพากษาแล้ว โดยให้มีการยกเลิกการตีตรวนผู้ต้องขัง เนื่องจากกระทบต่อหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งขัดต่อมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติ ห้ามมิให้ใช้โซ่ตรวนพันธนาการเพื่อการลงโทษ ยกเว้นเหตุผลเป็นบุคคลที่น่าจะทำอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของตนเอง หรือบุคคลวิกลจริต จิตไม่สมประกอบอันอาจจะเป็นภยันตรายต่อผู้อื่น หรือเป็นบุคคลที่น่าจะพยายามหลบหนีการควบคุม
     นายคณิตกล่าว่า คอป.จะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นากยกรัฐมนตรี ในวันที่ 28 ก.ค.นี้ ซึ่งแนวทางการแก้ไขนี้จะเป็นแนวทางการแก้ไขเพื่อให้เกิดผลแก่ผู้ต้องขังทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะแต่แกนนำ นปช.หรือนักโทษทางการเมือง ตามที่ได้เป็นข่าวกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ที่ถูกควบคุมตัว
     "การแก้ไขแนวทางปฏิบัตินี้ จะเป็นการแก้ไขทั่วไป เพื่อให้เกิดผลสำหรับผู้ต้องขังทั้งหลาย และผู้ต้องขังอื่นๆ โดยเป็นการเรียกความเชื่อถือศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และสร้างบรรยากาศการปรองดองให้เกิดขึ้น" นายคณิตกล่าว
     ประธาน คอป.กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนการเยียวยา 10 มาตรการ 13 โครงการที่ นพ.รณชัย คงสกนธ์ คณะกรรมการฯ ได้เสนอให้มีการจัดกิจกรรมเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านร่างกายและจิตใจ ชุมชน สังคมโดยรวม ซึ่งจะเริ่มดำเนินการภายในเดือน ส.ค.นี้ และจะรายงานผลทุกๆ 3 เดือน รวมทั้งเปิดช่องทางการสื่อสารเพื่อให้ประชาชนได้ร้องเรียนและนำเสนอข้อเท็จจริงทางอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ www.facebook.com/TRC2010 และ www.twitter.com/THAI_TRC รวมถึงผ่านทาง thaitrc1@gmail.com
     นายคณิตกล่าวว่า ในการประชุมครั้งต่อไปจะเสนอเรื่องกรณีนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ดารานักแสดง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกไปพบ เพราะทาง คอป.เห็นว่า เหตุผลในการเรียกพบยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ซึ่งจะนำข้อเท็จจริงไปวิเคราะห์ต่อไป
     นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อ คอป.มีความเห็นให้มีการยกเลิกพันธนาการผู้ต้องขังด้วยโซ่ตรวน ทางกระทรวงยุติธรรมจะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไขแนวทางปฏิบัติว่าจะสามารถเปลี่ยนจากโซ่ตรวนเป็นอุปกรณ์อื่น เช่น กำไลติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์.
 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์