Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

กลัวทำไมกับการเลือกตั้ง?


      อืมมม...ระเบิดที่เก่า-เวลาเดิมอีกแล้วเรอะ ความจริง "ซอยรางน้ำ" นี่ แต่ดั้งเดิมเป็น "จุดสวาท" มากกว่าเป็น "จุดยุทธศาสตร์" เพราะเป็นแหล่งโรงแรมม่านรูด ชาวบ้านร้านค้าย่านนั้นเขาก็อยู่สุขกันดีตลอดมา จนกระทั่งมาเป็นอาณาจักร "คิงเพาเวอร์" นี่แหละ อยู่กันไม่เป็นสุขทั้งซอย เพราะเดี๋ยวระเบิด...เดี๋ยวระเบิด เมื่อกลางดึกคืนวานซืน (๒๖ ส.ค. ๕๓) ก็ล่อเข้าอีกตูม เป็นคำถามว่า "พ.ร.ก.ฉุกเฉินช่วยอะไรได้บ้าง?"
 ผมน่ะ ไม่ได้ย่างกรายไปทางซอยรางน้ำมาเป็นสิบปีแล้ว รู้แต่ว่าเจ้าพ่อคิงเพาเวอร์เขามาสร้างโรงแรมชั้น ๑ ประชันโรงแรมม่านรูดอยู่ในซอยนี้ ก็ยังไม่มีบุญวาสนาได้เหยียบย่างเข้าไปซักที เลยจินตนาการไม่ถูกว่าเขาแขวน "นางกวัก" รุ่นล่อระเบิดไว้ที่หน้าอาคารหรืออย่างไร ระเบิดจึงได้ชุมเหมือนยุง?
 ก็เอาเถอะ อยากจะบอกท่านเจ้าของระเบิด ทั้งที่มาแล้ว และกำลังจะมาว่า หยุดได้แล้ว รู้หรือเปล่าว่า ณ สถานที่แห่งนี้มีบรรดาท่านผู้หลัก-ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเยอะแยะแวะเวียนไป-มาไม่ขาด โดยเฉพาะท่านเนวิน ท่านสุเทพ ใช้ที่นี่เป็นสถานที่ "ขบข้อราชการ" ประจำวัน
 เที่ยวระเบิดสุ่มสี่-สุ่มห้า สะเก็ดกระเด็นไปถูกท่านเข้า แล้วประเทศไทยจะเอาใครมาทำงาน?!
 เอ้า..."นครบาล ๑ พึ่งได้" อยู่ที่ไหน?
 ผมก็เพิ่งเห็นตำรวจยุคนี้แหละที่ขึ้นป้ายแข่งโฆษณาสินค้า ทั้งนครบาลมีพึ่งได้ที่เดียว นอกนั้นทำไมพึ่งไม่ได้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อนร่วมรุ่น "ว่าที่ ผบ.ทบ." ลองตอบหน่อยซิ ตั้งแต่ท่านเป็น ผบช.น.มานี่ ผมไม่เห็นงานอะไรเป็นโล้เป็นพายนอกจาก
 "แหล่งสร้างเงิน" เจริญเติบโตทุกพื้นที่!
 พึ่งได้ หมายความว่าหมดตูด ขอค่ารถกลับบ้านได้อย่างนั้น หรืออย่างไร ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ เคลียร์ให้ชัดนะ เดี๋ยวท่านรองฯ สุเทพย้ายเอาแล้วจะร้องว่า...ผมยังไม่คุ้ม!! 
 ความจริงก็สมควรย้าย เพราะเวียนเป็นผู้บัญชาการมานานแล้ว หมู่นี้ "ข่าวหึ่ง" ไปหมด ผมนั่งอยู่ในรูในเลี้ยวแท้ๆ รหัสลับตัวเลขก็ยังไม่วายลอยมาเข้าหู ว่างๆ จะนำมาขยายให้ฟังว่าในวงการตำรวจเขา "นินทาเจ้านาย" กันด้วยเรื่องอะไร แต่เข้าใจว่าลูกพี่ท่าน "ท่านรองฯ สุเทพ" คงพอได้ยิน
 บันยะ-บันยังไว้บ้าง เดี๋ยวจะพังไปด้วยกันทั้งลูกพี่-ลูกน้อง!
 พูดถึงด้านข่าว ทำไมระยะนี้ จึงพูดกันแต่เรื่องปฏิวัติก็ไม่ทราบ พูดตามหมอดูที่ทำนายทายทักกันมาข้ามปี หรือพูดตามกลิ่นที่คนจมูกไวได้มาใหม่ ผมก็งงๆ อยู่ เพราะด้วยความเชื่อส่วนตัว ถึงวันนี้แล้ว คิดว่า ไม่น่ามีคนหน้าโง่ทำปฏิวัติอีก ปฏิวัติน่ะมันไม่ยากหรอก แต่หลังจากปฏิวัติแล้วน่ะซี
 จะทำยังไงกับอำนาจที่ได้มา?
 นี่ผมพูดถึงการปฏิวัติในความหมาย ลากปืน ลากรถถัง มายึดอำนาจรัฐบาลอย่างที่เข้าใจกัน ซึ่งอย่างนั้นไม่เกิดประโยชน์ แต่ถ้าปฏิวัติสันดาน-ความคิด-ทัศนคติระบบราชการ นักการเมือง และสังคม เออ...อย่างนี้ค่อยน่าปฏิวัติ ถ้าใครคิดทำ ผมขอบอกว่า...อย่าคิด แต่จงลงมือ
 ทำเดี๋ยวนี้เลย!
 ทำโดยคง "กระดอง" ระบบรัฐสภา ในระบอบประชาธิปไตยเอาไว้ แล้วใช้วิสัยทัศน์ ความกล้าหาญบนความมุ่งมั่นด้วยจริงใจ "คิดรูปแบบ" ในการถ่ายอำนาจมาใช้บนความเข้าใจว่า กฎหมายต้องมีเอาไว้ให้เราใช้เป็นเครื่องมือ "ปลดล็อก" เพื่อนำประเทศและสังคมไปสู่สุข ไม่ใช่สร้างกฎหมายขึ้นมาเพื่อบูชา บ้านเมืองถึงทางตายก็ทำอะไรไม่ได้...งอมือ-งอเท้า คิดแค่ว่า...กฎหมายห้าม!
 ทีกฎหมายระบุโต้งๆ ห้ามโกง ห้ามคอรัปชั่น มันยังตะบันโกงจนถึงวินาทีนี้ ในทางกลับกัน กฎหมายไม่ได้ห้ามคนคิดดี-ทำดีให้ชาติบ้านเมือง แต่ทำไมไม่คิดพลิกแพลงเพื่อสร้างคุณประเสริฐให้กับสังคมชาติล่ะ
 กับเรื่องยักเยื้องวิธีลอดช่องกฎหมายหาแดกกันทั้งข้าราชการ ทั้งนักการเมือง ทีอย่างนี้ล่ะก็ ตาแหลม มองทะลุช่องกันดีนัก!
 ประเทศชาติทุกวันนี้ก้าวหน้าไปทางไหนไม่ได้ เพราะคน ๒ ส่วนเท่านั้น คือ ๑.นักการเมือง ๒.ข้าราชการ
 และที่ยังพอเห็นก้าวหน้าไปได้ในทุกวันนี้ ก็เพราะคน ๒ ส่วน คือ ๑.พ่อค้า-นักธุรกิจภาคเอกชน  และ ๒.ข้าราชการ-นักการเมืองบางส่วนที่สุจริต
 ผมไม่ปฏิเสธข้าราชการ นักการเมือง กระทั่งคนภาคเอกชนที่คดในข้อ-งอในกระดูก เพราะนั่นเป็นธรรมดาของสังคมมนุษย์ ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีคละเคล้าอยู่รวมเป็นสังคมชาติ มันเป็นความหลากหลายในเชิง "ดุลถ่วงความดี-ความชั่ว" ให้มนุษย์ติดดินอยู่ได้ ไม่ลอยกลายเป็นเทวดากันไปหมด แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่
 "ตัวนำ"!
 ในกรณีนี้ก็คือ ผู้นำในแต่ละองค์กร โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ตัวนำเหล่านี้แหละถ้าเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ จริงใจ กล้าหาญ มุ่งมั่นเพื่อสังคมชาติ ตัวตามถึงจะชั่ว สุดท้ายก็ต้องกลับตัว นอกจาก...มันอยากตาย
 เพราะอะไร...เพราะตัวนายกฯ เปรียบเหมือนก้าน ผู้นำแต่ละองค์กรเปรียบเหมือนกลีบเลี้ยงดอก  เมื่อก้านแข็ง กลีบเลี้ยงดอกในก้านแข็ง บรรดาข้าราชการ นักการเมือง ตลอดถึงพ่อค้าเอกชนที่เปรียบเหมือนกลีบดอก
 จะบานขยายนอกลู่-นอกทางออกไปจากฐานการควบคุมของกลีบเลี้ยงเหนือคอก้านไปไม่ได้ ยกเว้นกลีบที่ลีบเลว
 ก็ต้องให้มัน...ร่วงไป!
 เขาก็พูดกันว่า ตุลา..ตุลา..ผมถามว่า "ตุลาแล้วทำไม?" เขาก็ว่า ข่าวหนาหู ผมก็ว่า เออ...ปล่อยให้หูมันหนาไปเถอะ เดี๋ยวจะปองร้ายหมายขวัญนายกฯ เดี๋ยวจะปฏิวัติ มันไม่มีหรอก เชื่อผมเถอะ คนคิดน่ะ...มันมี แต่คนทำมันไม่กล้า ผมลองถามเขาว่า...จะปฏิวัติไปเพื่ออะไร? เขาก็ว่า
 เลือกตั้งตอนนี้ก็ยังไม่ได้ จำต้องใช้อำนาจปฏิวัติคุมสถานการณ์ต่อ!?
 เออ..เหตุผลแปลกดีนิ แสดงว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหญ่แล้วเงื่อนไขปฏิวัติที่พูดกันก็จะหมดไป หรืออีกที เกรงว่าถ้าเลือกตั้งใหญ่แล้ว "อำนาจใหม่" จะไม่สามารถควบคุมได้ ฉะนั้น เพื่อความชัวร์ มั่วนิ่ม "ยึดอำนาจ" ไว้ก่อนดีกว่า?
 พูดถึงเลือกตั้ง ในความเห็นผม รูปการณ์ ณ วันนี้ ถ้ารัฐบาลอยากอยู่ครบเทอม ก็อาจอยู่ได้ แต่เมื่องบประมาณผ่านแล้ว เดือนตุลาไปแล้ว ก็น่าเปิดช่องระบาย หาจังหวะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเขาได้เล่นการเมืองในเกมของเขาบ้าง คือ "การเลือกตั้ง" อย่างเร็วก็ต้นปีหน้า ผมมองว่าด้วยแต้มนายกฯ อภิสิทธิ์ตอนนี้
 จับไพ่ขาย่อยกินก่อนได้สบายๆ!
 แต่เท่าที่ฟัง นายกฯ ท่านก็ไม่อยากลากยาวหรอก แต่ท่านห่วงว่า ตอนนี้กติกาการเลือกตั้งยังไม่เรียบร้อย เลือกตั้งก็จะมีปัญหา รอให้อาจารย์สมบัติ ดำรงธัญวงศ์ ที่เป็นหัวหน้าทีมแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทำให้เสร็จเสียก่อน แล้วเลือกตั้งในกติกาใหม่น่าจะดีกว่า
 อย่างนั้นมันดีแน่ แต่ว่า...ชาตินี้ หรือชาติหน้าล่ะ?
 ไอ้ตรงนี้แหละ ตรงที่เกี่ยงกันว่า จะเลือกในกติกาใหม่ หรือเลือกในกติกาเก่าไปก่อน มันจะเป็นทั้งปัญหา และเป็นทั้งเงื่อนไข อารมณ์คนมันจะ "พลิก" สถานการณ์ไปได้ทุกด้าน ทำเป็นเล่นไป
 ผมให้ข้อคิด จะเลือกตั้งกติกาใหม่-กติกาเก่า อย่าแอบคิดด้วยกลัวว่า ถ้าเลือกตั้งแล้ว "เพื่อไทย" จะได้กลับมาเป็นรัฐบาล!
 คิดอย่างนั้นไม่แฟร์ ไม่แฟร์ทั้งกับพรรคเพื่อไทย และทั้งกับประชาชน ในเมื่อพร้อมจะเป็นประชาธิปไตย ประชาชนส่วนใหญ่เขาจะเลือกใคร จะชอบ-ไม่ชอบ ก็ต้องยอมรับ
 เพราะการเลือกตั้งมันแฟร์กับทุกฝ่ายแล้ว ถ้าอ้างว่า ก็...ประชาชนยังไม่รู้อะไร นั่นก็ต้องตอบให้ได้ว่า เป็นความผิดของประชาชน หรือเป็นความผิดของระบบรัฐ และนักการเมือง ภาครัฐ-ปกครองให้ประชาชนโง่ แล้วจะมาอ้างประชาชนไม่รู้อะไร มันเป็นเหตุผลของคนที่โง่กว่า
 ถ้าคนโง่ส่วนใหญ่เลือกได้รัฐบาลของเขา คนฉลาดส่วนน้อยก็ควรเข้าใจว่า ฉลาดที่ทำประโยชน์ให้ "คนส่วนใหญ่" ยอมรับไม่ได้ เขาไม่เรียกว่าฉลาด!
 แต่เรียกว่า...งั่ง
 เพราะโง่แล้วยังโง่กว่า! 
 ทุกพรรค ไม่ว่าประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย หรือพรรคไหนๆ อย่าให้คะแนนพรรคตัวเองว่าดีกว่าพรรคอื่นเขา ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ให้คะแนน ถ้าชาวบ้านเห็นว่าประชาธิปัตย์ดีกว่า เขาก็ต้องเลือกประชาธิปัตย์ แต่ถ้าเขาเห็นว่าเพื่อไทยดีกว่า เขาก็ต้องเลือกเพื่อไทย
 ฉะนั้น จะเลือกเมื่อไหร่ กติกาไหน ถ้าดีจริง...ไม่ต้องกลัว!
 เหมือนนักมวย เก่งจริง ชกมันได้ทุกเวที จะชกแต่ราชดำเนิน หรือลุมพินี เพราะหวังมีคนคอยตีระฆังช่วย ถ้าคิดอย่างนั้น ไปว่าใครห่วย เรานั่นแหละห่วยกว่า
 ถ้าภาครัฐ คือระบบราชการแข็งเป็นกระดูกสันหลังให้ประเทศ นักการเมืองมันโกงชาติ หรือเปลี่ยนชาติ-เปลี่ยนระบบ ระบอบไม่ได้หรอก แต่ทุกวันนี้ระบบราชการมันคลานไปอยู่ใต้ตีนนักการเมือง บ้านเมืองจึงตกอยู่ในอันตรายในภาวะ "นักการเมือง" จ้องขายชาติ แต่ข้าราชการก็ดี นักการเมืองก็ดี มีชีวิตอยู่ได้จาก "ประชาชน" ฉะนั้น พิสูจน์ใจประชาชน "ทั้งชาติ" ซักทีจะเป็นไง จะได้รู้กันไป ณ วันนี้...คุณ...คุณ...คุณ และคุณ
 ต้องการยังไงกับชาติ?
 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์