Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ ชุมชนเข้มแข็ง ประเทศไทยยั่งยืน


้วยเหตุผลที่การเมืองบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร  มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการเหลื่อมล้ำในสังคมขึ้นมา  เป็นตัวแทนสร้างความชอบธรรมเรียกร้องให้รัฐบาล ยุบสภา  หรือเป็นเพราะเกิดปรากฏการณ์ ชุมชนสีลม ลุกขึ้นมาปกป้องมิให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปครอบครองยึดพื้นที่แบบเดียวกับที่ถนนราชประสงค์ต้องประสบชะตากรรมมาเป็นเวลานานเกือบเดือนก็ตาม

ผมสังเกตเห็นว่า การประชุมเครือข่ายสถาบันทางปัญญา ปฏิรูปประเทศไทยเพื่อสุขภาวะของคนไทยครั้งที่ 31 ภายใต้หัวข้อ ทศวรรษการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นเมื่อบ่ายวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมามีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมเสวนาด้วยมากเป็นพิเศษ ทำเอาห้องประชุมที่ศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์แน่นขนัด ถึงกับต้องเสริมโต๊ะเก้าอี้กันเลยทีเดียว

ประเด็นเกี่ยวกับ ตัวบุคคล  หรือคณะทำงานที่นำเสนอการศึกษาและรายงานในเรื่องดังกล่าว น่าจะเป็นตัวแปรรอง แม้จะมีชื่อของ  คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์   ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ นายสมพร ใช้บางยาง  รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้คนอยากรู้อยากฟัง

อย่างน้อยที่สุด  ปฏิเสธไม่ได้ว่า  การตั้งหน้าตั้งตาและตั้งใจของเครือข่ายสถาบันทางปัญญาเพื่อการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้น่าอยู่ที่สุดในโลก  มีแนวคิดตาม ตุ๊กตา  หรือโจทย์ที่ราษฎรอาวุโส ศ.นพ.ประเวศ วะสี  ได้นำเสนอหรือจุดประกายความคิดไว้เบื้องต้นว่า  ปัญหาของประเทศไทยเป็นเสมือนภูเขาลูกใหญ่ หากจะขยับเขยื้อนภูเขาลูกนี้ให้ไปสู่เป้าหมายก็ต้องสร้างฐานรากให้แข็งแกร่ง หรือสร้างเจดีย์ขยับภูเขานั่นเอง

เจดีย์หรือสามเหลี่ยมขยับภูเขา  ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนกระบวนทรรศที่เคยปฏิบัติกันมาตลอด  ยกเลิกวิธีคิดวิธีทำที่ส่วนกลางไปกำหนดวิถีชีวิตหรือการดำรงอยู่ของท้องถิ่น  แต่จำเป็นอย่างยิ่งต้องให้ท้องถิ่นหรือชุมชนลงมือคิดและทำตามภูมิปัญญาที่เคยสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ  โดยส่วนกลางหรือรัฐเพียงแต่ส่งเสริมเครื่องมือ  พัฒนาองค์ความรู้เท่านั้น

เสมือนหนึ่งสร้างฐานเจดีย์ให้มั่นคง ลงเสาหลักให้แน่นหนา จากฐานสู่ยอด มิใช่จากยอดลงมาที่ฐานเฉกเช่นที่แล้วๆมาอีกต่อไป

การทำให้ชุมชนเข้มแข็งก็คือการเริ่มกระบวนการพัฒนาจากฐานราก

ตัวอย่างความเข้มแข็งของชุมชน  ช่วยสร้างคุณูปการอะไร  แค่ไหน เพียงใด  เชื่อว่าทุกคนได้ประจักษ์แจ้งแก่สายตา  ท่ามกลางสถานการณ์ความร้อนแรงระอุทางการเมืองในวันนี้

นอกจากนั้นคำให้สัมภาษณ์ล่าสุด สดๆ ร้อนของรองปลัดกระทรวงมหาดไทย  นายสมพร ใช้บางยาง เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมาก็ยิ่งตอกย้ำว่า 

ชุมชนเข้มแข็งเป็นทางออกสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน    

นายสมพรระบุว่า  ตอนนี้สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาความขัดแย้ง แตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีระบบทุนนิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง จนทำให้สังคมขาดความเข้มแข็ง กลายเป็นสังคมอารมณ์ เพราะคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ขาดความเสมอภาค ขาดคุณธรรม การแก้ไขปัญหาวิกฤตดังกล่าว ต้องมองว่าจะทำอย่างไรให้ท้องถิ่นเกิดความเข้มแข็ง  การปลุกจิตสำนึกให้กับชุมชนเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะต่อไปชุมชนจะสามารถทำหน้าที่เป็นเหมือนโรงเรียนฝึกประชาธิปไตยได้     

ครับ..ผมเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์  แม้ใครจะตั้งข้อสังเกตว่า  รัฐบาลได้มีการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญแล้ว..เป็นไง?!?  องค์การบริหารส่วนตำบล  องค์การบริหารส่วนจังหวัด  กลายเป็นกลุ่มอิทธิพลใหม่ คอรัปชั่นกันเป็นขบวนการ  ถลุงงบประมาณแผ่นดินกันเป็นว่าเล่น

ความมั่นใจว่าชุมชนเข้มแข็งคือทางออกนั้น ไม่ใช่เพราะจากปากของรองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่คลุกคลีกับชาวบ้านมาทั้งชีวิตเท่านั้นครับ  แต่การสัมผัสชาวบ้านที่มีความเข้มแข็งในชุมชนของตัวเองหลายๆแห่งในภาคอีสานที่ยึดการดำรงชีวิตตามพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง ก็เป็นเหตุผล  หรือตัวอย่างการแสดงออกของชุมชนนางเลิ้ง  ชุมชนสีลม ชุมชนสวนหลวงร.9  ต่อปัญหาร้อนๆในขณะนี้ก็เป็นอีกแรงที่ส่งเสริมสนับสนุนความเชื่อมั่นได้อย่างดี

ยิ่งผนวกกับการแสดงความเห็นของ นายกิตติ  กิตติโชควัฒนา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาในการประชุมเรื่องทศวรรษการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นครั้งนี้  ก็ยิ่งเห็นว่า  เดินให้ถูกทิศถูกทางการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทย ต้องเดินตามโจทย์ว่าด้วยการสร้างฐานเจดีย์ให้เป็นปึกแผ่นด้วยประชาชนในแต่ละท้องถิ่น

เพราะท่านกล่าวว่า  ผู้ว่าฯมา ผู้ว่าฯดี  เดี๋ยวเดียวก็ไป แต่การสร้างจิตสำนึกให้กับชาวบ้าน ให้รู้จักปกป้องผลประโยชน์ของพื้นที่  เสียสละเพื่อชุมชน ก็จะเป็นตัวบังคับไม่ให้ข้าราชการหรือรัฐออกนอกลู่นอกทาง ที่สำคัญชุมชนจะเป็นตัวคอยขับเคลื่อนให้นโยบายเป็นไปตามโครงสร้างหรือแนวทางที่ท้องถิ่นปรารถนา

ครับ..มันก็เหมือนนักการเมืองมา  เดี๋ยวก็ไป  ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า  แต่ชุมชนต่างหากที่จะต้องเดินต่อไปไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกอบจ. นายกอบต. ผู้ใหญ่  นายอำเภอ หรือกระทั่งนายกรัฐมนตรี 
 
         แล้วทำอย่างไรล่ะ?!? ชุมชนจะเข้มแข็ง

คำตอบมอยู่ในแต่ละชุมชนนั่นแหละ !

เพราะแต่ละชุมชนมีวิถีชีวิต  มีสภาพแวดล้อม  มีความต้องการที่แตกต่างกันไป 

คนในชุมชนจะต้องกำหนด และระดมสมอง  รวบรวมความคิดด้วยตนเอง ในขณะที่เครื่องมือรัฐเป็น ตัวช่วย เท่านั้น

งานของคณะกรรมการที่ลงไปศึกษาการสร้างเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน ก็เดินตามแนวคิดของหมอประเวศ วะสี นั่นคือ  ส่งเสริมเรื่องดีๆของชุมชนที่มีอยู่แล้ว  ผลักดันให้กลไกรัฐทำงานเอื้อประโยชน์และสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน  ซึ่งการสร้างผู้นำที่ดี และเก่งก็เป็นหัวใจในการทำให้ชุมชนเข้มแข็ง

ส่วน 10 ปีหรือ ทศวรรษนับจากนี้ไป ฝันของการเห็นชุมชนเข้มแข็งจะเป็นจริง  เพื่อพิสูจน์ตรรกะที่ว่า  ชาวบ้านกินดีอยู่ดี ได้รับความเป็นธรรมและเท่าเทียม  ก็จะไม่เกิดภาพม็อบ  เหตุการณ์ความรุงแรง สร้างความรู้สึกเจ็บปวด บอบช้ำไปทั่ว ผมขอยืมคำพูดอาจารย์หมอประเวศ มาบันทึกไว้ท้ายนี้ว่า

อย่าเพิ่งตาย(ก่อน)นะครับ  ...

 

นายใฝ่ฝัน  ปฏิรูป

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์