Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

วอล์กเอาต์ยูเนสโก! ถือหางเขมร/ไทยขู่ไม่สังฆกรรม


  รัฐบาลไทยเปิดศึกยูเนสโก ขู่วอล์กเอาต์ไม่ร่วมสังฆกรรมหากไม่ยอมรับฟังเสียงของประเทศไทย ประชุม ครม.เครียด ซัดเจ้าอาณานิคมต้องการไถ่บาป สุดท้ายให้อำนาจ "สุวิทย์" ถอนตัวได้ทันทีถ้าเสียเปรียบ "อดุล" หนุนเลิกเป็นภาคี "มาร์ค" สั่งกลาโหมเฝ้าระวังชายแดนเขมรเป็นพิเศษ
     ขณะที่มีการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกที่กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เพื่อพิจารณาการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และการที่กัมพูชาเสนอแผนเพื่อการพัฒนาที่มีการรวมเอาพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร พบว่ามีความเคลื่อนไหวในประเทศไทยอย่างคึกคัก ขณะที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโกมีการแถลงท่าทีล่าสุดออกมาเช่นกัน
     ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโกออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ เรียกร้องให้มีการร่วมหารือเรื่องการคุ้มครองปราสาทพระวิหาร
     เนื้อหาระบุว่า ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก นางไอรินา โบโกวา ได้เรียกร้องให้มีการหารือในการคุ้มครองปราสาทพระวิหาร และเน้นย้ำถึงบทบาทของอนุสัญญามรดกโลกปี พ.ศ. 2515 ในฐานะสื่อกลางเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ
     นางไอรินา โบโกวา แสดงความคิดเห็นหลังการประท้วงหน้าสำนักงานองค์การยูเนสโกกรุงเทพฯ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกที่กรุงบราซิเลีย  (ประเทศบราซิล) เพื่อพิจารณาการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหาร (ประเทศกัมพูชา) ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี พ.ศ. 2551
     ในการพบปะกับตัวแทนจากทั้งประเทศไทยและกัมพูชา นางโบโกวาได้เน้นย้ำถึงความห่วงใยแรกที่คณะกรรมการมรดกโลกมี นั่นคือการคุ้มครองและส่งเสริมมรดกโลกของพวกเรา ด้วยความเคารพและปราศจากอคติ ที่มีต่ออำนาจอธิปไตยของประเทศสมาชิก หรือต่อการอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอาณาเขต
     "การคุ้มครองและส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติของพวกเรา  หมายความถึงการสร้างสันติภาพ ความเคารพ และความสามัคคี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของภารกิจขององค์การยูเนสโก นี่คือความรับผิดชอบหลักที่มีความเข้าใจตรงกัน คือการให้มรดกโลกเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพการร่วมหารือ และความปรองดองซึ่งกันและกัน" นางโบโกวากล่าว
     ที่ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานให้ทราบว่า ทางกัมพูชาได้นำส่งเอกสารและนำส่งร่างมติที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก สำหรับรายละเอียดร่างมติของกัมพูชาแม้ตนจะไม่เห็นตัวรายงานของกัมพูชาในรายละเอียดทั้งหมด 
     โดยสรุปยังมีอยู่หลายจุดที่ทำให้เรายอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะการแนบแผนผังหรือแผนที่เข้ามาสู่การพิจารณา แม้ในรายงานกัมพูชาจะยอมรับว่า การจัดส่งแผนที่ที่เป็นข้อยุติในการบริหารจัดการ แผนทั้งหมดไม่สามารถทำได้ เพราะจะต้องทำการจัดหลักเขตแดนตามแนวทางที่กำหนดไว้ในเอ็มโอยู ปี 2542 ที่มีเจบีซีดำเนินการในเรื่องนี้อยู่
    เขากล่าวว่า  โดยรวมแล้วเรายืนยันจุดยืนเดิม และ ครม.ได้ย้ำมติให้ทางรัฐมนตรีสุวิทย์ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐบาลไทย เดินหน้าในการที่จะคัดค้านการนำเข้าสู่วาระการพิจารณา หากนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาจะต้องมีการแสดงการคัดค้านอย่างชัดแจ้ง ถึงสิ่งที่ประเทศไทยไม่สามารถที่จะยอมรับได้ในส่วนของการดำเนินการของคณะกรรมการมรดกโลก และหากไม่รับฟังเสียงของประเทศไทย และมีความพยายามที่จะให้มีการลงมติโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของไทย เราก็คงไม่เข้าร่วมในการที่จะไปลงมติ

"มาร์ค"แข็งกร้าว
     "ถ้าไม่ฟังเสียง  หรือเหตุผลของประเทศไทย และถ้ามีการลงมติไปในลักษณะซึ่งทำให้มีการดำเนินการสืบเนื่องมาและกระทบต่อสิทธิต่อประเทศไทย ก็จะไม่ยอมรับ เพราะไม่สามารถให้ความร่วมมือได้ จำเป็นต้องแสดงออกเพื่อปกป้องอธิปไตยของเรา"
     นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตัวมติเองไม่อาจมีผลได้ในเรื่องของเส้นเขตแดนอยู่แล้ว และรายงานกัมพูชาก็ยอมรับอยู่แล้ว เพราะมีการอ้างถึงเอ็มโอยูอย่างที่ว่า อย่างไรก็ตามหากมีการอ้างมติคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อที่จะบริหารจัดการพื้นที่รอบๆ และมาเกี่ยวข้องพื้นที่ที่เป็นอธิปไตยของไทย อันนี้เราก็ยืนยันว่าต้องได้รับการอนุญาตจากเรา ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการใดๆ ที่จะมากระทบอธิปไตยของเราได้
     "ถ้าการที่เราไม่ร่วมมือในตรงนี้มีปัญหา เราก็จะพิจารณาในการทบทวนเป็นภาคีของมรดกโลก ซึ่งมติทั้งหมดได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแจ้งประธานคณะกรรมการมรดกโลกทราบก่อนการประชุมในวันพฤหัสฯ นี้" นายกฯ กล่าว
     ถามว่า แผนการบริหารจัดการพื้นที่ตามที่กัมพูชาเสนอเท่าที่เห็นเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตัวร่างที่ตนเห็นกัมพูชาจะเน้นทางทิศใต้ตัวปราสาทเป็นหลัก แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่ว่า ตัวแผนผังหรือตัวแผนที่มันจะไม่ค่อยมีความชัดเจนในเรื่องของขอบเขตต่างๆ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เรายอมรับตรงนี้ไม่ได้ โดยพยายามจะบอกว่าทิศเหนือกับทิศตะวันตกเขาจะไม่กำหนดให้อยู่ในโซนการบริหารจัดการเลย แต่กระนั้นในร่างของมติได้พยายามที่จะเขียนถึงพื้นที่นี้ว่า ขอให้ไทยร่วมมือกับทางกัมพูชา ซึ่งเราเห็นว่าอันนี้ยังไม่ถูกต้อง
     ซักว่าจะส่งผลประโยชน์อย่างไรบ้างหากไทยไม่ได้เป็นสมาชิกภาคีในคณะกรรมการมรดกโลกแล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เบื้องต้นการทบทวนการเป็นภาคีต้องมาพิจารณาผลกระทบที่ตามมาอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าถามผลกระทบว่าถ้าเกิดถอนตัวไปแล้วเกิดอะไรขึ้น การถอนตัวต้องมีขั้นตอนคือ ต้องแสดงเจตนารมณ์เป็นลายลักษณ์อักษร ขั้นตอนของเราต้องผ่านกระบวนการของสภาด้วย ประการที่สอง เมื่อแสดงเจตนารมณ์แล้วกว่าจะมีผลก็เกือบ 12 เดือน ซึ่งยังมีผลผูกพันในเรื่องของค่าสมาชิก และเรื่องต่างๆ ผลกระทบถ้าเราถอนตัวจริง เราจะไปขึ้นทะเบียนสถานที่ต่างๆ ของเราเป็นมรดกโลกเพิ่มเติมไม่ได้ และสถานะของมรดกโลกถ้าขึ้นทะเบียนไปแล้ว ถ้าจะได้รับการช่วยเหลือจากตัวองค์กรก็คงจะไม่ได้
     "ผมคิดว่าสิ่งที่เราแสดงออกขณะนี้คือเราไม่เห็นด้วยกับวิธีการการดำเนินการของคณะกรรมการมรดกโลก ที่ดูจะไม่เคารพเจตนารมณ์ของตัวก่อเหตุ เรามองไม่เห็นว่าการส่งเสริมอนุรักษ์สิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม แต่นำไปสู่ข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง แม้กระทั้งความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น มันจะเป็นไปตามแนวทางการส่งเสริมให้คนได้ประโยชน์จากสิ่งที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างไร"
     นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า  เราเห็นมาตลอดว่ามีความพยายามในการเอื้อต่อการขึ้นทะเบียนหรือการอนุมัติแผน ทั้งๆ ที่ไม่เป็นไปตามกฎกติกา หลักเกณฑ์ ตั้งแต่ปี 2551 ทั้งนี้จะเห็นว่าการส่งเอกสารไม่ได้เป็นไปตามกติกาตามที่คณะกรรมการมรดกโลกกำหนดไว้เอง ทั้งนี้ เราจะพยายามจนถึงที่สุด เพื่อให้เขาเห็นเหตุผล และให้เลื่อนการพิจารณาหรือพิจารณาไปทางอื่น หากยังยืนยันที่จะเดินทางไปแนวทางนี้ สิ่งที่เราต้องยึดคือหลักอธิปไตยของเรา ส่วนผลกระทบที่ตามมา ถ้าจำเป็นต้องทบทวนในเรื่องการเป็นภาคี หากจำเป็นก็ต้องทำ
     ถามว่าสมาชิกประเทศที่เป็นกรรมการมรดกโลกมีสิทธิจะบีบหรือกดดันไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้ามาบีบเราก็ต้องทบทวนการเป็นภาคีมรดกโลกและยูเนสโกเราต้องแสดงจุดยืนไป

สร้างสันติภาพไม่ใช่ขัดแย้ง
     "อยากจะเรียกร้องให้ทุกคนได้คำนึงถึงเจตนารมณ์ขององค์กรนี้ที่จะต้องส่งเสริมเรื่องสันติภาพ วัฒนธรรม ไม่ใช่เป็นองค์กรที่จะสร้างความตึงเครียดความขัดแย้ง และควรจะเก็บเกี่ยวบทเรียน เพราะในอดีตจะเห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หรือไปตัดสินในสิ่งที่ยังมีปัญหาความละเอียดอ่อน เรื่องของอธิปไตย ข้อขัดแย้ง สุดท้ายจะเป็นการขยายความขัดแย้งมากกว่าที่จะเป็นช่องทางการแก้ปัญหา" นายกฯ กล่าว
     เมื่อถามว่า จะทำให้ไม่สามารถหยุดยั้งสงครามระหว่าง 2 ประเทศได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราต้องหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว และเชื่อว่ากัมพูชาก็ต้องหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกับไทย ฉะนั้นดีที่สุดคือ อย่าไปดำเนินการอะไรที่เป็นการละเมิดอธิปไตย  
     ถามว่า กำลังที่ดูแลบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเพียงพอหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ของเรามีกำลังอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเรื่องกำลังต้องมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่องตามกรอบการเจรจา ซึ่งปัจจุบันรอความเห็นชอบจากสภาอยู่ ที่จะให้ความเห็นชอบบันทึกการประชุมครั้งที่แล้ว ขอยืนยันว่าพร้อมที่จะรักษาอธิปไตย
     นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังของกองทัพในการดูแลรักษาอธิปไตยของประเทศได้เตรียมไว้อย่างพร้อมเพรียงตลอดเวลา ตนให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนได้ว่าทางกองทัพปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาอธิปไตยของประเทศด้วยความเข้มแข็ง
     "เราปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านด้วยสันติ มีอะไรที่สามารถพูดคุยกันได้ เจรจากันได้เราก็อยากจะทำ" รองนายกฯ กล่าว
     นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสุวิทย์ได้โทร.หาเมื่อเวลา 02.00 น. วันพุธ แสดงความกังวลว่ากรรมการมรดกโลกหลายประเทศจะเดินหน้าต่อ แต่หวังว่ามติ ครม.ที่กำลังมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศร่างและเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมจะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งเราจะประท้วงในทุกเรื่องที่เราไม่เห็นด้วย แม้เสียงในตอนนี้เราอาจจะไม่ได้เปรียบมากนัก เพราะประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่ค่อนข้างเอนเอียงไปทางกัมพูชา เพราะเขาอยากมาพัฒนาพื้นที่มรดกโลก เนื่องจากประเทศเหล่านี้เคยไปก่อสงครามทำลายมรดกโลกในประเทศต่างๆ ไว้เยอะ ตอนนี้เลยอยากเข้ามาฟื้นฟู 
     ซักว่า มีมาตรการหลังจากการถอนตัวจากภาคีมรดกโลกหรือไม่ นายปณิธานกล่าวว่า ทางการไทยคงจะมีมาตรการในการรักษาสิทธิ ซึ่งมาตรการเหล่านี้เราจะแสดงสิทธิต่างๆ ที่เป็นของเรา โดยจะเป็นมาตรการจากเบาไปหาหนัก เช่น การประท้วง การเรียกทูตเข้ามาพบ การทำเครื่องหมายรักษาสิทธิ์โดยการปักธงในพื้นที่ หรือการคงกองกำลังทหารไว้ และการบริหารจัดการคนที่เข้ามารุกล้ำพื้นที่ ซึ่งสามารถทำได้หลายแบบ แต่ยืนยันว่ารัฐบาจะไม่ใช้ความรุนแรง
     นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายสุวิทย์ได้ส่งแฟกซ์เอกสารขอให้ ครม.มีมติแสดงท่าทีจุดยืนของรัฐบาลไทยมาตั้งแต่เมื่อตี 2 ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม ครม.ได้มีมติว่าให้ดำเนินการคัดค้านแผนการบริหารจัดการปราสาทพระวิหารที่กัมพูชาเสนอ โดยถ้ามีแนวโน้มว่าจะโหวตแล้วแพ้ ก็จะให้นายสุวิทย์ในฐานะตัวแทนฝ่ายไทยแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่าไทยคัดค้านและอาจต้องวอล์กเอาต์ ไม่ร่วมลงมติด้วย และออกมาแถลงท่าทีของรัฐบาลไทย และให้ รมว.การต่างประเทศแจ้งจุดยืนท่าทีของไทยที่ไม่เห็นด้วยนี้ไปยังประธานยูเนสโก ที่สำนักงานใหญ่ที่ฝรั่งเศส และประธานที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่บราซิล

ครม.ประชุมเครียด
     รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.เผยว่า ที่ประชุมได้มีการหารือกันอย่างเคร่งเครียดและใช้เวลานานมากเป็นพิเศษ โดยนายอภิสิทธิ์ได้แจ้งกับที่ประชุม ครม.ว่า ขณะนี้นายสุวิทย์ได้รายงานตรงถึงตนเองตลอดเวลานับแต่ออกเดินทางไปที่บราซิล โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของกัมพูชา โดยนายสุวิทย์ได้บอกกับตนว่าท่าทีของไทยเรื่องนี้ควรที่ไทยจะถอนตัวออกจากที่ประชุม
     หลังจากนายอภิสิทธิ์แจ้งเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีแต่ละคนแสดงความคิดเห็น ซึ่งก็มีรัฐมนตรีหลายคนแสดงความคิดเห็น
     ซึ่งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม แสดงทัศนะไว้ว่า เท่าที่ได้ติดตามเรื่องคิดว่ากัมพูชาไม่ได้ต้องการให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่วัตถุประสงค์ที่กัมพูชาต้องการคือดินแดนที่เป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชามากกว่า และไม่แน่ใจในท่าทีของยูเนสโก เนื่องจากไม่ตอบสนองหรือยืนข้างประเทศไทย และเรื่องนี้ถึงท้ายที่สุดเราต้องยึดหลักอธิปไตยของประเทศเป็นสำคัญ
     รายงานแจ้งด้วยว่า จากนั้นนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ แสดงความเห็นว่าองค์กรระหว่างประเทศไม่ค่อยให้ความเป็นธรรมกับไทย ไม่โปร่งใส จึงก่อให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งโดยปกติแล้วเรื่องแบบนี้ต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นเสียก่อนถึงค่อยนำเสนอแผนการบริหารพื้นที่ แต่การที่ไทยจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกภาคียูเนสโกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมื่อทำหนังสือไปแล้วต้องใช้เวลาอีก 1 ปีกว่าที่การถอนตัวดังกล่าวจะมีผล 
     หลังอภิปรายกันอย่างหนัก แสดงความคิดเห็นกันหลายคน ที่ประชุมจึงเสนอแนวคิดให้ไทยถอนตัวจากการเป็นภาคีสมาชิกของยูเนสโกเสียเลย และในการประชุมที่บราซิลก็ควรที่ไทยจะต้องเปลี่ยนที่นั่งจากผู้เข้าร่วมประชุมมาเป็นผู้สังเกตการณ์แทน หรือให้วอล์กเอาต์เพื่อแสดงการประท้วง หรือไม่ร่วมโหวตใดๆ แต่ถ้าหากประเทศไทยจะประกาศถอนตัวหรือจะอยู่ต่อ ก็ควรต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าจะร่วมกิจกรรมกับยูเนสโกต่อหรือจะถอนตัวออกมาเลย แต่รัฐมนตรีหลายคนก็ท้วงว่าถ้าไม่ถอนตัว แต่ยังคงรักษาสิทธิ์ในที่ประชุมของยูเนสโกอยู่ ก็ยังมีสิทธิ์ในการแสดงความเป็นเจ้าของดินแดนข้อพิพาทอยู่      จากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จึงถามในที่ประชุมว่าการถอนตัวหรือคงอยู่ในการเป็นภาคียูเนสโกมีผลดีหรือผลเสียอย่างไร นายอภิสิทธิ์จึงสรุปว่าเรื่องนี้ทางออกมี 3 แนวทางที่รัฐบาลยึดถือคือ มติ ครม.ยังคงยืนยันว่าไม่ยอมรับและคัดค้านแผนพัฒนาเขาพระวิหารของกัมพูชา แต่ว่าการที่จะพิจารณาว่าจะทำอย่างไรจะประชุมต่อหรือจะวอล์กเอาต์อยู่ที่ดุลยพินิจของนายสุวิทย์ และไทยจะพิจารณาทบทวนการเป็นภาคีของยูเนสโก และภายในวันนี้ ครม.จะต้องแจ้งท่าทีและความจำนงของรัฐบาลไปยังสำนักงานยูเนสโกที่ฝรั่งเศสและบราซิล
     นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังได้สั่งให้นายกษิตทำหนังสืออย่างเป็นทางการในนามกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแสดงท่าทีดังกล่าวไปยังการประชุมยูเนสโกที่บราซิล รวมถึงสำนักงานที่ฝรั่งเศส ว่ารัฐบาลไทยไม่ยอมรับกับแผนพัฒนาพื้นที่เขาพระวิหารของกัมพูชา ด้วยเหตุว่าหากยูเนสโกให้การยอมรับแผนดังกล่าวจะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงและความตระหนกกับคนในประเทศอย่างมาก
     นายกฯ ยังได้แสดงความเป็นห่วงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จากกรณีข้อพิพาทดังกล่าว โดยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพื่อเชื่อว่าจากกรณีนี้มีปัญหาตามมาแน่บริเวณชายแดน

ชายแดนยังปกติ
     พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ในพื้นที่ที่กองทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบสถานการณ์โดยทั่วไปหรือโดยรวมยังเป็นปกติอยู่ และยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ กัน ขณะนี้เหตุการณ์ยังเป็นปกติ
     "ความสัมพันธ์ในพื้นที่ของทหาร 2 ฝ่ายก็ยังเหมือนเดิม เรายังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อย่างไรก็ตาม เรื่องต่างๆ นี้เป็นเรื่องของรัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเราก็เข้าใจดี ฉะนั้นก็ขอให้เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะเจรจาตกลงพูดคุยหรือจะกำหนดนโยบายอะไรอย่างไร ฝ่ายทหารก็เป็นเพียงผู้ดูแลรักษาอธิปไตยของประเทศชาติเท่านั้น เราจะไม่ให้มีการสูญเสียดินแดนใดๆ ทั้งสิ้นตามคำกล่าวอ้าง" พล.ท.วีร์วลิตกล่าว
     ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทยและอดีตคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ สนับสนุนรัฐบาลพิจารณาทบทวนการเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลก แต่ต้องชี้แจงเหตุผลในการประกาศท่าทีนั้นๆ เพื่อแสดงจุดยืนให้ประชาคมโลกได้รับรู้ว่าแผนบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารของกัมพูชาจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอธิปไตยของไทยอย่างไรบ้าง
     เขาบอกว่าสถานการณ์ขณะนี้อาจไปถึงขั้นที่รัฐบาลไทยจำเป็นต้องประกาศยกเลิกการร่วมเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลก เนื่องจากยูเนสโกมีทีท่าเอื้อประโยชน์ต่อทางการกัมพูชามาโดยตลอด อาทิ กรณีการเปิดเผยเอกสารรายละเอียดแผนบริหารจัดการของกัมพูชาล่าช้า ทั้งที่มีผลทำให้ไทยเสียเปรียบ ทั้งนี้ การที่ไทยยึดถือเรื่องความเป็นอธิปไตยเป็นสิ่งที่ดี เพราะการจะเอาดินแดนของไทยไปเข้าแผนบริหารจัดการของกัมพูชาเป็นเรื่องใหญ่ที่เรายอมไม่ได้ และหากยูเนสโกยังมีท่าทีเกื้อกูลกัมพูชาต่อไป รัฐบาลไทยต้องปฏิเสธการเข้าร่วมคณะกรรมการร่วม 7 ประเทศที่ตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนด้วย
     ขณะที่ นายปองพล อดิเรกสาร อดีตประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก แย้งว่า เคยเห็นแผนการจัดการของกัมพูชาก่อนคัดค้านหรือยัง และจะคัดค้านประเด็นไหน ที่ผ่านมาปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชาเรื่องนี้ก็เริ่มด้วยความไม่ปรองดอง ขณะเดียวกันนายสุวิทย์ก็ไม่เคยพูดชัดเจนก่อนประชุมว่าได้เตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง ไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งที่เป็นเรื่องที่คนไทยควรรู้ ฉะนั้นก่อนจะคัดค้าน ควรแสดงบทบาทด้านการทูตและการเจรจากับคณะกรรมการให้มากกว่าตีโพยตีพาย.

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์