วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

เอกภาพ รัฐบาล ทหาร ตำรวจ ในสมรภูมิเสื้อแดง


   รัฐบาลพยายามชี้แจงเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  และอนุมัติให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยว่า  เพื่อกำหนดแผนงานและมาตรการในการป้องกัน  ระงับ  ยับยั้ง  เหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี  ที่อาศัยเหตุจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง  รวมถึงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ  ไม่ได้ตื่นตูม  หรือทำอะไรที่เกินกว่าเหตุ  จนทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย

     ในขณะเดียวกัน  รัฐบาลพยายามอธิบายว่า  การประกาศใช้กฎหมายนี้จะเป็นประโยชน์มากกว่าในการประกันความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมา  ซึ่งถ้าสถานการณ์พัฒนาไปสู่จุดนั้นความเสียหายต่อประเทศชาติในแง่ภาพลักษณ์  เศรษฐกิจ  การลงทุนยิ่งย่ำแย่กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  เพราะรัฐบาลหวังว่าเงินที่กำลังจะลงไปจะส่งผลในการกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัว  และสร้างผลงาน  ความพึงพอใจให้กับประชาชนในภาพรวมได้  ตามที่ตั้งใจไว้ในช่วงเวลานี้

     นายกรัฐมนตรี  ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  ได้กำชับกับนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยว่า  ต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่มาชุมนุม  และเน้นการเจรจาพูดคุยทำความเข้าใจเป็นหลักก่อน  อีกทั้งมาตรการและแผนงานต้องไม่เป็นเงื่อนไขให้กลุ่มเสื้อแดงมาใช้ปลุกระดมให้จำนวนผู้มาชุมนุมมากขึ้น  หรือกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง  จนซ้ำเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

     นั่นแสดงว่า  รัฐบาลพยายามอธิบายว่าการประกาศใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวไม่ได้เป็นการกระตุ้น  หรือสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง  แต่เป็นการป้องกัน  ป้องปราม  ไม่ให้เกิดสถานการณ์บานปลาย  อาจเป็นเพราะการประเมินสถานการณ์ภาพรวมของกลุ่มผู้ชุมนุม  และผู้เสียประโยชน์จากการบริหารงานของรัฐบาล  ภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์  น่าจะมีน้ำหนักที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรงได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ความแตกแยกในกลุ่มเสื้อแดงเองที่กระจัดกระจาย  ขัดแย้งในแนวคิด  และไม่มีเอกภาพในการบริหารควบคุม

     ในทางกลับกัน  พระราชบัญญัติฉบับนี้  มีกลไกในการออกแบบองค์กรบริหารจัดการ  เจ้าพนักงาน  และบริหารแผนให้เกิดประสิทธิภาพ  โดยฝ่ายบริหาร  คือรัฐบาลมีอำนาจสูงสุดในการสั่งการ  ตัดสินใจ  คือรับทั้งผิดและชอบในการปฏิบัติการ  แต่ก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ  เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้ง  ไม่ลงรอยระหว่างรัฐบาล  ทหาร  และตำรวจ  ในประเด็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่  ที่เกี่ยวพันกับตัวละครในศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย  ที่จะส่งผลให้การทำงานระหว่างส่วนบริหารและส่วนปฏิบัติ  มีความเป็นเอกภาพหรือไม่ 

     แม้นายสุเทพ  ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์  จะยืนยันว่าการแถลงร่วมกันทั้งฝ่ายบริหาร  ทหาร  และตำรวจ  คือการแสดงให้เห็นว่าการทำงานจะเป็นไปด้วยความเป็นเอกภาพ  อีกทั้งพลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา  ผู้บัญชาการทหารบก  ก็เห็นพ้องต้องกันว่าในสภาวะขณะนี้  บ้านเมืองต้องการความสงบเรียบร้อย  ไม่มีโอกาสให้เกิดภาวะความวุ่นวายขึ้นมาอีก  เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่เกิดปัญหาในขณะนี้  ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้รัฐบาลและทุกฝ่ายร่วมมือในการฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจไปให้ได้

     ดังนั้น  การใช้กฎหมายความมั่นคง  ใจกลางเมืองครั้งนี้รัฐบาลเห็นว่าคุ้มค่า  และมองว่าอยู่ที่การอธิบายความให้ประชาชนเข้าใจว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อวิถีชีวิต  เพราะปัญหาจากสภาวะไร้การควบคุมของแกนนำกลุ่มเสื้อแดงเอง  รวมถึงกลุ่มอื่นที่เสียประโยชน์  และต้องการให้รัฐบาลไร้เครดิตในการบริหารประเทศ  น่าจะมีผลกระทบมากกว่าการไม่ประกาศ  การเลือกไพ่ใบนี้ของรัฐบาลจึงต้องดูผลลัพธ์ว่าจะคุ้มได้มากกว่าเสียหรือไม่  แต่เหนืออื่นใดจะเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่าง  รัฐบาล  ทหาร  และตำรวจ  อีกวาระหนึ่ง  เพราะถ้าหนนี้ไม่จับมือกันแก้ไขปัญหาคงต้องพังไปพร้อมกัน.

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์