สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
สมาชิก "หนุ่ม รพช." ยกมือขออภิปรายถึงเรื่องน้ำใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เรียน ท่านประธานท้วมและสมาชิกสภาประชาชนที่นับถือ
พูดถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ เชื่อได้ว่าหลายคนต้องนึกถึงจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ 3 จังหวัดสุดท้ายนั้น เป็นดินแดนที่ (ค่อนข้าง) อันตรายในความรู้สึกของหลายคน เพราะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากระเบิดนานาชนิดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งในเมือง นอกเมือง มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภายหลังจากมีวลีเด็ดที่ว่า "ฝีมือของโจรกระจอก" มากมายจนน่าตกใจ
ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ครูบาอาจารย์ พ่อค้า ประชาชนทั่วไป เด็กเล็ก รวมไปจนกระทั่งพระสงฆ์ก็โดนระเบิดมาแล้ว ทำให้ผู้คนในพื้นที่จำนวนไม่น้อยมีอาการหวาดผวา หลายครอบครัวต้องอพยพถิ่นที่อยู่ไปแหล่งอื่น เพื่อมิให้ต้องตกเป็นเป้าระเบิด (เกือบ) รายวัน
เมื่อพูดถึงเรื่อง "น้ำ" ในพื้นที่ภาคใต้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยคงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีฝนตกมากที่สุดกว่าทุกภาคของประเทศ แต่ก็น่าแปลกเหมือนกันที่ระยะหลัง ภาคใต้กลับมีเรื่องของการขาดแคลนน้ำเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของ "น้ำดื่ม" หรือน้ำกินน้ำใช้หลายพื้นที่ ต้องซื้อน้ำขวดไว้กินในครอบครัวกันบ้างแล้ว
ไม่น่าเชื่อนะ แต่ก็เป็นไปแล้ว เพราะผมมีโอกาสไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา เพื่อดูการอบรมเรื่องของการควบคุมการผลิต และบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้านในท้องถิ่น ที่โรงแรมไดอิชิ กลางเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นการอบรมรุ่นที่ 3 จากจำนวน 4 รุ่น ผู้เข้าอบรมรุ่นนั้นมีเพียง 2 จังหวัดเท่านั้น คือ ปัตตานีและนราธิวาส รวมจำนวน 50 คน ส่วนใหญ่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องของระบบประปาในชุมชนโดยตรง
เอาล่ะมาพูดถึงเรื่องของกรมทรัพยากรน้ำ ที่จะเข้าไปแก้ไขในเรื่องของ "น้ำ" ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กันดีกว่า ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2555 กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 สงขลา ได้รับเงินงบประมาณเป็นกรณีพิเศษ ในการพัฒนาน้ำอุปโภค บริโภค โดยเฉพาะการปรับปรุงและก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะดำเนินการในพื้นที่ 3 ลักษณะ คือ 1.หมู่บ้านสร้างเสริมสันติสุข 2.หมู่บ้านประมงพื้นบ้าน 3.หมู่บ้านยากจน รวมทั้งสิ้นจำนวน 696 แห่ง
ในปี 2553 สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 สงขลา มีโครงการพัฒนาน้ำอุปโภค บริโภค ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 125 แห่ง โดยจังหวัดสงขลาได้ 44 แห่ง สตูล 28 แห่ง ปัตตานี 21 แห่ง ยะลา 9 แห่ง และนราธิวาส จำนวน 23 แห่ง แบ่งเป็นการก่อสร้างระบบประปาใหม่ จำนวน 73 แห่ง และปรับปรุงระบบประปาที่มีอยู่เดิม จำนวน 52 แห่ง โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 223.6 ล้านบาทเศษ
นางสุนันท์ ทานะรมณ์ ผู้ตรวจการกรมทรัพยากรน้ำ นายศิริชัย คุณานพรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำ และนายวิเชียร รวมสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมทรัพยากรน้ำ เดินทางไปเยี่ยมชมการอบรมระบบประปา ที่บ้านเกาะทากเหนือ ต.นาหว้า อ.จะนะ จ.สงขลา รวมทั้งนายอาคม พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 สงขลา ตลอดจนนายสาธิต รัตนสิงห์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 สงขลา ได้พบปะและพูดคุยกับผู้เข้ารับการอบรมถึงปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ รวมทั้งแนวทางแก้ไขเพื่อให้โครงการเรื่องน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค เป็นที่พอใจของชาวบ้าน
น.ส.เจะแอเสาะ โซะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจากหมู่ 2 ต.หนองแรต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นสตรีมุสลิมเพียงคนเดียวในรุ่นนี้ ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า "มาอบรมครั้งนี้ทำให้มีความรู้ในเรื่องของระบบประปาหมู่บ้านมากขึ้น มีการให้ความรู้ตั้งแต่เรื่องของคุณภาพน้ำ ระบบการผลิตตั้งแต่การกรองน้ำไปจนถึงการส่งน้ำไปให้ชาวบ้านใช้ ตลอดจนมีความรู้เรื่องของเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้เวลาเกิดปัญหา มีประโยชน์มาก ถ้าระบบประปาที่กรมทรัพยากรน้ำก่อสร้างแล้วเสร็จ เชื่อว่าจะทำให้ชาวบ้านมีน้ำกินน้ำใช้ไม่ขาดแคลนเหมือนที่ผ่านมาแน่นอนค่ะ" นี่คือความรู้สึกที่ผมได้คุยจากสตรีมุสลิมที่เป็นเดือนเด่นของรุ่นนี้
ไปหาดใหญ่ครั้งนี้เกิดความบังเอิญขึ้นในชีวิต คือได้พบกับพี่มนูญ ขุนทอง อดีตชาว รพช.ที่เคยทำงานด้วยกันหลายปีและเกษียณไปอยู่ปัตตานี ซึ่งเข้าอบรมในรุ่นนี้อย่างไม่คาดฝัน ได้ข้อคิดดีๆ เรื่องน้ำเล่าสู่กันฟังอีกด้วย แต่...คงต้องเป็นตอนต่อไปนะครับ!!!
....................
น้ำเพื่อ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่จบครับ ต้องรอคุณหนุ่มขึ้นมาอภิปรายอีกในวันพรุ่งนี้.









