Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

การทหารกับการเมือง


  ท่าทางคงเป็นหนังยาวว์ว์ว์...สำหรับกรณีปราสาทพระวิหารอันก่อให้เกิดข้อพิพาท ความขัดแย้ง ระหว่างไทยกับกัมพูชามานมนานไม่รู้จะซักกี่ปีต่อกี่ปี แต่จะยาวว์ว์ในแบบหนังฝรั่งประเภท สตาร์วอร์ส อินเดียนน่า โจนส์ ที่ต้องมีเอพพิโซด 1 เอพพิโซด 2 ไปยันเอพพิโซด 5 หรือจะยาวแบบหนังไทยประเภท บุญชู ปอบผีฟ้า หรือบุปผาราตรีนั่นก็คงต้องติดตามกันต่อไป...
                                                            --------------------------------------------------
 ภายใต้สภาพบรรยากาศเช่นนี้...แน่ล่ะว่าการปลุกเร้า กระตุ้นให้เกิดความรักชาตินั้น ย่อมถือเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วแน่ๆ แต่ก็คงต้องหาที่ลงกันให้เจอ และควรจะลงกันในแบบนิ่มๆ อาศัยสติ ปัญญา ความสุขุมคัมภีรภาพเป็นเรดาร์ช่วยควบคุมทิศทาง อย่าถึงกับต้องให้เกิดอาการหมุนคว้าง ควงสว่าน ปักหัวพุ่งชน จนต้องระเบิดเปิดเปิงไปด้วยกันทั้งสองข้าง อย่างที่บรรดานักปราชญ์ยุคโบร่ำโบราณท่านเคยกล่าวเอาไว้เป็นวาทะภาษิต นั่นแหละว่า... ไม่เคยมีสงครามที่ดี และไม่เคยมีสันติภาพที่เลว ถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันพอเหลือช่อง เหลือหนทางให้ไม่ถึงกับต้องลงมือลงไม้ นั่นย่อมถือเป็น ทางออก ที่ดีที่สุดด้วยกันทุกๆ ฝ่าย...
                                               --------------------------------------------------
 ดูเหมือนว่าแนวโน้มความเป็นไปของบ้านเมือง...ไม่ว่า ณ ขณะนี้ หรือในอนาคตข้างหน้า ไม่ว่าโดยปัจจัยภายนอก หรือปัจจัยภายใน  คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...บทบาทของ กองทัพ นั้น ยังน่าที่จะต้องเป็น หลัก ให้กับชาติบ้านเมืองต่อไป แม้นว่าในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เราอาจคุ้นเคยกับคำว่า การเมือง...ต้องแก้ด้วยการเมือง ก็เถอะ แต่ถ้าหากวันหนึ่งวันใด การเมืองมันเกิดแก้ปัญหาในตัวของมันเองไม่ได้ กลายเป็นการเมืองที่ตกอยู่ในภาวะ สุญญากาศ
 ผลพวงของการเมืองภายใต้สภาพเช่นนี้ ยังไงๆ มันคงต้องส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคง ของชาติบ้านเมืองจนได้
 และผู้ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลรักษาความมั่นคงภายนอกและภายในของชาติทั้งชาติ ย่อมหนีไม่พ้นไปจาก
 กองทัพ นั่นเอง...
                                                            --------------------------------------------------
 อย่างไรก็ตาม...เมื่อมองการจัดแถว จัดระเบียบภายในกองทัพในช่วงระยะเวลาอีกไม่ใกล้ไม่ไกล ถ้าหากเป็นไปตามข่าวคราวซึ่งพูดจากันให้แซดอยู่ในทุกวันนี้ ก็น่าจะถือว่า พอใช้ได้ ไม่ว่าจะในแง่ความแน่นเหนียว
 ความเป็นเอกภาพ ตลอดไปจนถึงประสิทธิภาพและขีดความสามารถ ทั้งระดับตัวบุคคล หรือระดับองค์กรสถาบันก็แล้วแต่ ไม่ว่าใครจะชอบ จะชัง จะเชียร์ใครเป็นส่วนตัว แต่ถ้าหากว่ากันโดย ภาพรวม แล้ว อย่างน้อย...ลักษณะอาการแบบแตกกระสานซ่านเซ็น สลับข้าง สลับขั้ว ปีนเกลียวไปมา ดังที่เคยปรากฏให้เห็นเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ไม่ว่าในยุคเมษายน 2524 หรือกันยายน 2529 ก็ได้ผ่านพ้นมานานแล้ว จะโดยวันเวลา โดยวุฒิภาวะ หรืออะไรก็ตามที พอช่วยให้เกิดการสมานแผล นำเอาระเบียบ และวินัยกลับคืนมาได้บ้างไม่มากก็น้อย...
                                                          ------------------------------------------------------
 แม้นว่าบรรดา นักรบ จะขาดแคลนอยู่บ้าง ในขณะที่ นักกอล์ฟ เพิ่มจำนวน ปริมาณให้เห็นอยู่มากมาย...แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อโลกทั้งโลก...มันย่อมหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปตามสภาพ การที่มี นักกอล์ฟ มากๆ เข้าไว้ มันอาจ จะเหมาะสม สอดคล้อง กับสภาวะความเป็นไปของโลก ก็ไม่แน่??? โดยเฉพาะโลกที่เป็นโลกาภิวัตน์มานานแล้ว ย่อมต้องการเห็นทหารที่พับเพียบ เรียบร้อย พูดจานุ่มนิ่ม ประมาณ เสธ.ไก่อู หรือประเภทต้องขออนุญาตใช้คำภาษาอังกฤษ คำว่า เคลียร์ แทนคำว่า ลุย อย่าง เสธ.ดาว์พงษ์ อะไรประมาณนั้น จะไปกระโชก โฮกฮาก ขึ้นมึง ขึ้นกู ขึ้นเอ็ง ขึ้นข้า แบบ ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว มันอาจจะไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมกันซักเท่าไหร่นัก...
                                                        ----------------------------------------------------------
 แต่ถึงกระนั้นก็ตาม...ไม่ว่าจะนุ่มนิ่ม หรือหยาบกร้าน โดยบทบาทของ กองทัพ ก็คงต้องถือ เป็นหลัก อยู่อีกนั่นแหละ เพียงแต่การเป็นหลักในลักษณะที่ว่านี้มันย่อมต้องมีการปรับ การจูน มีการแปรสภาพคลื่นความถี่ให้สอดคล้อง กลมกลืน ไปกับเครื่องรับที่พัฒนาเทคโนโลยีไปไกลถึงระดับ 3จี 4จี ไอพอด ไอแพด และไออะไรต่อมิอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ จะมามัวงมโข่งอยู่กับเทคโนโลยีระดับอะนาล็อกต่อไปอีกไม่ได้ เนื่องจากสิ่งที่เรียกกันว่า
 ปัญหาความมั่นคง นั้น...มันไม่เคยที่จะหยุดนิ่ง ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ที่นำมาซึ่งปัญหาความมั่นคงสมัยใหม่ เอาเข้าจริงๆ แล้ว...มันไม่ได้วนมา-วนไป อยู่กับแค่เรื่องการทหาร หรือการเมืองเท่านั้น แต่ยังแตกซ่าน แตกประเด็นไปสู่การเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประเพณี สื่อสารมวลชน ฯลฯ หรือแม้กระทั่งสภาวะความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ยังต้องถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงในอีกรูปแบบหนึ่ง...
                                                          --------------------------------------------------
 ไม่ว่าการเมืองจะแก้การเมืองได้ด้วยตัวมันเองหรือไม่? เพียงใด? ก็แล้วแต่...เมื่อมองจากสภาวะความเป็นไป และความเปลี่ยนแปลงของแทบจะทุกสิ่งทุกอย่างที่มันชักจะไหลรวมกลายมาเป็น ปัญหาความมั่นคง ด้วยกันทั้งสิ้น บทบาทของ กองทัพ ต่อสภาวะความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ย่อมต้องถือเป็น ข้อเท็จจริงอันมิอาจปฏิเสธได้ อีกด้วยเช่นกัน เพียงแต่จะวางระยะห่าง ระยะเคียง วางระดับความสัมพันธ์กับบทบาทอื่นๆ ให้เกิดความสอดคล้อง กลมกลืน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตลอดไปจนความยอมรับจากภายใน ภายนอก อย่างไรเท่านั้น และเมื่อไหร่ก็ตาม...ที่การเมือง การทหาร มวลชน หรือประชาสังคม สามารถหลอมรวมเป็นพลังของชาติได้อย่างแท้จริง เมื่อนั้นนั่นแหละ...การปฏิรูปสังคม ปฏิรูปประเทศ ถึงจะอุบัติเป็นจริงขึ้นมาได้ไม่ว่าในระยะ 3 ปี หรือกี่ปีก็แล้วแต่...
                                                   ------------------------------------------------------
 ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก เหมาเจ๋อตง...การทหารนั้นเป็นกรรมวิธีชนิดหนึ่ง...เพื่อให้ได้มาซึ่งจุดมุ่งหมายทางการเมือง ด้วยเหตุนี้...แม้นว่าการทหารกับการเมืองจะไม่เหมือนกัน แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะแยกสองสิ่งนี้ออกจากกัน
                                                    ------------------------------------------------------



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์