เปลว สีเงิน

Friday, 30 November, 2012 - 00:00

"ยิ่งลักษณ์" ที่กำลัง "ยิ่งลึก" ในศึกถอด

    เอ้า...วันนี้มาคุยกันเป็นเรื่อง-เป็นราวหน่อย อาจมีคนข้องใจว่า เมื่อ "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" จบแล้ว...ยังไงต่อ แล้วก็แล้วกันไป เหมือนลิงล้างก้น ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรืออย่างไร โดยเฉพาะเรื่อง "จีทูจี-ผีอินดิก้า" ที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก นำข้อมูล-เอกสาร-ใบเสร็จ มาแฉกลางสภาฯ ชนิดที่ยิ่งลักษณ์และบุญทรง แก้ผ้าอาจหลุด  แต่แก้ข้อกล่าวหา...ไม่หลุดเลย!
    เพื่อความเข้าใจในเส้นทางตามกระบวนการ และเพื่อให้ท่านติดตามชม "มหาสยามยุทธ ภาค ๒" อันเป็นตอนจบภาค "ภาคพื้นดิน" ในปีหน้าโดยไม่งง ผมจะอธิบายความคร่าวๆ ให้ท่านได้ทราบก่อน
    ผลจากเปิด "แผลใหม่" ยิ่งลักษณ์ โดย "แผลเก่า" ยังบานฉ่ำเหมือนเดิมในสภาฯ เมื่อ ๒๕-๒๖-๒๗ พ.ย.๕๕ โดยประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้าน เมื่อนำเหตุแห่งความไม่ไว้วางใจนายกฯ มาพูดจากันแล้ว ก็ใช่ว่า...จบแล้ว-จบเลย
    สำหรับคะแนนโหวต "ไว้วางใจ" ที่ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีได้ไปนั้น ด้วยหลักการระบอบทักษิณ "โกงแล้วนำมาแบ่งปัน...ยอมรับได้" ทั้งยิ่งลักษณ์ ทั้งรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย สามารถนำคะแนนนั้นไปโชว์ให้เฉพาะควายได้สะบัดเขาชื่นชมเท่านั้น!
    กับเรื่องปล่อยให้ไอ้เปี๋ยงกะเป๋งทักษิณ สมคบกับกระทรวงพาณิชย์ "ตั้งบริษัทผี" อ้างเป็นฝ่ายจีน เพื่อเลี่ยงประมูล แล้วซื้อขายแบบจีทูจีกับรัฐบาลราคาถูกๆ จากนั้นก็ไม่ได้ส่งออกหรอก  แต่เอาไปเวียนขายโครงการรับจำนำบ้าง ขายตลาดในไทยบ้าง ในราคาแพงกว่า
    ฟันค่าส่วนต่างไปกว่า ๒ หมื่นล้าน! 
    ก็ข้าวล็อตที่ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์คุยนัก-คุยหนานั่นแหละว่า เซ็นสัญญาขายได้แล้ว ๗.๓๒ ล้านตัน แต่เปิดเผยรายละเอียดว่าขายให้ใคร ราคาเท่าไหร่ไม่ได้ อ้างเป็นเทคนิคการซื้อขายในแต่ละราย ถ้าเปิดเผยไป จะทำให้เสียตลาด เสียราคา!
    ก็เสียซี มันเป็นเจี๊ยะทูเจี๊ยะนี่ ไม่ใช่จีทูจีโดยสุจริต หมอวรงค์แฉกลางสภาฯ ว่า ราคาตลาดอยู่ที่กระสอบละ ๑,๕๐๐-๑,๕๕๕ บาท แต่พาณิชย์จีทูจีให้บริษัทผี "สยามอินดิก้า" ไปกระสอบละ  ๓๐๐ บาท ซื้อขายกันทั้งหมด ๗.๓๒ ล้านตัน    
    ผีตัวผู้ที่อยู่นอกประเทศ-ผีตัวเมียที่อยู่ในประเทศ บ่ฮู้ บ่หัน ฮะฮั้น...คุมแต่นโยบาย ส่วนเนื้องานมอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงไปทำหมดแล้ว!
    รายละเอียด อันเป็นพฤติกรรมเชื่อมโยงเพรซิเดนท์ อะกริฯ กับ สยามอินดิก้า และผีหน้าม้าแต่ละตัว ท่านฟังหมอวรงค์ในสภาฯ "จับผี" ไปแล้ว ผมจะไม่เล่าอีก จะพูดถึง "ขั้นตอนจะบังเกิด" ต่อจากกรณีนี้ ที่ท่านอยากรู้นักว่า
    แล้วจะยังไงกันต่อ...?
    จะปล่อยให้ใช้ "ระบบรัฐสภา" ด้วยเสียงโจรอุ้มโจร เป็นใบสำแดงว่านายกฯ กำกับดูแลการบริหารราชการงานเมือง โดยเฉพาะเรื่องค้าข้าว "ขาวบริสุทธิ์" งั้นหรือ
    และจะปล่อยให้ยิ่งลักษณ์ "เป็นนายกฯ ต่อไป" อีกหรือ?
    ก่อนจะรู้ขาวหรือดำ จะเป็นนายกฯ ต่อ หรือต้องตกเก้าอี้ และจะอาญา หรือไม่อาญา ก็ต้องย้อนไปดูเนื้อหาอันเป็น "ข้อกล่าวหา" ที่ผู้นำฝ่ายค้าน "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ยื่นเป็นหนังสือขอถอดถอนยิ่งลักษณ์ประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานวุฒิสภาว่า ยื่นถอดถอนประเด็นไหน มาตราไหน?
    ในหนังสือที่ยื่น ระบุไว้อย่างนี้ครับ...
    "ผู้ถูกร้อง เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี มีพฤติกรรมกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ข้อต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ใช้อำนาจไปในทางทุจริต อันเข้าลักษณะที่จะต้องถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 270"
    แล้วไงล่ะ...ก็งี้ครับ เมื่อประธานวุฒิสภาได้รับคำร้องนี้แล้ว ต้องส่งต่อให้ "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก็...ป.ป.ช.นั่นแหละไต่สวน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา  ๒๗๒ บอกว่า...ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว!
    ไต่สวนของ ป.ป.ช.คือแบบไหน...?
    ตรงนี้ ย.ห. แปลว่า อย่าห่วง ฝีมือแยกกระดูก-เนื้อ-หนัง จากข้อมูลที่ประชาธิปัตย์ส่งไปให้  และทั้งจากคำอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตลอดถึงหลักฐานต่างๆ มือชำแหละ ป.ป.ช.ไว้ใจได้ ในชั้นแรก  ป.ป.ช.จะดูว่า ข้อหาไหนมีมูล-ไม่มีมูล พยาน-หลักฐานเชื่อถือได้หรือไม่
    เวลานี้ เข้าใจว่า ป.ป.ช.กำลังแกะเทปการอภิปราย โดยเฉพาะของหมอวรงค์ชนิดเอกซเรย์คำต่อคำ ช็อตต่อช็อต โดยเฉพาะเส้นทางเช็คที่เชื่อมโยงบุคคลจากเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง  จำกัด ไปถึงสยามอินดิก้า ที่สวมหน้ากากบริษัทผี ในการทำสัญญาจีทูจีกับรัฐแล้วเวียนเทียน
    เมื่อชำแหละแล้ว ป.ป.ช.จะแยกเป็นส่วนๆ ว่า นายกฯ เข้าข่ายความผิดด้วยมูลข้อหาไหนหรือไม่ แยกไปเป็นข้อๆ หรือไม่เข้าข่ายเลย และพยาน-หลักฐานควรเชื่อได้หรือไม่ จะให้ยุติเรื่อง หรือจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป
    เนี่ย...คือสิ่งที่ ป.ป.ช.ต้องทำ ก่อนเสนอเป็นรายงานต่อประธานวุฒิสภา ถ้า ป.ป.ช.มีมติว่า พฤติกรรมนายกฯ "ไม่เข้าข่าย" ตามมูลความผิดที่ประชาธิปัตย์ยื่นถอดถอนข้อไหนเลย ยิ่งลักษณ์บริสุทธิ์ผุดผ่องประหนึ่งว่า ดุจจะล่องลอยมากลางนภากาศ แล้วตกลงท่ามกลางมหาประชาชนคนไทยในฐานะนายกรัฐมนตรี
    แบบนั้นก็ จีทูจี...คือ จบแปลว่าจบ!
    แต่ความเสียวระดับ ๓๖๐ องศา มันอยู่ตรงนี้ ตามมาตรา ๒๗๒ วรรคสี่ บอกว่า...
    "ถ้าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ว่า ข้อกล่าวหาใดมีมูล นับแต่วันดังกล่าว ผู้ดำรงตำแหน่งที่ถูกกล่าวหา จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้ จนกว่าวุฒิสภาจะลงมติ......."
    ตรงนี้แหละ ตรงที่ ป.ป.ช.แกะเทป ไต่สวนเรื่องราว พินิจพยานหลักฐาน และแยกเป็นข้อหาในแต่ละประเด็นแล้ว เมื่อนำเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.เพื่อลงมติ มีมูล-ไม่มีมูล ผิด-ไม่ผิดข้อหาไหน  จะให้ดำเนินเรื่องต่อ หรือยุติการดำเนินเรื่อง
    ถ้าเสียง "ถึงกึ่งหนึ่ง" ว่ามีมูลเท่านั้น ยิ่งลักษณ์ต้อง "พักการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี" ทันที!
    พักไปนานแค่ไหนล่ะ...?
    ก็พักไปจนกว่าประธานวุฒิสภา เมื่อได้รับเรื่องจาก ป.ป.ช.แล้ว นำเข้าสู่ขั้นตอนการถอดถอนในที่ประชุมวุฒิสมาชิกแล้ว ผลโหวตออกมาอย่างไร เป็นอย่างนั้น
    ถ้ามติด้วยเสียงมากว่าไม่ถอดถอน ยิ่งลักษณ์ก็กลับมา โอเวอร์คัมต่อ แต่ถ้าเสียงข้างมากถอดถอน เจ๊ก็กลับไปนอน ว.๕ ที่ไหนก็ได้ สุดแต่ใจเจ๊ปรารถนา!
    ยังนะครับ...ยังไม่จบแค่นั้น ถ้า ป.ป.ช.แยกมูลแล้วพบว่ามีความผิดทางอาญาด้วย ก็จะส่งรายงาน-หลักฐานทั้งหมดให้อัยการสูงสุด เพื่อฟ้องคดีต่อ "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"
    อันนี้ โทษ "ถึงคุก" นะตัวเอง!
    ถ้า "อัยการสูงสุด" ที่เขาเคารพนับถือทักษิณว่าเป็นผู้มีพระคุณ สมัยเป็นนายกฯ ช่วยเพิ่มศักดิ์-เพิ่มศรี และเพิ่มเงินเดือนอัยการให้เทียบเท่าตุลาการ "สั่งไม่ฟ้องล่ะ" จะทำไง?
    ก็ทำตามรัฐธรรมนูญบอกนั่นแหละ ถ้าเห็นสำนวนตรงไหนบกพร่อง ยังขาดอะไร ก็ให้อัยการสูงสุดกับ ป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานร่วมกัน ทำให้มันสมบูรณ์ตามปรารถนา
    แล้วถ้าตั้งคณะทำงานร่วมกันแล้ว ยังหาข้อยุติร่วมกันไม่ได้ล่ะ ตามรัฐธรรมนูญระบุไว้เลยว่า...ให้ ป.ป.ช.ฟ้องคดีเอง หรือตั้งทนายความฟ้องคดีแทนก็ได้!
    เรื่องนี้ไม่เสียวเฉพาะยิ่งลักษณ์ บอร์ดแบงก์กรุงไทยชุดที่เคยปล่อยเงินกู้ให้สยามอินดิก้าไปซื้อหนี้เพรซิเดนท์ อะกริฯ โดยให้เอาสัญญาซื้อข้าวปลอมค้ำประกัน ด้วย "กรรมติดจรวด" อาจต้องเสียวในความเกี่ยวพันเดิมๆ อีกรอบก็ได้
    โดยเฉพาะ "นายธาริต เพ็งดิษฐ์" ที่สั่งยุติคดีอาญากับบอร์ดกรุงไทยไปเมื่อปี ๒๕๕๔ ถ้า ป.ป.ช.เห็นว่า การสั่งนั้น "น่าไต่สวนทวนความ" ก็มีสิทธิ์เสียวด้วย
    คือเรื่องมีอยู่ว่า สมัย "พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ" เป็นรองอธิบดี DSI ท่านแกะคดีบอร์ดกรุงไทยมาตลอด จนต้องไปเป็นเลขาฯ ป.ป.ท. กระนั้น ท่านก็ยังกัดไม่ปล่อย รวบรวมสำนวนจะส่งให้ ป.ป.ช.จัดการต่อ
    คราวนี้เลยมีความดี-ความชอบ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เด้งพ้นหน้าที่ ให้ไปนั่งเกาหิดอยู่ในตำแหน่ง "รองปลัดฯ" โน่น!
    ครับ...ก็ "แตกพาร์" ประเด็นอภิปรายว่าด้วยการถอดถอนยิ่งลักษณ์ให้เข้าใจกัน  และทั้งหลาย-ทั้งปวง ความมันจะไปบังเกิดหลังวันที่ ๑๑ ธันวาเป็นต้นไป เพราะถึงวาระกฎหมายเดินหน้าเต็มตัวแล้ว.