เศรษฐกิจ

Monday, 30 December, 2013 - 00:00

ทำเลทองน่าลงทุน

    การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่หลายฝ่ายคาดว่าในปี 2557 จะมีแนวโน้มการเติบโตประมาณ  5-10% โดยเฉพาะตามแนวเส้นทางการขยายเส้นทางคมนาคมขนส่งอย่างรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือถนนที่มีช่องทางที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนหลัก ทำให้เมืองขายตัวออกไป โดยเฉพาะในเขตต่างจังหวัด ทำให้มีโอกาสเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบสูงขึ้น ดังนั้น ภาคเอกชนรายใหญ่ๆ เล็งพื้นที่ ทำเลเพื่อเตรียมสำหรับการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโต
    ซึ่งนายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับทำเลที่น่าลงทุนในปี 2557 เชื่อว่าจะมีการเข้าไปลงทุนในเขตต่างจังหวัดกันมากขึ้น เนื่องจากที่ดินในปัจจุบันยังสามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ และความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงเป็นบ้านเดี่ยว ดังนั้น บ้านเดี่ยวยังคงเป็นที่นิยม แต่สำหรับจังหวัดที่มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจที่สูงและมีความเป็นเมืองสูง เช่น ชลบุรี ภูเก็ต โครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์จะมีความต้องการมากกว่าจังหวัดอื่น จากการขยายแหล่งงานและขยายครอบครัว นอกจากนี้ที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อนหรือบ้านพักตากอากาศ เป็นตลาดที่ขยายเพิ่มมากขึ้น แต่ระดับราคาจะสูงตามไปด้วย
    จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางด้านการบริหารราชการและมีแนวโน้มเป็นศูนย์กลาง Logistic เช่น ขอนแก่น มีการขยายเส้นทางคมนาคมขนส่ง เมืองจะขายตัวออกไปทำให้มีโอกาสเติบโตของตลาดแนวราบสูงขึ้น และจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใกล้ชายแดน เช่น อุดรธานี และสงขลา มีแนวโน้มจะพัฒนาเมืองเป็นประตูสู่ประเทศไทย คาดว่าจะมีโอกาสการเติบโตการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนทั้งแนวราบและแนวสูง
    ด้านนายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในปี 2557 ทำเลที่ควอลิตี้เฮ้าส์จะเข้าไปพัฒนานั้น ใน กทม.เรายังเน้นกระจายการลงทุนตามทำเลที่เป็นแหล่งที่สามารถเดินทางได้สะดวก รวมทั้งอยู่ใกล้สาธารณูปโภค เช่น รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือถนนที่มีช่องทางที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนหลัก ส่วนต่างจังหวัดเราจะลงทุนในทำเลที่เราเข้าไปพัฒนาโครงการอยู่แล้ว เช่น ในภาคตะวันออก ก็คือจังหวัดชลบุรี กระจายไปยังหัวเมือง เช่น พัทยา บางแสน บ่อวิน ครอบคลุมไปถึงศรีราชา จังหวัดระยอง จังหวัดเพชรบุรี ชะอำ หัวหิน สำหรับทางเหนือเราก็ยังอยู่ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย คงจะค่อยๆ ขยาย และดูว่าทิศทางจะเป็นไปทางไหน
    นางสาวเสาวภาคย์ ถนอมศักดิ์กุล ประธานกรรมการบริหาร เอ มัสท์ กรุ๊ป กล่าวว่า ในปี 2557 ทำเลที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถ้าเป็นโครงการแนวราบ ทำเลที่น่าสนใจคงยังเป็นโซนที่น้ำไม่เคยท่วมขังนาน เช่น โซนตะวันออก บางนา สมุทรปราการ ส่วนโครงการในแนวสูงยังคงเกาะตามเส้นรถไฟฟ้า แต่อาจขยับออกมาแถวชานเมืองตามแนวขยายของรถไฟฟ้า ซึ่งคงต้องให้ความสำคัญกับดีมานด์-ซัพพลายของในแต่ละทำเลด้วย และสำหรับกลุ่ม เอ มัสท์ ที่เรามองธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็น Creative Enterprise เป็นจุดยืนธุรกิจ เพราะฉะนั้นกลุ่มลูกค้าก็เป็นกลุ่มที่ชัดเจน ที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะ ซึ่งกลุ่มเอมัสท์มีการสำรวจและศึกษาเทรนด์ของกลุ่มนี้ โดยมีกลยุทธ์ในการเจาะเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน
    ในส่วนภูมิภาค ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภูมิศาสตร์ที่ได้รับผลอานิสงส์จาก AEC เป็นศูนย์กลางของการเป็นเส้นทางการคมนาคมสำคัญของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นทำเลน่าสนใจลงทุนมากกว่าแถบอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดหัวเมืองที่สำคัญๆ และอยู่ในบริเวณรอบตัวเมืองที่มีรัศมีไม่เกิน 10 กม.จากใจกลางเมือง สำหรับราคาที่ดินมีโอกาสปรับราคาสูงขึ้นอย่างน้อย น่าจะไม่ต่ำกว่า 10% ซึ่งจะปรับขึ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละทำเลว่ามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน
    นายปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วังทอง กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2557 ตั้งเป้ายอดขาย และการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ประมาณ 6-8 โครงการ โดยมีทำเลที่กรุงเทพฯ ตอนบนเป็นฐานสำคัญ เช่น รังสิต ลำลูกกา คลองหลวง อยุธยา และเรากำลังจะเพิ่มทำเลที่ สายไหม วัชรพล คู้บอน รามอินทรา ในอนาคต โดยโครงการใหม่จะมีขนาดที่ดินตั้งแต่ 5-30 ไร่ ราคาที่ดินโดยรวมจะปรับตัวขึ้นอย่างแรงในช่วงปี 2556 ในทำเลกรุงเทพฯ ตอนบน ทางวังทองกรุ๊ปเองนอกจากจะคำนึงเรื่องทำเลของโครงการแล้ว เรายังเน้นเรื่องการ Design โครงการและบ้าน ซึ่งเป็นจุดแข็งของทางวังทองกรุ๊ปอยู่แล้ว ส่วนการทำโครงการต่างจังหวัดยังไม่มีนโยบายไปเปิดโครงการในช่วงนี้
    จากกูรูในด้านอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นที่ยืนยันแล้วว่า ในปี 2557 ทำเลในเขตกรุงเทพมหานคร แชมป์ยังตกเป็นของทำเลที่ติดแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ซึ่งจะส่งผลให้ทำเลในเขตชานเมืองได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนของผู้บริโภคที่ต้องการพื้นที่บ้านกว้างๆ ในขณะที่พื้นที่ในต่างจังหวัดก็มีแนวโน้มสดใสอย่างแน่นอน เนื่องจากพื้นที่จะนำมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มีอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ และเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี เป็นต้น
    ดังนั้น การกระจายตัวออกไปตามต่างจังหวัดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ทำให้ราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงเกินจริง จนไม่สามารถทำการก่อสร้าง แม้จะเกิดทำเลใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในพื้นที่ของจังหวัดที่มีรถไฟฟ้ากระจายตัวไป แต่ทั้งนี้ หากเจ้าของที่ดินตื่นข่าวที่รัฐบาลลงทุนจนตั้งราคาขายแพง ผู้ประกอบการก็ไม่เลือกซื้อเพื่อลงทุน และจะหันไปเจาะทำเลด้านใน แต่ที่ดินติดถนนที่ราคาแพง อาจซื้อเพียงแปลงเดียวเพื่อทำทางเข้า-ออก แล้วไปขยายด้านในเป็นผืนใหญ่ที่เป็นพื้นที่ลงทุนที่ราคาที่ดินถูกกว่า
    นอกจากนี้การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดเติบโตมาก โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีโครงข่ายของรถไฟฟ้าความเร็วสูง  ดังนั้น จะทำให้ประเทศไทยมีจุดหรือพื้นที่ที่มีความเจริญมากกว่ากรุงเทพฯ ในหลายจุด ทั้งที่อยู่อาศัย และศูนย์การค้าที่จะผุดขึ้น ส่งผลให้ต่างจังหวัดมีปัจจัยหนุน ทำให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีการค้าชายแดนที่เกิดขึ้นตามรอยตะเข็บเพื่อรองรับเออีซี.