Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ความคิดคำนึง "ก่อนถึงปีหน้า"


  ซื้อเวลาได้อีก ๑ ปีครับ ในเรื่องที่เราต่อสู้ ไม่ยอมให้กัมพูชานำพื้นที่ของเรา "รอบปราสาทพระวิหาร" ไปผนวกเข้ากับตัวปราสาทตีทะเบียนเป็น "มรดกโลก" ฝ่ายเดียว เพราะสุดท้าย "คณะกรรมการมรดกโลก" มีมติเลื่อนพิจารณาแผนพัฒนาฯ ตามที่กัมพูชาเสนอไปปีหน้าที่บาห์เรน
 ก็คงเขิน เพราะกติการะบุว่า ต้องเสนอแผนก่อนประชุม ๔๕ วัน แต่ครั้งนี้ยื่นเช้า-ประชุมเย็น ขืนไม่เลื่อน คณะกรรมการฯ ก็คงเสียหมา!
 ก่อนอื่นก็ต้องปรบมือให้เกียรติ-ให้กำลังใจทีมงานนายสุวิทย์ คุณกิตติ และคณะนายทหาร ที่ผนึกกันทำงานอย่างหนักที่บราซิล จนพบความสำเร็จระดับหนึ่ง เพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะนำข้อเท็จจริงไล่ตามตูดกัมพูชาไปอธิบายให้แต่ละประเทศที่เป็นคณะกรรมการฯ ได้เข้าใจว่า
 "แผนผัง" ที่เขมรยื่นเข้ามานั้น โมเมทำฝ่ายเดียว แถมเอาพื้นที่ของไทยผนวกเข้าไปด้วย!
 ขืนรับแผน ก็เท่ากับคณะกรรมการมรดกโลกเป็นผู้จุดชนวนสงครามระหว่างไทย-กัมพูชาให้เกิดขึ้น  ซึ่งมันผิดหลักการ และขัดแย้งกับเจตนารมณ์ยูเนสโกโดยสิ้นเชิง ที่ต้องการให้มรดกโลกเป็นสื่อรัก มิใช่สื่อเลือด
 เดี๋ยว...ปรับฐานเป็นความเข้าใจสถานภาพ ณ ปัจจุบันของปราสาทพระวิหารกับความเป็นมรดกโลกให้ตรงกันก่อน แต่เดิม ทั้งตัวปราสาท ที่ตั้งตัวปราสาท และพื้นที่โดยรอบ "เป็นของไทย" เมื่อมีการฟ้องร้องต่อศาลโลก ในปี ๒๕๐๕ ศาลโลกก็ตัดสินว่า
 เฉพาะตัวปราสาทและที่ตั้ง เป็นของกัมพูชา!
 ส่วนพื้นที่นอกนั้น ศาลโลกไม่ได้แตะต้อง ซึ่งเท่ากับยอมรับตามสถานภาพเดิมว่า นอกเหนือจากตัวปราสาทและที่ตั้ง นอกนั้นทั้งหมดยังคงเป็นดินแดนของไทยเหมือนเดิม
 เพราะเหตุนี้ เมื่อเขมรนำตัวปราสาทไปขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลก คณะกรรมการฯ จึงรับตีทะเบียนตัวปราสาทเป็นมรดกโลกให้เขมรเมื่อปี ๒๕๕๑ แบบ "มีเงื่อนไข"
 เงื่อนไขคือ การจดทะเบียนนี้จะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ เขมรตกลงกับไทย นำพื้นที่อนุรักษ์รอบตัวปราสาทมาจัดทำเป็นแผนบริหาร-จัดการเพื่อการพัฒนา โดยต้องยื่นแผนบริหาร-จัดการนี้ภายใน ๑ ปี คือต้องยื่นต่อคณะกรรมการฯ ในการประชุมครั้งต่อไปนั่นแหละ
 เพื่อมิตรภาพความเป็นบ้านใกล้-เรือนเคียง ไทยก็เปิดช่องสะดวกให้เขมร "ถ้าอย่างนั้นขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกัน ๒ ประเทศไปเลย"
 เขมรก็ไม่เอา กูจะเอาของกูคนเดียว ไม่ต้องพึ่งฝ่ายไทยก็ได้ ว่าแล้วก็กระเสือกกระสนตัดถนนจากฝั่งของเขาตะกายหน้าผาเป็นทางขึ้นไปสู่ตัวปราสาท มันก็ยังไม่ไหว มันดิบและด้านเกินกว่าจะจูงใจให้ใครไปหลงใหลได้ แค่ตะกายขึ้นไปบนตัวปราสาทแล้วไต่ลง ไม่มีพื้นที่รอบๆ ไม่มีองค์ประกอบในความเป็นปราสาทที่อยู่ในฝั่งไทยให้เที่ยวศึกษา ได้ชื่นชมทัศนาเลย
 มันก็เหมือนให้มาแลหิน แต่ที่กินได้ กอดได้ หอมได้ จับต้องได้ เล่าขานตำนานกล่าวได้ ทุกอย่างอยู่ในเขตไทยทั้งนั้น!
 ชาติที่เป็นคณะกรรมการฯ คงดูท่าแล้วว่า ปล่อยไปอีแบบนี้จะผิดแผน-ผิดเป้า-ผิดประโยชน์ จึงออกมติเป็น "ตาอยู่" ตั้งกรรมการ ๗ ชาติ กะมารวบหัว-รวบหาง ชี้เอาพื้นที่รอบตัวปราสาทไปผนวกเข้าแผนบริหารเพื่อให้การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมีผลสมบูรณ์
 ใครยอมก็บ้าน่ะซี! 
 คงมีแต่ไทยประเภท "ใจทักษิณ" เท่านั้นที่ยอม แต่ไทย "เลือดไทย" ไม่มีใครยอม ๗ จอมโจรเสื้อนอกที่หวังปล้นดินแดน เลยแหงนเถิ่งหายไป เข้ามาเจ้ากี้-เจ้าการชี้นิ้วเอาอย่างนั้นไม่ได้
 จนลงท้าย มาถึงปีนี้ เขมรไม่เคยมาคุยกับไทยในเรื่องพื้นที่รอบตัวปราสาท ก็สงสัยอยู่ว่า มีทีเด็ดอะไรเป็นแผนไปเสนอที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก?
 ไปยื่นแผนบริหาร-จัดการพื้นที่เอาเช้า ๒๙ ก.ค. แล้วเขาจะประชุมกันตอนเย็น จะ "เด็กเส้น" อะไรขนาดนั้น เพราะมันผิดกฎ ยิ่งถูกฝ่ายไทยจับจ้องมองเขม็งอยู่ด้วย คณะกรรมการฯ เลยเหมือนสมภารเห็นสีกาผ้าหลุดบนศาลา ก็ดูแต่ตา มือไม่กล้าแตะ
 และยิ่งกว่านั้น แผนบริหาร-จัดการ แทนที่จะมีแผนที่ของพื้นที่โดยรอบเพื่อการพัฒนาแนบเสนอขึ้นไป กลับทำเป็น "แผนผัง" คือไม่กล้ามาแตะพื้นที่โดยรอบของไทย แต่ถึงกระนั้น ในความที่เป็นข้อเท็จจริง ปราสาทกับพื้นที่รอบปราสาทมันเหมือน "เนื้อกับหนัง" ที่ต้องอยู่ด้วยกัน ถึงศาลโลกผ่าตัดแยกส่วนออกจากกันไป แต่ไม่ว่าเขมรจะทำแผนผังยังไงที่จะไม่ล่วงล้ำเข้ามาในดินแดนไทย 
 มันยากที่จะฝืนความจริง!
 ไทยก็ต้องค้าน จะปล่อยไปไม่ได้ สุดท้าย ทั้งเขมร และทั้งคณะกรรมการมรดกโลกก็ต้อง "ซื้อเวลา" ด้วยการเลื่อนพิจารณาแผนไปปีหน้าโน่น
 คณะกรรมการมรดกโลก กับเขมร เป็นฝ่ายซื้อเวลา ไม่ใช่ไทยเป็นฝ่ายซื้อ ถ้าชาติมหาอำนาจมีอะไรกุ๊กกิ๊กกับเขมร อยากจะให้การขึ้นทะเบียนมีผลสมบูรณ์ ต้องไปกล่อมให้เขมรมาคุยกับไทย ไม่ใช่มากล่อมให้ไทยไปยอมเขมร เพราะไทยไม่เดือดร้อนอะไร ความจริงไทยก็ใจเป็นมหาสมุทรอินเดียอยู่แล้ว
 แค่โอเคว่า "จดทะเบียนร่วมกัน" เป็นหุ้นส่วนแห่งความรวยทางวัฒนธรรมด้วยกัน เท่านั้น ทุกอย่างมันก็จบ!
 ผมแอบดูใจคนไทยจากเรื่องนี้แล้วก็ดีใจ ไม่มีตูดใครนั่งติดที่ ไฟรักชาติ-หวงแผ่นดิน มันลน ก็คอยลุ้นเมื่อคืนวานนี้ว่า "ผลจะออกมาอย่างไร" เมื่อทราบว่า เลื่อนไปปีหน้า ไฟในอกค่อยรา และหลับลง
 มีที่อนาถอยู่ราย ไอ้ฝรั่งสถุลที่ชื่อ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ลูกจ้างทักษิณ ทักษิณมันจ้างมาด่าชาติ และคอยทำลายบ้านเมืองของตัวเอง ของพ่อ-ของแม่-ของบรรพบุรุษตัวเอง พอรู้ว่าไทยพิทักษ์รักษาดินแดนไว้ได้ แทนที่จะดีใจ กลับเจ็บแค้นแทนเขมร
 ให้ไอ้ฝรั่งขี้ครอกเขียนเว็บไซต์ด่านายกฯ อภิสิทธิ์-ด่ารัฐบาลบ้านพ่อ-เมืองแม่มันทันที!
 พรรค "เพื่อไทย" น่าจะเจ็บร้อนแทนประเทศชาติบ้านเมือง แถลงการณ์ตอบโต้และสั่งสอนทั้งฝรั่งขี้ข้า ทั้งนายจ้างที่ชื่อทักษิณให้รู้สำนึกไว้บ้าง เห็นเขมรเป็นเพื่อนบ้านที่ดีนั้น-ได้ แต่ใครเห็นเขมรดีกว่าไทยเรา ก็น่าโอนสัญชาติไปอยู่กะเขา แผ่นดินจะได้เบาขึ้นบ้าง
 ตั้งชื่อว่าพรรค "เพื่อไทย" มีชีวิตอยู่ด้วยข้าวแดงแกงร้อนประเทศไทย แถมมีเงินเดือนจากภาษีประชาชนคนไทย แสดงความเจ็บร้อนแทนประเทศ-แทนคนไทยหน่อยซิครับ ในภาวะอย่างนี้ "อมสาก" แทนการทำหน้าที่
 แล้วยังจะมีหน้าเป็น ส.ส.กันอีกหรือ!?
 เอาละ เมื่อสถานการณ์สะดุดหยุดอยู่ ณ จุดนี้ รัฐบาลก็ดี ข้าราชการในระบบรัฐก็ดี กองทัพก็ดี เอาความบกพร่องในอดีตมาเป็นตัวตั้งเพื่อการแก้ไขปัญหาปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบให้เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นสักหน่วยงานหนึ่งดีไหม?
 เราตกอยู่ในสภาพ "ตั้งรับ" มาตลอด และเป็นการตั้งรับแบบ "ทุลัก-ทุเล" ไม่มีการเตรียมการ ไม่มีการสำนึกในหน้าที่ ปล่อยปัญหาแผ่นดิน เป็น "ผีไม่มีญาติ" มาตลอด ดูการทำงานของเขมรเขาบ้าง หัดอายเขาบ้าง จำได้มั้ย ทุกครั้งที่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พระราชทานพระบรมราโชวาท จะขมีขมันขานรับว่า "รับใส่เกล้าใส่กระหม่อม เพื่อปฏิบัติ"
 ๑ ปี ก็พูดอย่างนี้ ๒ ปี ก็พูดอย่างนี้ ๓ ปี ก็พูดอย่างนี้ จนเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปี ก็พูดกันเป็นปากชักยนต์อยู่อย่างนั้น พูดตอนเช้า ตกเที่ยงลืมหมดแล้ว!
 เรื่องปราสาทพระวิหารนี่เหมือนกัน ยังมีการบ้านค้างคาอีกมากมาย เรื่องที่ยังเข้าใจไม่ตรงกัน  เรื่องข้อมูลที่ยังไม่มีการรวบรวม-เรียบเรียงให้คนไทย และคนทั้งโลกที่สนใจได้ค้นคว้า-ศึกษา เรื่องเขตแดน เรื่องการปักปันเขตแดน เรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาท เรื่องพื้นที่อนุรักษ์โดยรอบ เรื่องการบุกรุกเข้ามาตั้งบ้านเรือนของเขมร และ ฯลฯ
 คณะปฏิรูปประเทศเขายังมีเทอมงานตั้ง ๓ ปี โดยไม่ต้องล้มตามการเมือง ฉะนั้น รัฐบาลควรจะตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นซักแห่ง ทำหน้าที่รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์-วิจัย ติดตามเรื่องราว ประสานงาน  ประสานข้อมูล เรียกว่าเป็น "ข้อต่อเบื้องต้น" จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องนี้
 นำมารวบรวมไว้ที่ "ศูนย์หน้า" เพื่อการศึกษา-วิเคราะห์เอกสาร-หลักฐาน-ข้อมูลแห่งนี้ มีอะไรก็จะสามารถเรียกใช้นำไปสัประยุทธ์กับเขาบนเวทีได้ทันที!
 ระบบราชการไทย "ชอบสั่ง" และมากไปด้วย "คนสั่ง" สั่งเป็นล้าน แต่งานสำเร็จแค่สิบ สมัยรัฐบาลเปรม และรัฐบาลทักษิณ ผมได้ยินว่าเขาตั้งหน่วย "ติดตามงานตามสั่ง" นั่นสะท้อนถึงว่า คนไทยขาดระเบียบ-วินัย-ความรับผิดชอบ เรียกสรุปว่า "ขาดจิตสำนึก" ในหน้าที่
 เรื่องนี้เหมือนกัน เมื่อรู้ว่าคณะกรรมการมรดกโลกโยกไปอีกปี พรุ่งนี้ก็อาจลืมหมด ไม่มีใครจำใส่กะโหลกเพื่อแก้ไขความบัดสีในหน้าที่งาน จนถึงปีหน้า ใกล้ประชุมสัก ๒-๓ วันค่อยมาหัวปั่นกันใหม่ ถ้าเป็นอย่างนี้ เขมรอยากได้ตรงไหน ยกไปให้หมดดีมั้ย เหลือเอาไว้ก็รักษาไม่ได้อยู่ดี
 เพราะ "มีจิตสำนึก" กันอยู่กี่คน...หือ?



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์