พรุ่งนี้ก็ ๑ กันยาแล้ว เป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาส ๓ และเป็นเดือนสุดท้ายของ "ปีราชการ" เท่าที่สังเกต มักจะมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นเป็นประจำ ส่วนปีนี้จะมีอะไรตรงส่วนไหนของโลก ก็น่าลองติดตามกันดู แต่ที่บ้านเรา ถ้ามี น่าจะมีในด้านดีมากกว่าด้านร้าย ฉะนั้น ที่คนพรรคเพื่อไทยเขา "ทำร้ายประเทศไทย" ว่าจะมีการก่อวินาศกรรมกรุงในเดือนกันยา-ตุลานั้น ก็ไม่ต้องแตกตื่นกันไปกับวาทกรรมคนอาศัยประเทศเกิด!
แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อเกิดวาทกรรมพล่อยอย่างนี้ขึ้น วันนี้ เราลองทบทวนความหลังใน "เดือนกันยายน" ที่ติดตาตรึงใจชาวโลกดูซักหน่อยว่ามีอะไรบ้าง ผมก็จำไม่ได้หมด เอาที่ยังจำได้ในช่วงอาชีพที่อยู่กับข่าวก็แล้วกัน
ท่านเคยได้ยินคำว่า Black September บ้างมั้ย คิดว่าน่าจะชินหูกันนะ ถึงไม่ชินก็น่าผ่านๆ กันบ้างหรอก เพราะ Black September ที่บ้านเราเรียกว่า "กันยายนทมิฬ" นั้น เมื่อ ๓๕ ปีที่ผ่านมา ไม่แค่เขย่าโลก แต่ถึงขั้น "ช็อกโลก" เลยทีเดียว
๕ กันยายน ๒๕๑๕ ขณะแข่งกีฬาโอลิมปิก ที่มิวนิก ประเทศเยอรมนีโน่น เหตุการณ์ที่คนทั้งโลกไม่คิดว่าจะเกิด แต่มันก็เกิดขึ้นคือพวกก่อการร้ายปาเลสไตน์ ๘ คน ขนปืนกล ลูกระเบิดบุกหมู่บ้านนักกีฬา เข้าไปที่บ้านพักนักกีฬาอิสราเอล ยิงนักกีฬาอิสราเอลตายทันที ๒ คน แล้วจับทั้งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ชาวอิสราเอลที่เหลือรวม ๙ คนไปเป็นตัวประกัน
ยื่นเงื่อนไขต่อรองให้ปล่อยตัวพรรคพวกเขา ๒๓๖ คน ที่ถูกขังกระจัดกระจายอยู่ตามคุกต่างๆ ทั่วโลก นึกถึงตอนนั้นแล้วอดนึกถึงเหตุการณ์จับตัวประกันที่ฟิลิปปินส์วัน-สองวันนี้ไม่ได้ ใครมีเพื่อนเป็นตำรวจฟิลิปปินส์ก็จงบอกเขาเถอะว่า เอาปี๊บออกจากหัวได้แล้ว ไม่ต้องขายขี้หน้า
เพราะที่ห่วยกว่า หรือห่วยพอฟัด-พอเหวี่ยงกันยังพอมีให้เห็นเป็นเพื่อน!
คือพวกโจรปาเลสไตน์เขาขอเครื่องบินเจ็ตขนตัวประกันไปลงที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ทางการเยอรมนีก็โอเค พาทั้ง ๘ โจร และ ๙ ตัวประกันนั่ง ฮ. ๒ ลำจากบ้านพักนักกีฬาไปลงที่สนามบินมิวนิก ที่นั่นได้เตรียมเครื่องบินไว้ให้ตามข้อเรียกร้องเสร็จสรรพ ทางตำรวจเยอรมันก็วางแผนเผด็จศึกทันที
แผนเขาคือ ใช้พวกสไนเปอร์กะ "เด็ดหัว" พวกโจรปาเลสไตน์ในช่วงเปลี่ยนถ่ายเครื่องบิน แต่เพราะความไม่ประสา ทั้งไม่มีแผน ทั้งไม่มีประสบการณ์ และทั้งไม่มีฝีมือเอาเลย ตำรวจเยอรมันจึงทำขายหน้าขนาดฮิตเลอร์ไม่กล้าเกิดใหม่ นี่..ถ้าเอานักแม่นปืนแถวๆ สี่แยกคอกวัวไป เหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดแน่นอน
แต่นี่...คงเป็นพวกสนับเพลามากกว่าสไนเปอร์ พอ ฮ.สองลำลงจอด ก็หลับหู-หลับตาซัดเปรี้ยงส่งเดชไปอย่างนั้นเอง พวกโจรปาเลสไตน์ก็เลยถล่มทั้งปืน-ทั้งระเบิดใส่คอปเตอร์ที่ขนตัวประกันนักกีฬาอิสราเอล "ตายเรียบ" ทั้ง ๙ คน ตำรวจเยอรมันเองก็ม่องเท่งไป ๑ ส่วนพวกโจรปาเลสไตน์ตายไป ๕ ยกมือยอมแพ้ ๓!
ผลงาน "ช่วยตัวประกัน (ให้ตาย)" ของตำรวจเยอรมนีครั้งนี้ ปรากฏว่า....
"ถูกด่าเช็ด" ไปทั้งโลก!
นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดในเดือนกันยายนที่ยังจำกันฝังใจผ่านคำว่า Black September หรือ กันยายนทมิฬ มาจนถึงทุกวันนี้ และอีก Black September ที่สะท้านฟ้า-สะเทือนดิน และยังไม่สิ้นไปจากความทรงจำเช่นกันก็คือเหตุการณ์ 9/11 ขบวนการบินลาดินจี้เครื่องบิน ๒ ลำถล่ม "ตึกแฝด" เวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ กลางกรุงนิวยอร์ก เมื่อ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๔ ผ่านไปสดๆ ร้อนๆ ๙ ปีนี่เอง
คงไม่ต้องเล่านะครับ เพราะล้วน "ร่วมสมัย" ในเหตุการณ์ด้วยกัน จะเห็นว่าเหตุสยองโลกเหล่านั้น ล้วนมาจากผู้หวังดี-แต่ประสงค์ร้ายทั้งนั้น และพรุ่งนี้-เดือนกันยายนก็จะมาเยือนโลกอีกครั้งหนึ่ง ก็ขออย่าให้ประวัติศาสตร์ย้ำรอยเดิมเลย เพราะเบื่อแล้ว ถ้าจะมีอะไร ก็เอาที่มันแปลกๆ ใหม่ๆ มาให้ตื่นเต้นเป็นการเปลี่ยนฉากบ้างดีกว่า
แต่...อย่ามาที่ "เมืองเรา" ก็แล้วกัน!
ย้อนกลับไปถึงเรื่องที่ "คนเพื่อไทย" อ้างความหวังดีด้วยการ "ปล่อยข่าว" จะมีวินาศกรรม ถึงขนาดระบุสถานที่กันเลยว่า แถวๆ รถไฟใต้ดินกันต่อ ผมก็อยากขอร้องว่า ถ้าหวังดีกับบ้านเมืองจริงๆล่ะก็ ทีหน้า-ทีหลัง กระซิบบอกรัฐบาล หรือไม่อยากให้รัฐบาลได้หน้า ก็กระซิบบอกตำรวจ-ทหาร (แตงโม) ก็ได้
หรือเพื่อสร้างความดี-ความชอบให้เข้าตาประชาชนด้วยตัวเอง คนในพรรคเพื่อไทยเป็นตำรวจ-ทหารทั้งในราชการ และนอกราชการมากมาย เมื่อรู้เบาะแส ก็ไปลากคอตัวป่วนมานั่งหน้าป้าย "พรรคเพื่อไทย" แล้วเรียกโทรทัศน์ทุกช่องมาถ่ายไปออกจอก็ได้เหมือนกัน!
อย่าทำเป็น "ตัวอับเฉา"....อย่างที่ทำเลย!?
ความจริง ผมไม่ประสงค์จะพูดถึง เพราะเข้าใจดีว่า การสุมไฟให้บ้านเมืองเป็นหน้าที่ของพวกท่านอยู่แล้ว แต่เมื่อฟังที่นายพร้อมพงศ์เขาแถลงกับนักข่าวเมื่อวาน ถ้าบอกว่า... "นี่คือความหวังดี"
ก็คงประเภท "หวังดีของผู้ประสงค์ร้ายมากกว่า"?
คนหวังดีเขาจะไม่พูดกันแบบนี้ ไม่เชื่อท่านลองอ่านดูก็ได้ ผมจะคัดจากข่าวมติชน ออนไลน์เมื่อวานมาให้อ่าน ดังนี้
"นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ถึงกรณีที่ระบุว่าจะมีการก่อวินาศกรรมในสถานีรถไฟใต้ดิน ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีข้อเท็จจริงนั้นถือว่าเป็นการสรุปที่เร็วไป เพราะเรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับคำพูดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ยอมรับว่า
หากมีการยุบสภาในช่วงนี้จะไม่มีการเลือกตั้ง แสดงว่านายอภิสิทธิ์น่าจะรับทราบข้อมูลอะไรมาบ้างแล้ว เนื่องจากการสร้างสถานการณ์ที่ให้หวังต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเลือกจุดสำคัญในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น เป็นไปเพื่อต้องการให้ประชาชนเกิดความกลัว และเรียกร้องให้ทหารออกมาดูแลความปลอดภัยอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า แผนการดังกล่าวมีคนสีเขียวที่อยู่ในอำนาจแตะมือกับนักการเมืองมีเงินมากบารมีอยู่เบื้องหลัง เพื่อตั้งกลุ่มอำนาจใหม่ เพราะอายุของรัฐบาลชุดนี้อาจจสะดุดลงในเร็วๆ นี้ จากคดียุบพรรคและคดีเอสเอ็มเอส พร้อมกับเป็นการสกัดอำนาจเก่าหรือในซีกของพรรคเพื่อไทย เพื่อไม่ให้กลับมามีบทบาทอีกครั้งด้วย เพราะจากการทำโพลล์ของฝ่ายความมั่นคงที่ผ่านมาระบุชัดว่าพรรคฝ่ายค้านจะได้รับเสียงข้างมากจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า"
"การวิเคราะห์ของฝ่ายความมั่นคงของพรรคเพื่อไทยนั้น ที่จริงผู้ใหญ่ในพรรคไม่ต้องการให้เป็นข่าว แต่ที่ประชุมสรุปกันว่าถ้าไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมาอาจจะเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นขอให้รัฐบาลอย่ามองว่าไม่มีมูล แต่ควรที่จะหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องจะดีกว่า" นายพร้อมพงศ์กล่าว
เห็นมั้ย...จับแพะชนแกะ เป็นฉากเป็นช่องไปเลย นี่สมมุติว่ามีการก่อวินาศกรรมรถไฟใต้ดินอย่างที่จาระไนขึ้นจริงๆ จะต้องให้บอกไหมว่าต้องออกมาพูด...พวกผมเปล่า...ทำ?
แหม...ช่างเป็นดอกรัก-สัตว์แสนรู้อะไรขนาดนั้น รู้ละเอียดลออเหมือนตาเห็น หรืออยู่ในวงวางแผน รู้กระทั่งว่า สีเขียวแตะมือกับนักการเมืองมีเงินมากบารมีสร้างสถานการณ์เพื่อตั้ง "กลุ่มอำนาจใหม่" เพราะอายุรัฐบาลจะสะดุดลงเร็วๆ นี้ แล้วก็ "ยกหาง" พรรคตัวเองเสร็จสรรพว่า เหตุที่ทำเพื่อ
"สกัดอำนาจเก่าในซีกพรรคเพื่อไทย ไม่ให้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง เพราะโพลล์บอกว่าเลือกตั้งครั้งหน้า "เพื่อไทย" จะได้เสียงข้างมาก!?"
จินตนาการบรรเจิดอย่างนี้ ถ้าไม่คิดเอง-วางแผนเอง-ทำเอง ต่อให้เข้าทรงวิญญาณเจ้ามูลแม้ว ก็ยังยากจะอธิบายได้เป็นฉาก-เป็นตอน...ว่ามั้ย?
วันนี้-ผมก็รู้ตัวว่าเอาเรื่อง "ไร้สาระ" มาเลอะหน้ากระดาษ แต่ก็นั่นแหละ ผมก็ "หวังดี" เหมือนกัน อยากจะบอกคนเพื่อไทยว่า "อย่าทำร้ายประเทศไทย" เพียงอยากได้ทักษิณมาแทะเลย เท่านี้...คนไทยส่วนใหญ่ก็หน่าย "เพื่อไทย" จนไม่รู้จะพูดว่าไงอยู่แล้ว และนี่...ยังจะมาพูดจาเพ้อเจ้อ "เลือกตั้งครั้งหน้าชาวบ้านจะเลือกกลับมาเป็นรัฐบาล"
แล้วเลือก ส.ก.-ส.ข. เมื่อวาน เหลือติดบ้านกี่หัวล่ะ..หือ?








