ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 2 ของเศรษฐกิจไทยในปี 2555 ดูเหมือนว่าปัจจัยเสี่ยงหลากหลายด้านจากไตรมาส 4 ปี 2554 ซึ่งซบเซาซะเหลือเกินจากมหาอุทุกภัย กำลังจะสะเด็ดน้ำตั้งแต่ช่วงต้นของปีนี้
ช่วงปี 2552 ถือเป็นช่วงวิกฤติของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เดินหน้าแฉรายวันว่า กบข.บริหารพอร์ตลงทุนปี 2551 เจ๊งไม่เป็นท่า ประกอบกับผู้บริหาร กบข.สมัยนั้นมี "บัญชีพิเศษ" สั่งซื้อหุ้นได้โดยไม่ผ่านบอร์ด ทำให้เป็นข่าวฮอตหน้าหนึ่ง จนส่งผลให้ กบข.ตกเป็นที่จับตาของสังคม
"..ต้องไม่ลืมว่ายังมีภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่กระทรวงการคลังในสมัยรัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ลดให้อีก 5.31 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงเพดานราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งเดิมนั้นครบกำหนดอายุมาตรการช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลชุดนี้ได้ต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อจนถึงสิ้นเดือน ม.ค.2555 แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว คงยากที่จะยกเลิกมาตรการนี้ทันที
ปัจจุบันในประเทศไทยมีนิติบุคคลคงอยู่และดำเนินธุรกิจประมาณ 5 แสนกว่าราย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มจัดตั้งธุรกิจยันเลิกกิจการก็คือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่เปลี่ยนชื่อมาจากกรมทะเบียนการค้าเดิมนั่นเอง
ปัจจุบันการใช้พลังงานของประเทศมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แหล่งปิโตรเลียมในประเทศไทยโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่ใกล้จะหมดลง ดังนั้น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ในฐานะที่มีหน้าที่ในการจัดหาพลังงานของชาติ
สมบัติ แสงรัฐกาญจนสิน
“คนไทยมีนิสัยไม่ชอบทิ้งถิ่น ทำเลแนวรถไฟฟ้า และทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังเป็นจุดที่ขายได้ บางนาเป็นทำเลที่น่าสนใจ”
อูแบร์ วิริออท
“ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คาดการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในทำเลทั้งกรุงเทพฯ และพัทยาจะยังคงความคึกคักอย่างต่อเนื่อง”
ริษิณี สาริกบุตร
พ่นพิษแล้วสำหรับผลกระทบจากมหาอุทกภัยต่อภาคการผลิตและส่งออก หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออกของเดือน พ.ย.2554 พบว่า "ติดลบ" เป็นเดือนแรก
ผลพวงจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาล ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทั่งมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.ตามมา
"น้ำลด ตอผุด" เริ่มเห็นกันแล้ว นั่นคือความเสียหายจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่สุดในรอบ 50 ปี ที่จนถึงขณะนี้ "น้ำยังไม่สะเด็ด"
ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ประเมินว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจไทยด้านภาคการผลิต ซึ่งประกอบด้วย ภาคการเกษตร อุตสาหกรรม บริการและการท่องเที่ยว อยู่ที่ 1.27-2.54 แสนล้านบาท
หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานครเริ่มคลี่คลายลง เริ่มเกิดคำถามตามมาว่า มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมในรอบนี้เท่าไหร่กันแน่ และรัฐบาลจะมีมาตรการฟื้นฟู เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งประชาชน ธุรกิจสาขาต่างๆ อย่างไร








