ยุติธรรมอยู่ฟากฟ้า บนดิน ใดฤๅ
อยู่ที่จิตจงจินต์ พร่ำเพ้อ
จักได้ดั่งใจถวิล ตามอยาก ไฉนเวย
หากบ่หยุดแก้เก้อ กล่าวเกลี้ยงมุสา
เหล้าหนึ่งขวดซื้อนมได้ตั้งหลายกล่อง
ซื้อข้าวของช่วยเด็กได้อีกหลายอย่าง
คนขัดสนทนหมองกิ่วท้องคราง
อีกมุม...กลุ่มเหล้าบางบางกำลังเฮ
เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
เมื่อเวลาประมาณสามทุ่มของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 พลัน...ที่สิ้นเสียงการอ่านคำพิพากษาของผู้พิพากษาคนสุดท้าย ที่เป็นหนึ่งในเก้าคนขององค์คณะผู้พิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เป็นผู้พิจารณาพิพากษาคดีแพ่งในข้อหาร่ำรวยผิดปกติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินว่า
"ให้เงินที่ได้จากการขายหุ้น และเงินปันผลของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 36,373,687,454.70 บาทพร้อมดอกเบี้ย เฉพาะดอกเบี้ยที่ได้รับจากบัญชีเงินฝากนับตั้งแต่วันฝากเงิน จนถึงวันที่ธนาคารส่งเงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน..."
เรียน คุณสามวา สองศอก ที่รักและนับถือ
ขอโทษที...เพิ่งจะมีจดหมายมาขอบพระคุณ ที่คุณสามวา สองศอก ช่วยถามคุณอ้วน อรชร เพื่อนผม เกี่ยวกับบทความเรื่องผลไม้ทุเรียนและมังคุด ซึ่งคุณอ้วนได้ตอบให้ทราบแล้วก็สิ้นกังขาคาใจ เพราะต้องการทราบเหตุผลก็แค่นั้นแหละ
อริสมันต์ตัวดีใจขี้ขลาด
ป่าวประกาศชวนแดงทุกแห่งหน
พกขวดแก้วกำกับสำหรับตน
ให้ทุกคนกรอกน้ำมันเตรียมทำลาย
1.คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 กับคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยพิพากษาไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2544 ว่าทักษิณไม่ผิดฐานซุกหุ้นเพราะขาดเจตนาทุจริต แต่มูลคดีเดียวกันนี้ศาลฎีกาพิพากษาว่า ทักษิณมีความผิดฐานซุกหุ้นชัดเจน
ใครโกงใคร ใครโยง ใครโกงชาติ
ใครสร้างบาด แผลพิษ ไทยติดหล่ม
ใครใส่สูท อวดศักดิ์ นักสร้างปม
สภาล่ม ล้มเหลว ใครเลวทราม
เรียน คุณสามวา สองศอก
พ.ศ.นี้ถ้าเอ่ยถึงมูลนิธิเมาไม่ขับ คงไม่มีใครบอกว่าไม่รู้จัก แต่ถ้าถามถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้ที่มีส่วนผลักดันให้เกิดมูลนิธิเมาไม่ขับขึ้นในประเทศไทย น้อยคนนักที่จะรู้ว่านายแพทย์วิทุร แสงสิงแก้ว อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข คือบุคคลสำคัญที่เป็นผู้วางรากฐานให้องค์กรแห่งนี้เจริญเติบโตทำงานรับใช้สังคมมา 14 ปี จวบจนถึงปัจจุบัน
เรียน คุณสามวา สองศอก ที่เคารพอย่างยิ่ง
หลังจากเหตุการณ์บ้านเมืองที่มันปะทุขึ้นมา อีกทั้งรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้คนไทยผู้รักและเป็นห่วงใยบ้านเมืองจำนวนมาก ต้องตกลงไปอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์อย่างหนัก ซึ่งส่วนใหญ่โทษอีกฝ่ายหนึ่งด้านเดียว
"ขอเถิดนะ"
อย่าเห็นแก่ตัว จนไม่เห็นหัวคนอื่น
อย่าเห็นแก่เงิน จนหมางเมินความถูกต้อง
อย่าเห็นแก่อำนาจ จนคนทั้งชาติต้องก่อสงครามกลางเมือง
อย่าเห็นแก่ตำแหน่ง จนต้องแก่งแย่งซื้อขายเก้าอี้
อย่าเห็นแก่ยศ จนต้องกดน้องฟ้องนายขายเพื่อน







