ตูม ตูม!!! เหมือนโยนระเบิดใส่กลางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นรอบที่ 2 หลัง “เสี่ยอ่าง” ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เกิดอาการ “คันปาก” ออกมาเปิดโปงเรื่องบ่อนพนันแฟรนไชส์ ที่เปิดแบบโจ๋งครึ่มในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวนเกินกว่า 10 แห่ง
เก็บตกปรับ ครม.รัฐบาลปูแดง 2 งานนี้เป็นที่รู้กันดีทุกยุคสมัยว่า นอกจากบรรดา ครม.เองแต่ละท่านจะหนาวๆ ร้อนๆ บรรดาทีมโฆษกประจำสำนักในแต่ละยุคสมัย ก็หัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ไม่แพ้กัน
กำลังแอ่วเมืองเชียงใหม่อย่างเพลิดเพลินใจ สำหรับคณะรัฐมนตรีสัญจร โดยถือเป็นครั้งแรกของ “นายกฯ นกแก้ว” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อีกด้วย แต่อยู่ดีไม่ว่าดี ก็มีเรื่องก่อการร้ายให้ท่านนายกฯ เสียวสันหลังแทนขึ้นมาอีก
ในรัฐบาลชุดนี้ "กุมารทองคะนองศึก" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นับว่ามีบทบาท และมีอิทธิพลต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นอย่างมากในยุคนี้ ทั้งทำหน้าที่เป็นโฆษกแจงผลงาน (เอาหน้า) ต่อสื่อมวลชน ทำเป็นพี่ใหญ่เวลานั่งประชุมหัวโต๊ะ ก.ตร.เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก็ได้โด่งดังพาดหัวกันไปแล้วสมใจ
ตั้งแต่เลือกค่าย เลือกสี ก็เต็มที่สุดๆ ไปเลย ‘ก่อแก้ว พิกุลทอง’ ที่วันนี้สวมหมวกทั้งแกนนำเสื้อแดงและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย บทบาทสไตล์การปราศรัยอาจไม่มีท่วงท่าเร้าใจกระชากอารมณ์เหมือนเพื่อนพ้องคนอื่นๆ แต่เนื้อหาสาระไม่ว่าบนเวทีหรือล่างเวที ยามให้สัมภาษณ์ต้องบอกว่า ดุดันไม่น้อย
เป็นอีกหนึ่งคนที่มีข่าวลือหนาหูมากว่า จะถูกเด้งให้พ้นเก้าอี้เจ้ากระทรวงคลองหลอด ในช่วงการปรับ ครม.ที่จะถึงในปีหน้า สำหรับ ‘ยงยุทธ วิชัยดิษฐ’ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ทำให้ช่วงนี้ไปไหนมาไหน เป็นอันถูกถามไถ่อยู่เสมอ จนกระทั่งเจ้าตัวต้องพยายามหลีกเลี่ยงหรือบางครั้งก็ชิงตัดบทกระจิบข่าวไปดื้อๆ ในหลายรอบ
อากาศหนาวเริ่มพัดผ่านมาให้ชาวกรุงได้สัมผัสกันบ้างแล้ว แต่เหตุการณ์ร้อนๆ ในบ้านเมืองไทยยังแค่เริ่มต้น ทั้งเรื่องคดี 16 สำนวนของผู้เสียชีวิตกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จากเหตุการณ์กระชับพื้นที่เมื่อช่วงกลางปี 53 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อดีตนายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศอฉ.ในขณะนั้น ต้องเดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกันอย่างต่อเนื่อง
เรียกได้ว่างานหนักตั้งแต่แรกเลยทีเดียว สำหรับมือใหม่หัดขับอย่าง “บิ๊กนัย” พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ที่ช่วงนี้มีงานเข้าไม่ขาดสาย ส่งผลให้หน้าตาของนายตำรวจภายใต้ยี่ห้อ “ชินวัตร” ดูไม่กระชุ่มกระชวยเหมือนครั้งที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ
ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติ “น้องน้ำ” ท่วมขังในทุกภาคส่วน จนมีชาวบ้านตาดำๆ ต้องเดือดร้อนกันทั่วหน้า แม้รัฐบาลจะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็ตามที แต่ดูเหมือนว่า การระดมความช่วยเหลือเหล่านั้น จะไปไม่ถึงมือผู้ประสบเคราะห์กรรมน้ำท่วมสักเท่าไหร่
สถานการณ์ช่วงนี้ของ “น้องน้ำ” เริ่มจะทุเลาลง แม้จะยังท่วมขังในหลายพื้นที่ก็ตามที ทว่ากลับกลายเป็น “ศึกคน” ด้วยกันเองที่น่าเป็นห่วง ทั้งจากความขัดแย้งตามแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไกล่เกลี่ยไม่เว้นแต่ละวัน








