เปลว สีเงิน

Wednesday, 16 September, 2009 - 00:00

"ข้าวหอมมะลิไทย"อบร่ำไทยหอมทั้งชาติ

 เดี๋ยวก่อน...ขอคุยถึงเรื่องถูกอก-ถูกใจผมเป็นพิเศษซักนิด  ก่อนที่จะไปคุยกันถึงเรื่องอื่นๆ  คือปลื้ม  "กรมการค้าต่างประเทศ"  กระทรวงพาณิชย์น่ะ  เพราะเขาทำเครื่องหมายรับรอง   "ข้าวหอมมะลิไทย"  ได้ใจผม  ก็เลยอยากช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์อีกแรงว่า  ต่อไปนี้  ถ้าจะซื้อข้าวสารกรอกหม้อ  หรือไปเข้าร้านอาหารที่ไหน  ต้องการกิน  "ข้าวหอมมะลิไทย"  ของแท้  ต้องสังเกตว่ามีเครื่องหมาย  "๓  รวง  ๖  เมล็ด  ข้าวหอมมะลิไทย"  รับประกันคุณภาพโดย  "กรมการค้าต่างประเทศ"  ติดอยู่หรือเปล่า?

     ๓  รวง  ๖  เมล็ด  และมีอักษรไทยว่า  "ข้าวหอมมะลิไทย"  อยู่ภายในวงกลม  ล้อมรอบด้วยอักษรภาษาอังกฤษว่า  THAI  HOM MALI  RICE  ORIGINATED  IN  THAILAND  DEPARTMENT  OF  FOREIGN  TRADE  โปรดสังเกตว่า  ไม่ได้ใช้คำว่า  Thai  Jasmine  Rice  แต่ผึ่งผายในคำไทย  "เป็นทางการ"  ไปเลยว่า

     THAI  HOM MALI  RICE

     สินค้าไทยที่  "ทับศัพท์"  คำไทย  แต่ดัง  และรู้จักไปทั่วโลกจนกลายเป็นศัพท์สากลไปแล้ว  อาจจะมีหลายอย่าง  แต่ที่แน่ๆ  มีอยู่  ๒  ชื่อสินค้าไทย  คือ

     รถตุ๊กๆ  กับ  ข้าวหอมมะลิ!

     การที่กรมการค้าต่างประเทศออกเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย  หรือแบรนด์ข้าวหอมมะลิไทย  ดี-เยี่ยม-เชื่อถือได้-รับประกันคุณภาพออกมาครั้งนี้  ผมถือว่าสร้างสีสัน  กระตุ้นชีวิตให้กับข้าวไทย  ไม่ว่าจะหอมมะลิ  หรือหอมไหนๆ  ให้มีชีวากระปรี้กระเปร่าขึ้นมามากทีเดียว

     ทุกวันนี้  "มั่ว"  กันไปหมด  และเป็นมั่วที่ทำลายชื่อเสียง-มาตรฐาน  "ข้าวหอมมะลิไทย"  ลงไปทุกวัน  โดยไม่มีหน่วยงานไหนอินังขังขอบมากนัก  ไปดูซี..ตามห้างใหญ่ๆ  ไม่ว่าไทย  ไม่ว่าเทศ  จะเขียนข้างถุงว่า  "ข้าวหอมมะลิ  ๑๐๐%"  หลอกขายชาวบ้านหน้าตาเฉย  แต่จริงๆ  แล้ว  ส่วนใหญ่เป็นข้าวผสมปลอมปนผิดไปจากสัดส่วนที่  "กรมการค้าภายใน"  กำหนดไว้ทั้งนั้น

     พูดกันจากความเป็นแก่นแท้จริง  ผมว่า  "ข้าวหอมมะลิ"  เป็นสัญลักษณ์ประเทศไทย  ไม่ใช่แค่แบรนด์สินค้าเท่านั้น  สมมุติว่าประเทศไทยคือมนุษย์คนหนึ่ง  "โครงกระดูก"  นั้นคือรูปลักษณ์ของร่างมนุษย์  ฉันใด  ชาวนาไทย  ข้าวไทย  ก็คือโครงกระดูกอันเป็นรูปลักษณ์ของประเทศไทย  ฉันนั้น!

     ฉะนั้น  ถ้าทางการให้ความสำคัญกับข้าวไทย  กระตุ้นให้เคลื่อนไหวอยู่ตลอด  นั่นก็เท่ากับให้ความสำคัญกับความเป็นชาติไทย  และอนาคตของคนไทย-ประเทศไทย  ที่ผมต้องขอบอกว่า  "เป็นปลื้ม"  เอามากๆ

     ชู  "ข้าวไทย"  ขึ้นเหนือหัวอวดชาวโลกไว้เถอะครับ  เราจะไม่เพียงรอดในทุกศตวรรษ  แต่พวกเรา-ประเทศไทย  คนไทยทุกคน  จะร่ำรวยและยิ่งใหญ่  ในความเป็นชาติ  "เลี้ยงโลกได้"  ด้วย  รวงข้าว-แรงควาย  และปลายเคียว!

     มาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย  ภายใต้เครื่องหมาย  "รวงเมล็ด"  ของกรมการค้าต่างประเทศ  จะมีเนื้อข้าวหอมมะลิ  ๙๒%  มีข้าวชนิดอื่นปนได้  ๘%  ไม่ใช่กรมการค้าต่างประเทศทำไว้ใช้เองนะครับ  ผู้ส่งออก  โรงสี  พ่อค้าปลีก  ค้าส่ง  ห้างสรรพสินค้า  โรงแรม  ภัตตาคาร  ร้านอาหาร  ทั้งในและนอกประเทศ  สามารถนำแบรนด์นี้ไปใช้ทางธุรกิจได้

     แต่สินค้านั้นต้องได้มาตรฐาน  "ข้าวหอมมะลิไทย"  อย่างที่บอกข้างต้นนะครับ  ถ้ารายใดสนใจ  ไปขออนุญาตใช้แบรนด์  "รับประกันคุณภาพ"  เท่ๆ  นี้ได้ที่กรมการค้าต่างประเทศ

     เคารพแม่โพสพไทย  ให้เกียรติชาวนาไทย  และเทิดทูนประเทศไทยเราด้วยการ  "อย่ามั่ว-มักได้"  โฆษณาสินค้าไปว่า  "ข้าวหอมมะลิ  ๑๐๐%"  ทั้งที่ผสมปนเปร้อยแปดอย่างที่ทำกันอยู่เลยครับ

     อ้าว...กรมนี้อยู่ที่ไหนล่ะ  ก็ที่กระทรวงพาณิชย์  แถวๆ  นนทบุรีนั่นแหละ...ไปขอเขาได้เลย!

     ข้าวหอมมะลินี่   เป็นสายพันธุ์ข้าวมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยเรา  กลิ่นหอมคล้ายใบเตย  ถ้าเราไปถาม  "พระป่า"  ที่บิณฑบาตจากรุกขเทวดา  ท่านอาจจะบอกว่า  กลิ่นหอมของข้าวหอมมะลิไทย  ปานประหนึ่ง  กลิ่นหอมของข้าวทิพย์ที่รุกขเทวดาใส่บาตร!?

     ที่ไหนในโลกปลูกข้าวได้  ไม่ว่าที่จีน  ที่อินเดีย  ที่ญวน  ที่สหรัฐอเมริกา  ที่นั่นก็ปลูกข้าวหอมมะลิกันได้ทั้งนั้น  แต่มหัศจรรย์แห่งพืช  และแห่งจักรวาลจริงๆ  ไม่ว่าปลูกที่ไหนๆ  ถึงพันธุ์เดียวกัน  ก็จะไม่มีคุณภาพ  และไม่หอมเท่า  และหอมเหมือน  "ข้าวหอมมะลิ"  ที่ปลูกในผืนแผ่นดินไทย

     ข้าวหอมมะลิไทย   จึงได้รับการเรียกหาเจาะลงไปเลยว่า  THAI  JASMINE  RICE  และทุกวันนี้  ข้าวหอมมะลิไทยจึงเป็นสินค้าเกษตรชั้นสูง-ชั้นดี  เป็นที่รู้จัก  เป็นที่ต้องการไปทั่วโลกในนาม  THAI  HOM MALI  RICE  และเป็นสินค้าเกษตรที่ใครๆ  ในโลกพยายามเลียนแบบ  และช่วงชิงคำว่า  "ข้าวหอมมะลิ"  ไปใช้กับสินค้าข้าวของเขา

     และคู่แข่งไทยเขาก็วิจัยและปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวแย่งชิงเราไปได้มากเหมือนกัน  ไม่ใช่ข้าวของเขาหอมเหมือนข้าวหอมมะลิไทยเรา  หากแต่  เทคนิคการค้า  การตลาด  และความกระตือรือร้นในการพัฒนาของเขาทั้งระบบรัฐ  และระบบราษฎร์  "มีความเป็นหนึ่ง"  และมีความมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ชาติ

     มากกว่า  "ตัวใคร-ตัวมัน"  อย่างในบ้านเรา!

     ข้าวหอมมะลิอันดับ  ๑  คือพันธุ์ขาวดอกมะลิ  ๑๐๕  และพันธุ์  กข.๑๕  ปลูกได้บางพื้นที่เท่านั้น  แถมให้ผลผลิตต่อไร่น้อยมาก  ประมาณ  ๓๐-๔๐  ถัง/ไร่  ของดี-มีน้อย  คนถึงต้องการมาก   ราคาจึงสูง  แต่เพราะให้ผลผลิตต่อไร่น้อยนี่แหละ  ทำให้ชาวนาหันไปปลูกพันธุ์อื่น  อย่างเช่นพันธุ์ปทุมธานี  ๑  ซึ่งให้ผลผลิตมากกว่า  คือประมาณ  ๘๐-๑๐๐  ถัง/ไร่  และก็หอมเหมือนกัน

     แต่หอมจาก  คลองหลวง ๑,  จากสุพรรณบุรี,  จากปทุมธานี ๑  หรือจะเท่า  หอมจากข้าวที่สรวงสวรรค์ประทานมาให้โดยเฉพาะกับพันธุ์ขาวดอกมะลิ  ๑๐๕  และพันธุ์  กข.๑๕  อันเป็นที่มาของคำว่า  "ข้าวหอมมะลิไทย"  หนึ่งในโลกทุกวันนี้!

     พูดถึงความหอม  ไทยเราพบความสำเร็จจากการค้นคว้า-วิจัย  จนได้รับสิทธิบัตร  "ยีนควบคุมความหอมในข้าว"  จากสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา  เมื่อ  ๑๕  ม.ค.๕๑  ส่งผลให้ชื่อเสียงของข้าวหอมมะลิไทยขจรขจายไปทั่วโลกยิ่งขึ้น  บนการยอมรับเป็นสากลว่า

     "ข้าวหอมมะลิไทยเป็นข้าวมีคุณสมบัติพิเศษเหนือใคร  หอมเหมือนกลิ่นทิพย์มิจางคลาย  นุ่มละมุน  หวานละไม  ชวนหลงใหลในการรับประทาน  นับเป็นเอกลักษณ์  'ข้าวหอมมะลิไทย-หนึ่งเดียวในโลก'"!

     ก็ต้องบอกเป็นการคารวะเจ้าของผลงานชิ้นนี้ไว้ตรงนี้  การถอดรหัสพันธุกรรมข้าวขาวหอมมะลิจนค้นพบยีนควบคุมความหอม  จากจุดอันเป็นตำแหน่งเดียวที่ถอดรหัสพันธุกรรมยากที่สุดได้สำเร็จรายแรกของโลก  และนำยีนควบคุมความหอมนี้ไปใส่กับพันธุ์ข้าวอื่น  ปรากฏว่าพันธุ์ข้าวธรรมดานั้น  กลายเป็นพันธุ์ข้าวหอมได้

     เป็นผลงานค้นคว้า  วิจัย  จากความร่วมมือกันระหว่าง  "ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวมหาวิทยาลัยเกษตรฯ"  กับหน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว  ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ  (ไบโอเทค)

     นี่...ผมเพิ่งอ่านจาก  "แนวหน้า"  ฉบับวานนี้เอง  เขาลงข่าวว่า  ศูนย์วิจัยและค้นคว้าเกษตรกรรม  มหาวิทยาลัย  Louisiana  State  University  ประกาศเป็นทางการถึงการค้นคว้าและพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่  LA  2125  มีคุณภาพทัดเทียมข้าวหอมมะลิไทย  แล้วตั้งชื่อเลียน  Jasmine  "ข้าวหอมมะลิ"  ว่า  JAZZMAN

     ประกาศด้วยว่าเตรียมผลิตข้าว  JAZZMAN  แข่งกับ  "ข้าวหอมมะลิไทย"  ขณะนี้แจกจ่ายพันธุ์ให้ชาวนา  เตรียมลงมือปลูกในฤดูกาลหน้านี้แล้ว!

     อ้าว...ว่าจะคุยนิดเดียวหมดเนื้อที่ซะแล้ว  เลยไม่ได้คุยเรื่องที่รัฐบาลติดใจ  ประกาศใช้  พ.ร.บ.ความมั่นคง  ในเขตดุสิต  ระหว่างวันที่  ๑๘-๒๒  ก.ย.เป็นการ  "กันไว้ดีกว่าแก้  แย่แล้วแก้ไม่ทัน"  ในเหตุการณ์ชุมนุมที่  ๓  เกลอหัวขวดเขาป่าวร้องว่า  ๑๙  กันยานี้จะมาแดงทั้งแผ่นดิน  ตามโครงการ  "ตั้งรัฐใหม่"  ให้ทักษิณ

     วันนี้-ที่  ๑๖  กันยา  หวยออก  ออกอะไรก็ออก  แตอย่าออก  77  หรืออย่าให้มีเลข ๗  เลข  ๘  เลข  ๐  เลข  ๓  หรือเลข  ๒  ก็แล้วกัน  เพราะผมเห็นเขาหากันให้ควั่ก  อยากให้รัฐบาล  "กินเรียบ"  น่ะ  จะได้เอาเงินมาซื้อข้าวต้มเลี้ยงท่านสมาชิกรัฐสภาที่จะมาอภิปรายทั่วไปกัน  ๒  วัน  ๒  คืน  เพื่อหาช่องกลืนรัฐธรรมนูญลงท้อง

     เอาละ..วันที่  ๑๐  ตุลา  ก็ได้ฤกษ์จะไปทอดผ้าป่า  "หลวงพ่อตามใจ"  วัดพญาไม้  ราชบุรีแล้ว  จะได้นำเงินประมาณ  ๓  ล้านกว่าๆ  ไปซ่อม-สร้างโบสถ์อันมีความเป็นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่  ๕  และที่  ๖  ซึ่งปรักหักพังลงไปตามกาลเวลาให้กลับมาสวยงามสง่าเหมือนดังเดิม  ฉะนั้น  ก็ขอ  "ตอบรับ"  ต่อจากวานนี้เลยนะครับ

     ๑,๔๙๐.คุณอมรทิพย์-อัมพร-สุกิจ  ปิ่นวัฒนา  โบสถ์+ว.วชิรเมธี  รวม  ๑,๐๐๐  บาท

     ๑,๔๙๑.คุณรัฐพล-รัฐศักดิ์  ศรีสินรุ่งเรือง  ๑,๐๐๐  บาท

     ๑,๔๙๒.คุณวัชนี  มนตรีหาญ  ชลบุรี  ถวายท่าน  ว.วชิรเมธี  ๕๐๐  บาท

     ๑,๔๙๓.คุณพีรพงศ์  สงวนพันธ์  ถวายท่าน  ว.วชิรเมธี  ๑๐๐  บาท

     ๑,๔๙๔.คุณแกะ  แซ่เตีย  พร้อมลูกๆ  และขวัญใจ  อมาตยกุล  ๕๐๐  บาท

     ๑,๔๙๕.คุณสมชาย  ทวีปัญญายศ  อุทิศให้แก่  "นายเทียม-นางทองอินทร์  ทวีปัญญายศ"  ๒,๐๐๐  บาท

     ๑,๔๙๖.คุณดวงสมร  แก้วผลึก  ๕๐๐  บาท

     ๑,๔๙๗.คุณสุรีย์  พุทธิรังษีวงศ์  โบสถ์+ว.วชิรเมธี  ๑,๐๐๐  บาท

     ๑,๔๙๘.คุณประภัสภร  แผนทัด  สมุทรสาคร  โบสถ์+ว.วชิรเมธี  รวม  ๒,๐๐๐  บาท

     ๑,๔๙๙.คุณสมจิตต์  ศรีดุรงคธรรมพ์  โบสถ์  ๑,๐๐๐  ว.วชิรเมธี  ๓๐๐  รวม  ๑,๓๐๐  บาท

     ๑,๕๐๐.ครอบครัว  "ตรรกศาสตร์เลิศ"  โบสถ์+ว.วชิรเมธี  รวม  ๒,๐๐๐  บาท

     ๑,๕๐๑.คณะศาลแขวงนนทบุรี  คุณณัฏฐพัชร  อมรมนัสวรกุล  ๑,๐๐๐/คุณนันทวรรณ  โตมะโน  ๑,๐๐๐/คุณเกษกานดา  เกตแก้ว  ๒๐๐/คุณกนกวรรณ  ตรีนุช  ๑๐๐/คุณสุพิชฌาย์  ฉายแสง  ๓๐๐/คุณรัชฏา  สุวรรณปาน  ๒๐๐  รวม  ๒,๘๐๐  บาท

     พรุ่งนี้มีต่อ  แต่ขอประกาศด้วยความเคารพว่า  ขณะนี้  "ปิดรับ"  แล้ว  ไม่อย่างนั้น  ผมลงรายชื่อไม่หมดก่อนวันที่  ๑๐  ตุลาแน่  เฉพาะวานนี้  พอบอกว่า  "ปิดรับแล้ว"  เท่านั้นแหละ  โอนเงินมาอีก  ๕๐  ท่านเห็นจะได้  ผมละก็ยินดียิ่งนัก  แต่เกรงจะทำชื่อท่านตกหล่นหายไป  ท่านอาจไม่คิดอะไร  แต่ผมซีครับ  "ไม่สบายใจ"  เรื่องเงินนั้น  ไม่อยากให้ใครติดค้าง-สงสัยใดๆ  ทั้งสิ้น  ขนาดนี้ยังมีเมล์มาแซว  "ผมหากินกะวัดทั้งปี"  ก็อยากจะบอกว่า  ถ้าไม่หากินแบบนี้  แล้วผมจะเอาจี๊ที่ไหนไปซื้อกระดาษพิมพ์ล่ะ..โธ่!