ไฟต์อัพ อาเซียนซัมมิต สุพร แซ่ตั้ง

Monday, 2 March, 2009 - 21:41

ไฟต์อัพ อาเซียนซัมมิต สุพร แซ่ตั้ง

     การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนซัมมิต  ครั้งที่  14  ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่  27  กุมภาพันธ์-1  มีนาคม  2552  ที่โรงแรมดุสิตหัวหิน  อำเภอชะอำ  จังหวัดเพชรบุรี  ปิดฉากอย่างสวยหรูและถือเป็นครั้งแรกในการมีกฎบัตรอาเซียนหรือ  "ปฏิญญาชะอำ-หัวหิน"  ว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียน  ปี  ค.ศ.2009-2015  และการก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน  ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน  เพื่อนำไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนอย่างแท้จริง
     เป้าหมายสำคัญครั้งนี้  คือ  การเข้ามารวมพลังเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ  และไม่ใช่จะเป็นการรวมกลุ่มแค่  10  ประเทศเท่านั้น  เพราะการประชุมครั้งหน้าจะมีการหารือเรื่องอาเซียนบวก  3  และบวก  6  ดึงกลุ่มประเทศอื่นๆ  นอกอาเซียน  เช่น  เอเซียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง
     แต่เชื่อว่า  ทุกตัวอักษรในปฏิญญาจะต้องปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง  ซึ่งต้องยอมรับว่า  การรวมพลังของทุกประเทศ  โดยเฉพาะประเทศเล็กๆ  แต่มีศักยภาพหมายถึงการฝ่าข้ามวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังลุกลามประเทศยักษ์ใหญ่ในโลก  ทั้งสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น  ถ้าไทยหรืออาเซียนไม่แข็งแกร่งอย่างที่สร้างภาพจับมือกัน  ทุกอย่างก็ไร้ประโยชน์
     เพราะในขณะที่ตัวเลขการเติบโขของเศรษฐกิจสหรัฐยังดำดิ่งต่ำสุดแล้วต่ำสุดอีกจนฉุดดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกแดงเถือก 
     ที่ญี่ปุ่นปรากฏว่ายอดขายรถใหม่ในประเทศปรับลดลงเหลือ  218,212  คันในเดือนกุมภาพันธ์  หรือดิ่งลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง  32.4%  และเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่พฤษภาคม  2517  เนื่องจากผู้บริโภคงดการใช้จ่ายสินค้าราคาแพงเพิ่มมากขึ้นขณะที่วิกฤติเศรษฐกิจโลกยังไม่มีทีท่าฟื้นตัว  นับเป็นเดือนที่  7  ติดต่อกันแล้ว
     ประเทศไทยเองก็อยู่ในภาวะลุ่มๆ  ดอนๆ  กำลังรอมาตรการกระตุ้นและการปรับตัวเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน  โดยเฉพาะเรื่องกำลังซื้อของคนไทยที่อัดฉีดอย่างไรก็ยังไม่มั่นใจ
     ล่าสุด  กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์  2552  อยู่ที่  103.1  ขยายตัวติดลบอีก   0.1%   เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนและติดลบจากเดือนมกราคม  แม้ตัวเลขติดลบน้อยกว่า  แต่เฉลี่ยช่วง  2  เดือนแรกของปีนี้  หรือมกราคม-กุมภาพันธ์  ติดลบ  0.3%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
     หลายคนยืนยันว่า  ขนาดประเทศยักษ์ใหญ่ยังเอาตัวไม่รอด  ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศเล็กๆ  ต้องจับมือกัน  คนไทยทุกคนต้องช่วยเหลือกัน  จะไปหวังพึ่งการส่งออก  ดึงดูดทัวร์ต่างชาติ  อาจได้แค่ตัวเลขหลอกๆ  
     ชาวสหรัฐยังต้องซื้อแต่สินค้าเซลส์กระหน่ำและขายทุกอย่างแลกเงินดอลลาร์  ศิลปินนักวาดชื่อดังต้องงัดภาพออกมาเร่ขาย  ดาราสาวตกงานยังต้องประกาศขาย  "ไข่"  ในตัวแลกเงินเลย   เหมือนอย่างที่พี่เบิร์ดบอกแฟนๆ  นั่นแหละว่า  เรื่องเที่ยวกลายเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทย  ไม่ใช่แค่พักผ่อน  แต่การเที่ยวทุกทริป  คือ  การช่วยชาติด้วย
     คนไทยต้องเที่ยวไทย  ต้องซื้อของไทยด้วยกัน  สร้างกระแสเงินสะพัดในประเทศ
     ประชุมอาเซียนซัมมิตครั้งนี้จึงทำให้วาระการสร้างความร่วมมือเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกลายเป็นประเด็นสำคัญสุดยอด
     ไทยเราได้พูดคุยกับผู้นำประเทศหลายเรื่องตามปัจจัยและจุดแข็งของแต่ละฝ่าย  คุยกับประเทศเวียดนามเกี่ยวกับเรื่องข้าว  คุยกับประเทศสิงคโปร์เรื่องการแลกเปลี่ยนการอบรมข้าราชการ  รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจ  ขณะที่คุยกับกัมพูชาเกี่ยวกับข้อพิพาทเขตแดน  คุยกับประเทศมาเลเซียเรื่องปัญหาความไม่สงบในพื้นที่  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้
     ดิฉันชอบจริงๆ  หนังโฆษณาอาเซียนซัมมิตที่ออนแอร์  ภาพการ์ตูนวาดง่ายๆ  ที่สะท้อนให้เป็นพลังความร่วมมือหมายถึงเงินในมือของทั้ง  9  ชาติ  จากหนึ่งเป็นสองเป็นสามเป็นสี่จนกลายเป็นเครือข่ายและขยายแลกเปลี่ยนกัน  ต่อยอดเศรษฐกิจซึ่งกันและกัน
     ไฟต์อัพ  อาเซียน