สภาประชาชน

Saturday, 10 October, 2009 - 00:00

รักนิรันดรคำฉันท์

สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ

     สมาชิก  "ผ่อง  พันธุโรทัย"  ยกมือขอใช้สิทธิพาดพิง

เรียน ท่านประธานท้วมที่รักและนับถือ

     ผมขออนุญาตอภิปรายในฐานะที่ถูกพาดพิงครับ   และผู้ที่กล่าวพาดพิงถึงผมคือ  ท่านสะอาด  เปี่ยมพงศ์สานต์  ท่านไม่ได้ตำหนิติติงอะไรผมหรอก  แต่ท่านกลับยกย่องผมเป็นอาจารย์  ซึ่งผมต้องขอขอบพระคุณในความปรารถนาดีของท่าน  แต่ผมรู้สึกว่า  "อาจารย์"  เป็นตำแหน่งที่หนักสำหรับผม   ผมจึงรับไว้ไม่ไหว  ต้องขอคืนท่านสะอาดครับ  ขอรับแค่  "ลุง"  ซึ่งเป็นตำแหน่งเบาและสบายใจ  ซึ่งในสภาประชาชนใช้กันอยู่

     นอกจากนี้ผมมีความตั้งใจจะเรียนถามท่านสะอาดถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง  คอยโอกาสที่

เหมาะก็ไม่อำนวย   เพิ่งจะได้โอกาสตอนนี้แหละครับ   คือผมขออนุญาตเรียนถามว่า  ท่านสะอาด   เปี่ยมพงศ์สานต์  กับท่านเสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์  ขอประทานโทษเป็นอะไรกัน  เป็นสังคญาติระดับไหน?

     ผมขอทราบประวัติอย่างย่อก็ได้ครับ   ผมจะเก็บใส่สมุดบันทึกไว้เป็นที่ระลึก  เพราะเป็นแฟนท่านเสวตรสมัยท่านเป็นผู้แทนราษฎร  ทราบเพียงว่าท่านเป็นชาวระยอง  เป็นเสมือนปูชนียบุคคล   เป็นที่เคารพรักและนับถือของคนระยอง  สมัครผู้แทนฯ  ทุกสมัยได้รับการสนับสนุน  และทุ่มเทคะแนนจากคนระยองอย่างล้นหลามและทุกสมัย  จนกลายเป็นผู้แทนฯ  ผูกขาด      ผลงานในสภาฯ  มีความแปลกพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง  คือท่านพูดกับประธานสภาฯ  ไม่เหมือนกับสมาชิกทั่วไป   สมาชิกทั่วไปจะพูดกับประธานสภาฯ  ว่า  "ท่านประธานที่เคารพ"  แต่สำหรับท่านเสวตร   ท่านพูดกับประธานสภาว่า   "ท่านผู้เป็นประธาน"  อย่างนี้ทุกครั้งที่อภิปราย  เหตุใดท่านไม่ใช้  "ท่านประธานที่เคารพ"  ก็ไม่ทราบเจตนาของท่าน 

     ถ้าจะให้เดาก็น่าจะเป็นเพราะ  ท่านมีอายุอานามมากกว่าประธานสภาสมัยนั้นกระมัง?  ประธานสภาสมัยนั้นถ้าจำไม่ผิดคือ  ท่านโคว้ตงหมง  ประสิทธิ์  กาญจนวัฒน์  และนายกรัฐมนตรีคือ  ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์  ปราโมช

     นอกจากท่านเสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์  เป็นผู้แทนราษฎรแบบผูกขาดแล้ว  ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการประพันธ์ร้อยกรอง   กาพย์  กลอน  โคลง  ฉันท์อีกด้วย  ใน  ๔  อย่างนี้ฉันท์นับว่าประพันธ์ร้อยกรองยากมาก   เพราะกฎกติกาบังคับด้วยครุ  ลหุ  คือ  เสียงหนัก  เสียงเบา  ถึงกระนั้นท่านเสวตรยังสามารถประพันธ์ร้อยกรองคำฉันท์ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง  ท่านให้ชื่อว่า  "รักนิรันดร"  คำฉันท์  พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพ  นายเหลียง  เปี่ยมพงศ์สานต์  ๑๙  พฤศจิกายน  ๒๕๐๔

     ในคำนำมิได้บอกว่ามียอดหญิงคนใด  อันเป็นสุดที่รักบันดาลให้ท่านร้อยกรอง  "รักนิรันดร"   คำฉันท์  เพียงบอกว่าเพราะมีใจรักคำฉันท์อย่างลึกซึ้ง  และปรารถนาจะให้มีการสนใจในวรรณคดีประเภทนี้มากขึ้น

     "นักนิรันดร"   คำฉันท์  ประกอบด้วยฉันท์ถึง  ๒๔  แบบ  ซึ่งส่วนมากเป็นแบบที่ปรากฏอยู่ในตำราฉันทลักษณ์  มีอยู่  ๕  แบบที่เอามาจากจินดามณี   ซึ่งความจริงมีลีลาไพเราะ  แต่ถูกมองข้ามไปเสีย   คือ  โคลงสิงฆ์ฉันท์  ฉันท์ฉบำดำเนิน  ดิลกวิเชียรฉันท์  วิเชียรดิลกฉันท์  และปทุมรัตน์ฉันท์  และเป็นฉันท์ที่ผู้เขียนคิดขึ้นเองหนึ่งแบบ  คือ  คชลีลาศฉันท์  ตัวอย่าง

     คชลีลาศฉันท์ ๑๒

          เพื่อจะปลดลดระทม   ทุกข์ระบมตรมอุรา

     ภาระว่างห่างก็หา         ธรรมชาติสุทธิชม

     ฉันท์ที่นับว่าแต่งยากคือ   ฉันท์ที่มีคำลหุมาก  เช่น  สัททุลวิกกีฬิต  ๑๙  กับสัทธรา  ๒๑  ถึงกระนั้นท่านเสวตรก็ร้อยกรองได้น่าไพเราะ  ตัวอย่าง

     สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙

          ขอยอหัตถชุลีพระศรีรัตนตรัย

     คุ้มโลกและเวไนย                 นิกร

          นบอินทร์พรหมศิวเทพวิษณุอมร

     เรืองฤทธิมหิศร                   พิศาล

     สัทธราฉันท์ ๒๑

          ครั้นแล้วสองเทพก็เร่งจร       ดุจวิหคประอร

     ล่องทิฆัมพร                      ละลิ่วไป

          ข้ามเหวหุบผาพนมไพร         สิขรสุรไศล

     ห้วยละหารใส                    และลำธาร

     "รักนิรันดร"   คำฉันท์  เป็นจินตนาการของท่านเสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์  สร้างนิยายรักพิสดารดังปรากฏในท้องเรื่อง  นับเป็นวรรณคดีกวีนิพนธ์ที่สมบูรณ์แบบ  เป็นวิทยานิพนธ์ประกาศความเป็นกวีคุณภาพ  เฉียดกวีเอกชิต  บูรทัต

     หวังในความเมตตาจากท่านสะอาด  เปี่ยมพงศ์สานต์  นำประวัติของท่านเสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์  มาเผยแพร่ให้ผมและสมาชิกสภาประชาชนได้ชื่นชมโดยทั่วกัน

                     ...................

     วันเสาร์นี้พบคุณสะอาด  เปี่ยมพงศ์สานต์  ได้ที่วัดพญาไม้  จังหวัดราชบุรี.