ต่างประเทศ

Wednesday, 28 October, 2009 - 00:00

จีนแจงสหรัฐเหตุเสริมเขี้ยวเล็บ

 กองทัพจีนพยายามปรับความเข้าใจคลายความวิตกของสหรัฐ  กรณีจีนเร่งเสริมแสนยานุภาพทางทหาร  ปรับกองทัพให้ทันสมัยด้วยงบประมาณมหาศาล  อ้างแค่สนองความจำเป็นขั้นต่ำในการป้องกันประเทศ  หาได้หมายคุกคามชาติอื่น  ชี้ความร่วมมือทางทหารจีน-สหรัฐสำคัญต่อสันติภาพโลก

     พลเอกซวีไชโฮว  รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารแห่งชาติของจีน  เริ่มการเดินทางเยือนสหรัฐนาน  1  สัปดาห์เมื่อวันจันทร์  โดยเขามีกำหนดจะพบหารือกับโรเบิร์ต  เกตส์  รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐในเวลาต่อไป   พลเอกจากกองทัพปลดแอกประชาชนจีน  (พีแอลเอ)  ผู้นี้เริ่มภารกิจด้วยความพยายามผ่อนคลายความกังวลของสหรัฐ   โดยยืนยันว่ารัฐบาลจีนไม่มีความทะเยอทะยานจะแข่งขันด้านอาวุธและชิงความเป็นใหญ่

     "เราไม่เคยคิดอยากเป็นเจ้าโลก,  ขยับขยายกองทัพ  หรือแข่งขันด้านอาวุธ"  เขากล่าวต่อที่ชุมนุมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศที่ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษาในวอชิงตัน

     เมื่อถูกตั้งคำถามถึงการพัฒนาระบบอาวุธก้าวหน้า   เช่น   อาวุธปล่อยครูซหรือขีปนาวุธที่สามารถโจมตีเรือรบสหรัฐในแปซิฟิกได้   พลเอกผู้นี้ชี้แจงว่า  การพัฒนาอาวุธของจีนเป็นไปเพื่อ  "ป้องกันตนเองล้วนๆ"  และหากพิจารณาจากอาณาเขตกว้างใหญ่ของแผ่นดินจีนและปัญหาท้าทายรุนแรงที่จีนต้องเผชิญ  ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ  "มันเป็นขีดความสามารถที่จำกัด  อาวุธและยุทโธปกรณ์ที่จำกัด  เพื่อรองรับความต้องการขั้นต่ำที่สุดด้านความมั่นคงของชาติ"

     เขาบอกว่า  การเพิ่มงบกลาโหมต่อปีเป็นตัวเลข  2  หลักนั้นถือว่า  "ต่ำทีเดียว"  ไม่ว่าในแง่ตัวเลขหรือเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ  (จีดีพี)  ขณะที่สหรัฐใช้งบกลาโหมถึง  4.8%  ของจีดีพี  แต่ของจีนนั้นแค่  1.4%  เท่านั้น

     รัฐบาลสหรัฐไล่เบี้ยกับจีนหลายครั้งเพื่อให้แสดงความโปร่งใสด้านการใช้จ่ายทางทหาร  โดยเตือนว่าการเปลี่ยนสมดุลอำนาจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและคาดคำนวณผิดพลาดกันได้ 

     นายพลจีนผู้นี้ยังระงับความกังวลในหมู่ชาติตะวันตกภายหลังได้เห็นแสนยานุภาพทางทหารของจีนจากพาเหรดวันครบรอบ   60   ปีการก่อตั้งประเทศเมื่อ  1  ต.ค.ด้วย  เขายืนยันว่าพีแอลเอเน้นความสำคัญของการปกป้องการพัฒนาทางเศรษฐกิจและป้องกันประเทศจากภัยคุกคามของพวกแบ่งแยกดินแดนและกลุ่มหัวรุนแรงซึ่งเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  "ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างจีนกับโลกพัฒนาแล้ว   ตอนนี้เราทุ่มเทกับการพัฒนาอย่างสันติ  เราไม่มีวันและไม่อาจท้าทายหรือคุกคามประเทศอื่นใด"

     พลเอกซวีกล่าวด้วยว่า   กองทัพจีนต้องการเห็นความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพทั้งสองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  พร้อมกับชี้ว่าความสัมพันธ์เริ่มราบรื่นขึ้นนับแต่ประธานาธิบดีบารัก  โอบามา  เข้ารับตำแหน่ง

     "สัมพันธภาพระหว่างจีน-สหรัฐเป็นสัมพันธภาพระดับทวิภาคีที่สำคัญที่สุดคู่หนึ่งของโลก   การแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับจีนมีความสำคัญต่อพัฒนาการและสันติภาพของโลก"   เขาชี้  "ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพต่อกองทัพถือเป็นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยรวม"

     กองทัพจีนตัดการติดต่อแลกเปลี่ยนทางทหารกับสหรัฐนานหลายเดือนเมื่อปีที่แล้ว   เพื่อประท้วงที่สหรัฐขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า  6,500  ล้านเหรียญฯ 

     ซวีเตือนด้วยว่า   จีนมองว่าการเผชิญหน้าระหว่างเรือตรวจการณ์สหรัฐกับเรือจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทางทะเลของจีนเมื่อไม่นานมานี้  ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของจีน  และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซึ่งอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพทั้งสองเช่นนี้อีก.